Reblog: วีรกรรมทำเพื่อเงิน (From 14 Oct 2006)

เอาบล็อกเก่าของ exteen มาโพสต์อีกรอบและ edit เพิ่มอาชีพที่ได้รับมาในช่วงหลังจากปี 2006 นะคะ

จริงๆ อยากเขียนเรื่องนี้มาหลายวัน กว่าจะว่างอะนะ………ยาวนะเฟ้ย เด๋วมีควิซ

อาชีพในชีวิตคนเรานี่ จะมีได้ซักกี่อาชีพกัน? บางคนเริ่มทำงานตอนเรียนจบ บางคนเรียนจบก็ยังไม่ทำงาน
แต่เราทำงานตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ในที่นี้ หมายถึงงานที่ทำแล้วได้เงินเท่านั้นนะ เอาล่ะ เริ่มกันตั้งแต่ ปี 1 เลยละกัน

1. เด็กผู้ช่วยกล้อง ในงานคอนเสิร์ต
คอนเสิร์ตครบรอบเบเกอรี่เลยนะฮ้า…ประมาณว่าสมัยนั้นเค้าว่ากันว่าเป็นคอนเสิร์ตสุดท้าย สุดยิ่งใหญ่ของเบเกอรี่เค้าล่ะ
แต่ไหงหลังๆมีคอนเสิร์ตครบรอบอยู่เรื่อยๆหว่า เราได้ไปทำตอนแรกจะให้ช่วยดูคิวกล้องไรเงี้ย ว่าแสงไปยังไง
แต่ สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอ่ะ….ได้แต่กินข้าวหลังเวทีเนียนๆกับศิลปินเบเกอรี่ เห็นการซ้อมก่อนวันจริง และคอนเสิร์ตวันจริงที่แถวหน้าสุด แบบฟรีๆ แค่นี้ก็คุ้มแล้ว

2. เด็กเดินตั๋ว งานเดี่ยวของโน้ต อุดม
มาตอนปี 3 ได้ข่าวว่าเรียนก็หนัก ภาคเดี๊ยนก็ยังได้งานเป็นเด็กเดินตั๋วงานเดี่ยว 5 ของโน็ต อุดมกันเป็นรุ่น
รอบนึงก็ได้ 300 แล้วมีกี่รอบก็คูณกันปายย….ได้กินข้าวฟรีอีก ได้เจอเพื่อนๆ ร่วมงานกันอย่างสนุกสนาน และได้ดูเดี่ยวฟรีทุกรอบ หึหึ

3. พนักงานร้านวิดีโอ
อัน นี้ ทำตอนปิดเทอมปี 1 ขึ้นปี 2 คือเป็นเด็กที่อยากทำงานพิเศษมานานแล้ว แม่บอกว่าทำไมไม่ช่วยแม่ทำที่บ้าน แต่เรามีความคิดว่าอัฐยายซื้อขนมยาย ต่อให้เราทำที่บ้าน เงินก็ไม่ได้เพิ่มจากเดิมเท่าไหร่
สู้ไปหางานข้างนอก เลยดีกว่า แต่เราก็ยังไม่กล้าไปตามร้านฟาสต์ฟู้ดทั้งหลายอะ เพราะกลัวเสิร์ฟไม่เป็น จานชามเค้าแตกหมด พอดีมีคนรู้จักกับแม่เปิดร้านวิดีโออยู่ เราก็เลยได้ไปทำ (เด็กเส้นค้าบบ)
ดี นะ ที่เป็นร้านวิดีโออ่ะ เพราะเราก็ชอบดูหนังและก็พอรู้เรื่องหนังบ้าง (เรียนนิเทศนี่หว่า) เราก็เลยได้ดูหนังฟรี(มั้ง..จำไม่ได้ว่าจ่ายป่าว) พี่ที่ร้านบอกว่าเป็นการให้พนักงานไปศึกษา เวลาลูกค้ามาถามจะได้ตอบได้
ซึ่ง จริงๆ อ่านภาษาอังกฤษออกก็พอแล้วล่ะ อ่านข้างหลังเอา เนียนๆ เวลาเช็ดชั้นก็สังเกตบ้าง ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแนวไหนนะ ใครแสดง เวลาคนมาถามจะได้ตอบอย่างฉะฉาน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทีนี้ ด้วยความที่เจ้าของร้านไว้ใจเรา เพราะแม่เราเป็นคนรู้จักเก่าแก่กัน เลยให้เราดูแคชเชียร์ และคอยเช็คยอดตอนปิดเครื่องทุกวัน แม่ง…เช็คทุกวันไม่เคยยอดตรงเลยอะ ขาดตลอด แต่ก็นะ ..10-20 บาทเราก็ช่วยๆกันกับพี่คนอื่น
แต่เราก็ไม่รู้ว่าทอนผิดกันบ้างหรือเปล่า อ่ะ ไม่ได้ทอนทุกคนนินา อาชีพนี้ก็ทำให้ฝันเราเป็นจริงเล็กน้อย ตรงที่กดเครื่องแคชเชียร์กับสแกนบาร์โค้ดนี่แหละ ฮ่าๆๆๆ สนุกดี
อ่อ…อีก หน้าที่นึงก็คือ โทรไปทวงวีดีโอที่ลูกค้าไม่มาคืนอ่ะ..สุดยอดจริงๆ แบบลูกค้าบางรายก็เป็นคนดัง หรือดาราด้วยนะ (ร้านอยู่แถวเอมโพเรียม) ค้างหนี้ทีเป็นพันอ่ะ ทำได้ไง แต่ก็รวยอ่ะ ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก
สรุป ว่าได้ชั่วโมงละ 26 บาท อยู่ห้องแอร์ตลอด แต่ไม่ได้นั่งนะ ห้ามนั่ง แล้วก็ต้องพูดสวัสดีลูกค้าตลอดด้วย ถ้าว่างต้องถูพื้นหรือเช็ดshelf

4. สอนพิเศษเด็กประถม
สืบเนื่องมาจากการที่ได้ไปทำร้านวิดีโอ พอเปิดเทอมก็เรียนเยอะขึ้นเลยไม่ได้ไปทำอีก
ญาติ ของเจ้าของร้านก็เลยจ้างให้เราไปสอนพิเศษลูกเค้าสองคน ซึ่งคนโตเป็นลูกสาวเรียนดีค่ะ นิสัยเรียบร้อย แต่เจ้าคนเล็กนี่สิ ลิงมากๆ หลังๆเริ่มสนิทกับเรา คราวนี้ล่ะไม่ได้เรียนกันเลย เล่นกับเราตลอด
เฮือกกกกกกก……….จริงๆแล้วเกลียดเด็กนะ………แต่ก็พอทำใจได้ เพราะว่าได้เงินดี
หลังๆก็เลยไม่ได้ไปสอน เพราะว่าเรียนหนักอ่ะ

5. คนถอดเทป
อัน นี้ เป็นงานจ๊อบเล๊กๆ สมัยเรียน mc ถอดเทปกับเพื่อนอีกคน เป็นเทปวิดีโอโคตรยาวเหมือนกับเป็นนโยบายของพรรคการเมืองเก่าแก่พรรคหนึ่ง อ่ะ ถอดกันจนเบื่อไปเลย หลอนมากๆ ยาวมากๆ พูดไรก๊านนน

6. ครีเอทีฟรายการวิทยุ
ก็ต้องแยกว่าเป็นครีเอทีฟรายการวิทยุแบบ station คือ เป็นรายการเดียวทั้งคลื่นอยู่เป็นงานประจำงานแรกหลังจากเรียนจบ
ก็ต้องคิดสปอต ทำสปอต ซึ่งก็ต้องคิดเพลงประกอบ เสียงประกอบต่างๆแต่ยังไม่ได้ตัดต่อเอง มีคนตัดต่อให้
คิด เกมบนวิทยุตามที่ลูกค้ากำหนด ซึ่งต้องคิดโจทย์ทุกๆวัน และคิดcopyให้ดีเจพูดกติกาด้วย นอกจากนี้ยังต้องคิดเสียงประกอบเวลาเล่นเกม เช่น เสียงจับเวลา เสียงให้ทาย เป็นต้น
อ่อ….รายได้เสริมมาจากการลงเสียงสปอตหรือโฆษณาต่างๆด้วยนะฮ้า แต่คิดเรตครึ่งเดียวของคนนอกอ่า…เพราะเป็นพนักงาน ไม่ดีเลยเนอะ
พอ มาอีกที่นึง เป็นรายการวิทยุเกี่ยวกับเกมออนไลน์ รายการแรกและรายการเดียวในประเทศไทย (ทางวิทยุ) ซึ่งกรูนั้น…ชอบเล่นเกมมากกกก(ประชด) เล่นเกมจนเป็นเซียน (ประชดอีกเช่นกัน)
แต่ด้วยความฮาอาจเข้าตาเจ้านายเลยทำให้ได้งาน อีกทั้งยังอึด ถึก ทน ทำได้ทุกอย่าง all-in-one จึงทำให้กลับมาทำงานเกี่ยวกับวิทยุอีก
ก็ ทำได้นานมากๆ เพราะว่ายังไม่มีเหยื่อเข้ามาเป็นผู้ช่วย เราเลยต้องทำอยู่คนเดียว มีน้องอีกคนมาช่วยก็พอแบ่งเบาบ้าง แต่ดูน้องจะทำกราฟฟิคเก่งกว่า เลยออกไปซะ
ทำงานที่นี่เนี่ย เรียกได้ว่าสอนเราเยอะมากๆ ทั้งตรงต่อเวลา (มากขึ้น) คิดนอกกรอบ (ก็จริงๆคิดไม่ได้หรอก แต่เจ้านายช่วย) ทำได้ทุกอย่าง (จริงๆนะ อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้ายังไม่พยายามให้สุดๆ)
เราก็อ่านข่าวอ่ะนะ เป็นอีกตัวนึง ที่ฮาอีกก็คือ ต้องขึ้นไปร้องเพลงวันเปิดตัวรายการด้วย กูล่ะอ๊ายย อาย ถ้าใครจำได้ก็ลืมมันไปซะนะ
ที่ประทับใจอีกอย่างก็คือ ทำให้เราได้ไปเกาหลี ซึ่งเป็นการออกนอกประเทศครั้งแรกของเรา และฟรีด้วย ชอบมากกกกกกกกก

7. คนประสานงานอีเวนท์
ชื่อก็บอกแล้วว่า ประสานงา เอ๊ย ไม่ใช่ ประสานงานสิ แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวนั้น…ก็สามารถจัดการได้เป็นระเบียบมากกกก(ประชด)
การ ประสานเลยเป็นเรื่องยุ๊งยุ่งของเรา แถมตอนนั้นยังใช้โนเกีย 3210 รุ่นเก่าโคตรอยู่ แบตก็เสื่อม ซื้อมาเปลี่ยนแล้วก็เหมือนเดิม เราก็ต้องโทรติดต่อตลอดเวลา เสาร์อาทิตย์ไม่มีเว้น กูล่ะสยองเสียงโทรสับ
ทุกอย่าง เลยต้องเป็นหน้าที่เรา ทั้งทำจดหมาย(เคยทำตอนทำละครเวทีที่คณะ), ส่งแฟกซ์, โทรติดต่อคิวศิลปิน, โทรติดต่อวงดนตรี ดีนะยังไม่ต้องทำพร๊อพเอง ทำให้ยอดค่ามือถือพุ่งไปถึง 5 พันเลย
แต่พี่เค้าให้ค่าโทรสับแค่ 3 พันเท่านั้น ไอ่เราก็หวังอ่ะนะ ว่าจะได้ค่าติดต่องานที่เค้าบอกว่าจะให้..แต่ก็…เอาเหอะ เราได้งานประจำที่ใหม่เลยโอนให้เพื่อนแทนนิ ทำไงได้
งานนี้นะ..ทำให้เรา รู้ซึ้งเลยว่า อย่าไว้ใจคนมากเกินไป เราคิดว่าจะมีเงินกินหลังจากออกจากงานครีเอทีฟ แต่ปรากฎว่าเราแทบไม่มีจะกินเลย เพราะทุกอย่างเราแอดวานซ์ไปก่อน
แถม บางอย่างก็เอาเพื่อนมาลำบาก จ้างพริตตี้ผ่านเพื่อนอีกที แต่เค้าไม่ให้เงินพริตตี้ซักที จนเพื่อนเราคิดว่าเราเบี้ยวไปแล้วมั้ง ถ้าเรามีเงินก็คงจะจ่ายมันไปก่อนแล้วล่ะ เสียหมาเลยกรู
เลิกๆๆๆๆๆๆๆ

8. คนดูแลศิลปิน
อันนี้ สืบเนื่องมาจากงานครีเอทีฟวิทยุ และงานจัดอีเวนท์ เราก็มีหน้าที่รับรองและดูแลศิลปิน บอกคิว หาน้ำและอาหารให้
ก็ไม่มีไรมาก แต่ถ้าเค้าดังมาก เจอสก๊อยรุมก็ต้องเอาตัวเราเข้าแลก กันศิลปินให้ดีที่สุด
เฮ้อ…..

9. คนคุมพริตตี้
อาชีพนี้คงไม่ค่อยมีคนได้ทำเท่าไหร่ คนที่ทำได้ต้องมีใบหน้า(โหด)เป็นอาวุธจริงๆ
อาจ จะเรียกได้อีกแบบอย่างเก๋ย์ๆ ก็คือ คน AUDITการทำงานของพริตตี้ ซึ่งจริงๆก็สำคัญนะคะ เพราะว่าพริตตี้ที่ต้องพูดหรือที่รู้จักกันในนาม MC นั้นจะต้องพูดถึงสินค้าอย่างถูกต้องและครบถ้วนทุกรอบตามสัญญา
งานนี้ได้ เรียนรู้เรื่องราวกับพริตติ้เยอะมากๆ ทั้งการลดความอ้วนแบบผิดๆ การชิงดีชิงเด่นกันในหมู่พวกเธอ ความสามารถที่แตกต่างกันตามราคาและหน้าตา
พิสูจน์ ได้ว่า สาวบางคนสวยแต่รูปจริงๆ ให้ท่องอะไรก็จำไม่ได้ (หรือมันไม่ใส่ใจก็ไม่รู้) แรกๆเราก็ไม่ค่อยรู้งาน เลยโดนพริตตี้ตัวแสบชิ่งงานหนีไป เราไม่รู้ทำไง ก็เลยเนียนกลับบ้าน
ปราก ฎ ความซวยบังเกิด ลูกค้าดันไปซ้อนแผนอีกที เลยรู้ว่าพริตตี้คนนี้พูดไม่ครบ ชั้นเลยซวยไปด้วย ก็เลยถือโอกาสบอกเลยว่า พริตตี้คนนี้ ทางที่ดีอย่าจ้าง เพราะมันทั้งเบี้ยวและโง่
แต่บางคนก็สนิทกับเราไปเลย ไปต่างจังหวัดด้วยกันอีกนะ…ไปตั้งพิษณุโลกแน่ะ ดีที่มีอีนิ่มอยู่ที่นั่น เลยได้ไปกราบพระพุทธชินราชด้วย ดีไปอีกแบบ
เราว่าบางทีสินค้าก็ไม่ได้มี ข้อมูลที่ยากอะไรเลย อาศัยความรู้พื้นฐานอ่ะ (เครื่องสำอางอ่ะ) แล้วบางคนก็รู้งานมากๆ เราบอกว่าเล่นเกม บรีฟคร่าวๆก็เข้าใจและ ชอบอ่ะ พริตตี้ฉลาดๆเนี่ย
แต่ติดตรงที่ทุกคนเรียกเราว่าพี่หมดเลยว่ะ ตอนนั้นชั้น 23 เองนะ แต่ละคนก็เกิน 25 แล้วทั้งน้าน…ฮือๆๆๆๆๆๆ ไม่เป็นไรวะ เค้าจะได้เกรงใจเรา
อัตราจ้างงาน วันละ 500 บาท ตั้งแต่เช้ายันเย็น

10. คนแปลสุนทรพจน์(จำเป็น)
วันนั้นไปรับจ๊อบเป็นเบ๊ประจำงานอีเวนท์เปิดตัวรถมอไซค์ ปรากฎลูกค้าเป็นญี่ปุ่นค่ะ สุนทรพจน์ที่ให้มาก็มีภาษาไทยนะคะ แต่ขาดคนแปล!!
ไง ล่ะ สตาฟคนอื่นก็หน้าตาดีกว่าเรา(แน่นอน) แต่คนที่อ่านภาษาไทยแตกเนี่ย ท่าจะมีชั้น เจ้านาย และพี่ติ๊กเท่านั้น ซึ่ง เจ้านายและพี่ติ๊กต้องคุมคิวงานทั้งหมด ทำให้ตกมาที่เรา
ซึ่งแต่งตัวก็ โคตรกะโปโล เพราะว่าสตาฟต้องใส่เสื้อดำไง เลยต้องเอาเสื้อแจ๊กเก็ตของเค้ามาสวมทับ (ตัวใหญ่โคตร แต่ใส่ดีนะ) แล้วอ่านตามที่ลูกค้ากล่าวมา
เกร็งเล็กน้อย แต่ก็ผ่านไปได้ ฮาโคตรๆ ไม่ได้เกี่ยวไรกับบริษัทเล้ยยยย หน้าตาก็เลวร้ายอ่ะ ฮือๆๆๆๆๆๆๆ

11. คอรัสและนักเต้น (จำเป็น)
สมัย นั้นยังละอ่อนอยู่ เพื่อนอยู่ซียูแบนด์ก็ชวนไปรับงานๆนึงของค่ายเพลงค่ายหนึ่ง เป็นงานกีฬา งานดูดีมาก และตำแหน่งที่ได้ก็ดูดีเช่นกัน นั่นคือ เป็นคอรัส อู้วววว กูชอบร้องเพลง ดีๆไปเลย
ปรากฎมีวันซ้อมวันนึงค่ะ เค้าให้เต้นด้วย..อู้ววว แรง เดี๊ยนต้องเต้นๆๆๆๆ ด้วยเหรอ? ปรากฎว่างานจริงๆเป็นเหมือนนักแสดงประกอบในงานน่ะ เต้นและร้องไปเรื่อยๆ ต้องทำหน้าเป็นด้วยนะ
แบบว่า อ่ะฮ้า…ชั้นสนุกมาก…มาสนุกด้วยกันสิ มามะๆ ห้ามทำหน้าเหนื่อยด้วย เจ๊คนที่ซ้อมให้นี่ก็โหดได้อีก แต่ปรากฎว่าได้กางเกงวอร์มและเสื้อยืดกลับมา ไม่ได้เงินอะไร
อ่อ งานนี้ไปเจอกับชมรมนักร้องของมหาลัยอื่นๆด้วยนะ

12. สอนเต้นและตัดต่อเพลง
ไม่รู้ว่าจ๊อบนี้ จับพลัด จับผลูมาได้ไง สงสัยว่าเวลางานคณะเราออกสเต๊ปมากไปหน่อย เวลามีงานแบบนี้มา เค้าเลยโยนให้เรา
เป็น งานปีใหม่ของบริษัทหนึ่งอ่ะค่ะ ประมาณว่าจะทำละครเพลงกัน (คณะเราเรียกว่า อ๋อมแอ๋ม) มีทั้งชายและหญิง ซึ่งตอนนั้นเพลงเบิร์ดกำลังมานะ..
เค้าก็ให้ เราไปสอนท่าเต้น พี่ผู้ชายก็เด็กถาปัดอ่ะนะ พอเต้นได้ แต่ผู้หญิงนี่ เค้าจะเต้นสวย เต้นยั่วอย่างเดียว แต่…เอ๊ะ จ้างเรามาให้สอนเพลงฮาๆไม่ใช่เหรอ
ตอนนั้นเราฝึกงานอยู่ลาดพร้าว101 แต่ซ้อมกันที่อโศกค่ะ เดี๊ยนก็ต้องซิ่งเรือไป —-เพื่อเงิน เพื่อเงิน เพื่อเงิน—-
แถม เราต้องซื้อ mp3 มาตัดต่อเพลงให้พี่ๆอีก งานนี้สนุกดีนะคะ แต่ไม่รู้ว่างานจริงๆจะออกมาเป็นยังไง ไม่ได้ไปคุมการแสดงจริงน่ะค่ะ คงมีผิดคิวบ้างล่ะเนอะ

13. คนแปลและทำรายงาน
เกิดมาก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องทำอะไรอย่างนี้ แต่ก็นะ จริงๆก็อยากช่วยเพื่อนให้มันทำรายงานให้เสร็จ แต่ว่าถ้าได้เงินด้วยก็ดี
ตอน ป.ตรีก็ช่วยเพื่อนฟรีๆมาเยอะ ทั้งพิมพ์รายงาน, ถ่ายรูป, ทำเว็บไซต์ ที่ผ่านมานั้น…เพื่อนดิชั้นได้Aทั้งสิ้น กูล่ะเซ็ง ทีกูล่ะได้ B+ ชิ
แต่ พอตอนป.โท เราไม่มีรายได้ ก็เลยต้องหาเงินกันด้วยอ่ะ งานห่าไรก็ไม่รู้ กูไม่รู้จักเลย อ่อ ลืมไป ตอนทำงานอยู่รายการวิทยุก็รับจ้างเด็กที่ออฟฟิศแปลงานให้แล้วนี่หว่า ฮี่ๆๆๆๆ
แปลก็ไม่เก่งหรอก เศร้า แต่ก็อยากจะทำให้มันเสร็จๆไปอ่ะ ถ้ามันช่วยได้บ้างก็คงจะดี

14. ทำกราฟฟิคให้MV
โทษ ฐานที่รู้จักเพื่อนผู้กำกับเอ็มวี มันพอจะเห็นเราทำกราฟฟิคได้บ้าง มันก็เลยจ้างเราทำ บางทีมือกราฟฟิคมือหนึ่งของมันไม่ว่าง หรือต้องการงานไม่สวยมากนัก ราคาพอไหว มันก็จะจ้างเรา
ทำพวก Illust อ่ะแหละ ไม่มีไรมาก เห็นก็หน่อยๆ ไม่ก็เห็นในคาราโอเกะ คือบางทีเข้าใจคอนเซ็ปท์นะ รู้ล่ะว่าต้องการแบบไหน แต่ทำยังไงล่ะวะ กูอ่ะ เทคนิคยังอ่อนหัดนักเมื่อเทียบกับเด็กสินกัมหรืออาร์ตต่างๆ
อุตส่าห์ไปเรียนแฟลชมา แต่ก็ยังไม่เก็ทอยู่ดี เลยปล่อยให้วิชามันหายไปซะงั้น

15. ทำปกหนังสือเรียน
อันนี้เกิดจากการเสนอตัวอุทิศให้กับอาจารย์ที่ปรึกษา และบอกว่าต้องการรายได้ค่ะ อาจารย์มีไรให้ช่วยมั้ยคะ? อิอิ
ขอ กันหน้าด้านๆ อาจารย์ก็สนับสนุนซะด้วย อีเด็กคนนี้บอกตามตรงตอนนั้นอ่ะ ฝีมืออ่อนด๋อยกว่านี้อี๊ก….แต่เวลารับงานก็ต้องทำหน้าว่า กูทำเป็น (แล้วค่อยแอบไปถามเทคนิคเพื่อนมาอีกที)
เริ่มจากปกเทปทางวิชาการ, ปกหนังสือของอาจารย์, ปกหนังสือเรียนของนิสิตทุกคน (อายอ่ะ ออกมาแล้วเฉยๆไปเลย)
ขอขอบคุณอาจารย์มา ณ ที่นี้ที่ให้โอกาสนะคะ

16. พนักงานคีย์ข้อมูลศิษย์เก่าโรงเรียน
เป็น หนึ่งในจ๊อบเล็กจ๊อบน้อย เป็นการคีย์ข้อมูลชื่อ นามสกุลและที่อยู่ของโรงเรียนหนึ่งในโปรแกรม Microsoft Access โอย..มือแทบหงิก แต่ไม่น่าเชื่อนะ เรานั่งอยู่หน้าคอม 12 ชม.โดยไม่กินข้าว ไม่ไปไหนเลยอ่ะ ทำได้ไง
อ่อ….ก่อนหน้านี้ไม่นานก็ไปคีย์ข้อมูลเด็กที่ สมัคร w&tมาเหมือนกัน มือหงิกและใช้เวลานานมากต่อหนึ่งคน แต่ทำแล้วก็มันส์ดี เหมือนแข่งกับตัวเองอ่ะว่า 1 ชม.เราได้กี่คน

17. แจกใบปลิว
งานนี้ต้องอาศัยหน้าด้านและวิ่งเร็วซักหน่อย เพราะต้องหาทำเลที่ดี หลบตำรวจให้ไว และเล็งที่เป้าหมายอย่างชัดเจน
แจก แล้วต้องพูดด้วยว่าสิ่งที่เราจะแจกเป็นอะไร เค้าจะได้สนใจใบที่เราแจกมากขึ้น ดูกลุ่มเป้าหมายด้วยว่าตรงมั้ย ถ้าไม่ตรงก็เสียเปล่าอะ
อย่าแจกไปเยอะๆล่ะ เด๋วเค้าจะทิ้งลำบาก ใบสองใบก็พอแล้ว….หลังจากที่เราแจกใบปลิว เลยทำให้เวลามีคนแจกอะไร(ที่ไม่ใช่สติ๊กเกอร์รูปร.5)เราก็จะรับๆมา
เพราะเรารู้ว่าถ้าเค้าแจกไม่หมดก็ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้เงินอ่ะ มันเศร้านะเว้ยยยย

18 พนักงานร้านอาหารในสวนสนุก
รายละเอียดอยู่ที่ pompoko-in-usa.exteen.com

19. คอลัมนิสต์
เป็น อาชีพที่ยังคงทำอยู่ในปัจจุบัน เป็นอะไรที่สร้างโอกาสให้เรามากๆ ได้เปิดหูเปิดตาในวงการแฟชั่น ติดตามเทรนด์ตลอด ถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยแต่งตัวหรือแต่งตัวไม่เก่งก็เหอะ
แต่การดูของสวยๆงามๆเยอะเข้าก็รู้สึกดีนะ มองอะไรแตกได้เยอะ เวลาไปเห็นแมกกาซีนอื่นทำไรก็จะวิจารณ์ได้

20. ผู้ช่วยสไตลิสต์
เป็น อาชีพ Brand newของเราเลยตอนนี้ ยังทำอยู่บ้าง ถ้าเพื่อนจ่ยยังพอจะจ้างไหว จ้างไปยกเสื้อผ้า รีดเสื้อผ้า สาดน้ำนายแบบ ขยับชายเสื้อนางแบบ เมาท์กับช่างแต่งหน้า ด่าลูกค้า หาเรื่องตากล้อง
แถมยังต้องเสิร์ฟน้ำ ยกไฟ ยกเครื่องซักผ้า (O_o) กูทำมาแล้วค่ะ
อ่อ ผลพลอยได้คือ ได้ลองpropใหม่ๆ ที่ปกติเราไม่กล้าแต่ง เช่น หมวกลีเดีย (ลองสวมแล้วจะทำให้ร้องเพลงลีเดียได้เพราะขึ้น)จนอีช่างแต่งหน้าเรียกเราว่า ลีเดียไปเลย


ได้เห็นสัดส่วนต่างๆของนายแบบทั้งไทยและเทศ อาจได้สัมผัสเวลาทาโลชั่นglitter (อู้ววว…กระเทยชอบบบ)
ได้เห็นเสื้อผ้าราคาตัวละหมื่น
ได้ เรียนรู้นิสัยในการทำงานของแต่ละคน …(คนต่างชาตินี่ เค้าทำงานดีนะ คือ ไม่บ่น ไม่เรื่องมาก แต่คนไทยบางคนก็เรื่องมาก ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงดีกว่า เบื่อ..)
ได้ถ่ายรูปกับดารา….อิอิ
ได้เงินไง…………เลยทำ ฮ่าๆๆๆ


งานไม่ได้เงิน
เล่นละครให้อาจารย์ที่คณะ สนุกดี
เต้นหางเครื่อง ในงานคืนสู่เหย้า อายสัดอ่ะ
เล่นเกม pilot ให้เกมวัดดวง ได้ที่ 1 เสียดายเกมวัดดวงจริงๆยังไม่ได้เล่น

งานที่เกือบได้ทำ
แคสติ้ง – สมัครงานไว้ที่แรกๆเลย แต่กว่าจะเรียกเราก็ประมาณสามเดือนผ่านไป ตอนนั้นเราได้งานครีเอทีฟแล้วอ่ะ เลยไม่ไป
พากย์เสียงการ์ตูน – เหมือนคุยกับเพื่อนไว้ระดับนึง แต่พอจริงๆก็ไม่ได้ทำ เศร้า
ทำรายการทีวี – เราคงไม่เข้าตาเค้าจริงๆล่ะมั้ง
ครีเอทีฟคอนเสิร์ต – สงสัยไอเดียเราคงจะไม่เข้า
ครีเอทีฟศิลปิน – เราคงจะไม่ครีเอทพอล่ะสิ พอจะได้เข้าๆ บริษัทก็ยุบบ้าง ผู้บริหารออกบ้าง ไม่ทำก็ได้วะ
เล่นละครเวที – เล่นไม่ได้อ่ะ ไม่เก่งพอ
พากย์ละครวิทยุ – ทำเสียงหัวเราะไม่ได้อ่า..เสียงสวยเป็นอย่างเดียวนี่คะ
เล่นดนตรีตามผับ – วงล่มซะก่อน เฮือกกกกกกกกก
เล่นโฆษณา – วืดมาหลายงานและ เมื่อไหร่ชั้นจะได้เกิ๊ดดดดดดดดดดด ฮือๆๆๆ (จริงๆกูอยากได้ตังค์สบายๆ จ้างกูไปเป็น extraก็ได้นะ)
EXTRAละคร – พูดถึงextra ก็มีพี่มาให้ความหวังว่า ว่างๆจะเรียกไปเป็นเอ็กซ์ตร้าละครนะ แต่สุดท้ายก็เงียบ….

ค่ะ อาชีพใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ
21. ถ่ายรูปรับปริญญา
จริงๆ เป็นอาชีพที่รับทำตั้งแต่เรียนมหาลัย ปี 2 ค่ะ สมัยนั้นที่ยังใช้กล้องฟิล์มอยู่ เรียกว่ารับทรัพย์กันไปค่ะ อดทนหน่อย ร่าเริงหน่อย พยายามทำให้ลูกค้ามีความสุข เสนอสิ่งแปลกใหม่ให้ลองโพสต์ค่ะ แต่บางท่านไม่กล้าก็อย่าฝืนนะคะ

22. อาจารย์มหาวิทยาลัย
ฮั่นแน่…อาชีพหลากหลายอีกแล้วค่ะ สมัยเรียนจะจบป.โท พอดีมีวิชาการตัดต่อสำหรับนักประชาสัมพันธ์ต้องการอาจารย์สอนตัดต่อค่ะ
เดี๊ยนเลยเสนอหน้าไปสอนอีกแล้วค่ะ ได้ค่ารถด้วยค่ะ เนื่องจากวิทยาเขตอยู่ไกลมากค่ะ …. รู้สึกมีคนเคารพนบนอบมากค่ะ
ต้องแต่งตัวดี ใส่ส้นสูงตลอด พูดคำหยาบไม่ได้ และเตรียมการสอนให้นักศึกษาด้วยค่ะ

23. นักเขียนคอนเทนต์ Facebook และพันทิป (2009-2011)
อาชีพของการทำ content marketing กำลังมา เมื่อหลายปีก่อน เดี๊ยนเคยทำอาชีพนี้ค่ะ เป็นการมโนเรื่องราวขึ้นมาค่ะ ผูกเรื่องกันไปค่ะ เช่น เรื่องของความงาม, เรื่องดารานักร้อง วิธีการต้องเนียนที่สุดค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ผู้บริโภคเก่งค่ะ หน้าม้ามาก็จับได้หมดละ

24. คนรีทัช(ไดคัท) ชุดชั้นใน (2013)
คนไดคัทคือ คนที่แยกภาพสินค้าออกจากพื้นหลัง เป็นงานหินที่ทำไปร้องไห้ไป ปกติเก่งโฟโตช่อปมากกกกกก (เหรอ) ทำหลังเลิกงานก็แล้ว ทำตอนวันหยุดก็แล้ว ยังไม่เสร็จ จนเรื้อนต้องมาทำที่ออฟฟิศ ช่างน่าอับอายยิ่งนัก แถมให้เพื่อนช่วยทำอีกหลายรูปที่เป็นลูกไม้ตาข่ายยิบๆๆๆ น่ะค่ะ เห็นแล้วอยากถีบคอมทิ้ง เฉลี่ยรูปละ 6-7 บาทเองค่ะ (ตอนรับงานมาไม่คิด) ปกติเรตรูปละ 100 นะคะ!

25. อาชีพมาร์เกตติ้งเสื้อผ้า (2008-2010)
อันนี้งานประจำนะคะ แต่ในอาชีพนี้ มีซับเซ็ตย่อยเยอะมาก เดี๋ยวเขียนเป็นซีรีส์มาร์เกตติ้งไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นทุกอย่างตั้งแต่คนทำลูกโป่ง, ตรายาง, ป้ายบริษัท, ออกแบบผังสำนักงาน, ทำของชำร่วย, นับสต็อก, รูดบัตรเครดิต, สร้างบูท, คุมคนงาน, ซื้อไม้แขวนเสื้อ ฯลฯ

26. ให้เสียงระบบโทรศัพท์ และประกาศในห้าง (2011)
คงไม่ต้องบอกว่าที่ไหน แต่จะบอกว่าไม่ใช่ที่เดียวค่ะ อิอิ

27. ขายเสื้อผ้าตลาดนัด (2013)
เออ ชอบมากอันนี้ ได้ประสบการณ์จากอาชีพเบอร์ 25 มาแล้ว ทำให้เราหน้าด้านกว่าเดิมเยอะค่ะ ใครจะมาต่อยังไง เชียร์ยังไงได้หมด แต่ต้องรู้จักสินค้านะคะ

28. คนคุมและเซ็ตระบบแคชเชียร์ (2013)
ไม่คิดว่าอาชีพในฝันจะได้ทำจริงนะคะ ฮ่าๆๆๆๆ ชอบเล่นเป็นแคชเชียร์อ่ะ บอกเลย ชอบกด นับเงิน 5555 แต่มาทำจริง เรื่องของ security และ risk มีเยอะมาก มีช่องโหว่เยอะมาก การตั้งกล้องวงจรปิดต้องดูยังไง การเปิดเซฟทำยังไง การเรียงเงินในช่องแคชเชียร์ การนับเงินด้วยเครื่อง และการนับมือต้องนับสองรอบ เคยเรียนมาแต่ตอนทำงานที่สวนสนุกว่า ควรพูดตอนรับเงินเพื่อความเข้าใจตรงกันกับลูกค้าและพูดจำนวนเงินทุกครั้งที่ทอนเงินค่ะ แต่ก็ดีค่ะ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ได้ลองทำนะคะ แต่ไม่อยากรับผิดชอบเรื่องเงินเลยค่ะ เพลีย

29. เล่นโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ เล่นละคร 1 เรื่องและเล่นหนัง “ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น”
ปี 2008 เล่นหนังค่ะ ขอบคุณเพื่อนบิว แอ็คติ้งโค้ชที่ชักนำนะคะ
ปี 2010 เล่นละครบ่วงกรรม ของพี่ต่อค่ะ เล่นเป็นเมย์ พิชนาฎ (เฮ้ย!)
ในที่สุดหลังจากแคสต์งานเป็นร้อย (เว่อร์) ก็ได้รับงานมาเป็นงานไม่แคสต์ค่ะเมื่อต้นปี 2012 ดีใจค่ะ จุดนี้ เล่นเป็นหญิงท้องแก่ค่ะ ให้ผัวโทรตามโรงบาล คิคิ
งานหน้าของานเต้นนะคะ เต้นดี หน้าตาย เต้นได้หลายสไตล์ค่ะ แบบขำๆ นะคะ

30. คนถ่ายและตัดต่อวิดีโองานแต่ง (2009)
ได้งานมาจากเพื่อนต้องแมนค่ะ ….คือแบบบอกตรงๆ นะคะ สงสารเจ้าบ่าวชาวฝรั่งเศสและพี่เจ้าสาวชาวไทยมากๆ ที่อุตส่าห์ไว้ใจหนูนะคะ
หนูไม่ค่อยเก่งอ่ะค่ะ ตัดได้แต่แบบง่ายๆ ที่ถ่ายออกมาก็คุณภาพต่ำมากค่ะ อับอายสถาบัน แต่ก็ขอบคุณพี่ที่ให้โอกาสนะคะ
หนูได้พาญาติเจ้าบ่าวชาวฝรั่งเศสเที่ยวพิพิธภัณฑ์จิม ทอมป์สันและกินฟูจิด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

31. คนจัดงานแต่ง (2008)
จัดให้เพื่อนฝ้ายล่ำค่ะ เนื่องจากนางได้ไปแต่งงานกับสามีชาวเมกันนะคะ แล้วดำริอยากแต่งงานในไทยด้วย เดี๊ยนเลยรับเป็นแม่งานตั้งแต่หาสถานที่ หาแพคเก็จพรีเวด หาของชำร่วย ปรินท์การ์ด ส่งการ์ดให้เพื่อนๆ รันคิวบนเวที อีกนิดนึงก็แต่งเองละค่ะ สนุกดีค่ะ ตอนนี้เพื่อนลูกสองละค่ะ

ขออัพเดทอาชีพไว้เพียงเท่านี้ก่อนค่ะ ไม่รู้ปี 2014 จะมีอาชีพอะไรแปลกๆ อีกมั้ยนะคะ

Advertisements

5 thoughts on “Reblog: วีรกรรมทำเพื่อเงิน (From 14 Oct 2006)

  1. Apirat says:

    เยอะมว้าก แต่ขาดอาชีพคนขายแรงงานในต่างแดนจะเจ้ (หรือว่าเขียนไปก่อนหน้าแล้ว ?)

  2. Stamp p. says:

    พี่คะ อยากเรียนรู้เวลาไปสมัคร พนักงานเดินตั๋วตามอีเว้นท์ คอนเสิร์ต โชว์ต่างๆ สมัครไปทางไหนคะ
    เริ่มอยากหาประสบการณ์บ้าง 🙂
    ขอบคุณค่ะ

    • pompoko.me says:

      ตอนนั้นรุ่นพี่มาบอกงานค่ะ แต่เด๋วนี้เหมือนมีเพจประกาศคนทำอีเวนท์อยู่นะคะ ลองเซิชดูนะคะ

      • Stamp p. says:

        ขอบคุณมากมากนะค้าาา พี่ตอบเร็วมากเลย 🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s