ซีรีส์ลดน้ำหนัก ตอนที่ 1 : ทุกอย่างเริ่มที่ใจ

ขอท้าวความนิดนึงค่ะ นี่เป็นบล็อกซีรีส์ของการลดน้ำหนักและออกกำลังของเราเมื่อช่วงเกือบ 1 ปีที่ผ่านมาค่ะ
คือจริงๆ เรามีเป้าหมายที่อยากลดน้ำหนักอยู่แล้วทุกปีค่ะ ไปย้อนดู new year resolution เราได้เลยทุกปี ฮ่าๆๆ แต่ไม่เคยทำได้ เพราะไม่เคยตั้งใจจริงค่ะ พอมาต้นปี 2013 เราเดินทางมาถึงจุดพีคของน้ำหนักแตะเลข 6 ละค่ะ จากการกินไม่ยั้ง ไม่มีเวลาออกกำลัง ปล่อยตัวปล่อยใจ ทั้งที่ก่อนหน้านั้น พยายามจะทำตัวให้สุขภาพดีด้วยการติดตามการออกกำลังและการกินของหมอหมี (Dr.Carebear) แล้วนะคะ และเลิกกินชานมไข่มุกด้วย แต่ก็นั่นแหละค่ะ ดีแต่ทฤษฎีแต่สอบปฏิบัติตก แล้วเราจะไปแนะนำใครเค้าได้ ถ้าเราไม่เคยลดน้ำหนักได้จริงเลย? มันเจ็บนะคะ

photo(17)
รูปช่วงปีใหม่ 2556 น้ำหนักประมาณ 60 กก. ค่ะ

จุดเปลี่ยนของเราอยู่ตอนที่ไปงานแต่งงานเพื่อนค่ะ เราเจอเพื่อนร่วมชั้นที่เคยเรียนมหาลัยด้วยกัน นางดูฟิตแอนด์เฟิร์ม สุขภาพดีมากๆ กล้ามแขนแน่นเลยค่ะ ในขณะที่เราถ่ายรูปเบี่ยงมุมไหนก็แก้มเยอะ แขม่วพุงยังไงก็ยังหนา อ้วน ใส่อะไรก็ไม่สวย เลยถามเพื่อนค่ะ ว่าทำยังไงบ้าง นางบอกว่าเข้าฟิตเนส มีเทรนเนอร์ เราก็เลยคิดว่า จะต้องสมัครฟิตเนสอีกครั้งหลังจากจ่ายค่าตลอดชีพ (ที่ไม่มีจริง) ของแคลิฟอร์เนีย ฟิตเนสไป กอปรกับเพื่อนร่วมงานมีแรงบันดาลใจในการลดความอ้วนเช่นกันค่ะ นางจะไปเล่นและสมัครเทรนเนอร์ที่ฟิตเนสเฟิร์ส สาขาใกล้ออฟฟิศ เลยติดสอยห้อยตามนางไปด้วย นางบอกว่าเทรนเนอร์คนนี้ ทำให้เพื่อนผู้ชายของนางลดจากผู้ชายพุงโต มามีซิกแพคได้ค่ะ ตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอกค่ะ รอดูกันไปยาวๆ เพราะเรามีประสบการณ์ไม่ค่อยดีกับเทรนเนอร์ค่ะ ที่แคลิตอนนั้นอุตส่าห์ซื้อนางไป 15 ครั้งมั้ง ตอนเทรนก็ดูไม่ค่อยใส่ใจ เหนื่อยแต่น้ำหนักไม่ลง ไม่เคย follow up ผลการเทรน แล้วสุดท้ายก็ไม่ประสบผลในการลดน้ำหนักค่ะ เสียเงินไปเยอะนะคะ เหนื่อยร่างจะแหลก แต่สุดท้ายก็เหลว

นอกจาก peer pressure แล้ว เรายังหาแรงบันดาลใจอื่นๆ หรือการบรรยายดีๆ ที่แนะนำในการลดน้ำหนักค่ะ เราไปร่วมการบรรยายของคุณหมอผิง ธิดากานต์ (@Thidakarn) ร่วมกับสสส.มาค่ะ แล้วก็ซื้อหนังสือที่คุณหมอเขียน “ผอมได้ไม่ต้องอด” แล้วก็อีกเล่ม แปลมาจากเว็บเมืองนอก ก็ไม่แย่นะคะ ชื่อ “ถ้ารู้แบบนี้ผอมไปนานแล้ว” อ่านวันเดียวก็จบค่ะ (อ่านเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้มาจากงานที่ลิงค์นี้)

เราควรเลือกวิธีที่เราถนัดและทำได้จริงในระยะยาวนะคะ พวกสูตรอาหารอะไรที่มันหากินยากๆ ไม่ใช่คนธรรมดาจะหากินได้ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืนค่ะ เราเชื่อในวิถีของหมอหมีและหมอผิงบอกค่ะ ปรับวิถีชีวิตใหม่ ทานอาหารครบทุกมื้อ เท่าที่จำเป็น และมีประโยชน์ ออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญและสร้างกล้ามเนื้อ
อันนี้แค่เฟสแรกค่ะ เฟสแรก จะเริ่มตั้งแต่ ม.ค-กพ 2556 นะคะ

กล่าวโดยสรุปคือ
1. สมัครฟิตเนสแบบกึ่งถาวร แบบจะบอกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ โดยไม่ผูกมัดแบบจ่ายทั้งปีค่ะ โดยตอนสมัครแรกเข้าจะมีโปรโมชั่นให้เล่นกับเทรนเนอร์ 3 ครั้ง ราคา 1,600 เทรนเนอร์จะวัดมวลกล้ามเนื้อ ไขมัน และทดสอบสมรรถภาพของเราก่อนเล่นและหลังเทรนค่ะ ถ้าสนใจจะจ้างเทรนเนอร์ต่อก็ไม่ขัดค่ะ แต่ช่วงนี้เรายังไม่ได้จ้างค่ะ เนื่องจากยังไม่แน่ใจ
นี่คือรูปของการชั่งเครื่องชั่งที่วัดมวลไขมัน กล้ามเนื้อ เมตาบอลิซึ่มต่างๆ เดี๋ยวจะมาอธิบายยาวๆ อีกทีนะคะ
แต่ดูที่เค้าวงนะ น้ำหนักเราคือ 59.6 กก.
ไขมันในตัวถึง 32.4% น้ำหนักไขมัน คือ 19.3 กก.
อายุเมตาบอลิซึม เท่าที่เข้าใจคือ อัตราการเผาผลาญ เท่ากับคนอายุ 38 ค่ะ
ไขมันช่องท้อง (Visceral fat) เท่ากับ 5 คือ มีพุงนั่นเอง
น้ำหนักที่ควรจะเป็นคือ 54.9 กก. (นี่คือเป้าหมายแรกของเราค่ะ)
ไงคะ ตัวเลขดี๊ดี จะนิ่งเฉยได้อย่างไร ตอนนั้นบอกเลยว่าลดแค่ 2 โลยังยากเลยค่ะ ก็อายุ 30 กว่าแล้วนี่คะ ทำยังไงก็ไม่ลด นี่ไม่ค่อยกินข้าวเย็นด้วยซ้ำนะ เราเผาผลาญต่ำและกินแต่อาหารไม่ดีค่ะ เช่น เค้ก คุกกี้ ไรงี้

image(2)
2. เข้ายิมอย่างสม่ำเสมอ เซ็ตเวลาชีวิตไว้เลยว่าวันนี้ตอนเย็นไม่ว่าง เพราะต้องเข้ายิม ใส่ลงไปใน calendar เลยค่ะ และให้ความสำคัญเหมือนนัดหมายประชุมน่ะค่ะ คนเราจะประสบความสำเร็จในสิ่งใด ต้องตั้งใจจริงนะคะ อันนี้สำคัญมาก ถ้าเพื่อนนัดกินข้าว ไม่ได้บอกล่วงหน้า ก็ยกเลิกค่ะ ทั้งเปลืองเงินและเปลืองสุขภาพ แต่ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะมีกินเลี้ยง ให้เลื่อนวันออกกำลังแทนค่ะ ช่วงสองเดือนนี้ เราเข้ายิมวีคละ 3-5 วันค่ะ บอกเลยว่า ช่วงนั้นกำลังว่างค่ะ งานประจำไม่หนักมาก แต่งานหนักไม่ได้เป็นอุปสรรคในการออกกำลังนะคะ บอกแล้ว เราต้องจัด priority และ work-life balance ค่ะ
3. เข้าอบรมการบรรยายเพื่อสุขภาพ อ่านบทความสุขภาพจากหลายๆ แหล่ง เพื่อดูข้อดี ข้อเสียและรวมเอามาใช้กับตัวเอง แล้วศึกษาจากคนที่ประสบความสำเร็จว่ามีอะไรเป็นปัจจัยหลัก

4. เปลี่ยนวิถีชีวิตและการกินค่ะ เชื่อในหมอหมีว่า อาหารสำคัญกว่าออกกำลัง ในการลดน้ำหนัก โดยเริ่มซื้อข้าวกล้องมาหุงกินเอง โดยซื้อหม้อหุงข้าวใหม่เลยค่ะ เพราะหม้อหุงข้าวเก่ามันใหญ่ค่ะ และหุงไว้กินคนเดียว งานนี้ ต้องขอบคุณแม่มากๆ ค่ะ ที่ปกติหาอาหารเช้าให้ทานแล้วต้องมาช่วยหุงข้าวกล้องทุกเช้า และให้แม่ต้มผักให้เรากินควบคู่กับกับข้าวปกติค่ะ (จริงๆ ผักต้มคือ เฟส 2) อาหารที่มันๆ ทอดๆ ก็บอกแม่ว่าไม่เอานะ ขอแบบไก่ต้ม (ซื้อร้านข้าวมันไก่ แต่ไม่เอาข้าว เนื้ออกไขมันน้อยกว่าน่อง ไม่เอาหนัง) ไข่ต้ม (กินแต่ไข่ขาว เพราะเราคอเลสเตอรอลสูงค่ะ) ต้มจืด เกาเหลา เรื่องอาหารเดี๋ยวมาบอกละเอียดๆ นะคะ แล้วก็เริ่มคำนวณแคลอรี่ที่ต้องบริโภคและใช้ในแต่ละวันด้วยการใช้ MyFitnesspal Application ค่ะ และเลิกกินน้ำหวาน กาแฟเย็น น้ำหวานเย็นๆ ทุกประเภท เพื่อลดการเสพติดความหวานค่ะ เดี๋ยวมาเขียนละเอียดนะ

5. ซื้อที่ชั่งน้ำหนักใหม่ เพราะอยากได้แบบดิจิตอล ควรเลือกแบบที่หนักๆ หน่อยนะคะ แบบแบนๆ กระจกไรงี้ ชั่งไปซักพักมันไม่ตรงค่ะ เราโรคจิตค่ะ ชั่งเช้าและเย็นก่อนนอน ทุกวัน เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงแล้วจดลงแอพหรือ calendar ค่ะ จะได้รู้ว่าเราพลาดอะไรไปตอนไหน ทำอะไรแล้วน้ำหนักมันลง แต่ไม่ได้แปลว่าจะชั่งแล้วนอยด์นะคะ ส่วนตาชั่งที่ยิม ก็ชั่งทุกครั้งที่ไปค่ะ เพื่อดูว่ามีความเคลื่อนไหวอะไร ต้องปรับอะไรตรงไหน

เราซื้อรุ่นนี้ เหมือนคุณ Cinnamongal เลยค่ะ ขอยืมรูปมานะคะ อ่านวิธีใช้ได้ที่บล็อกคุณมดในลิงค์ด้านหน้าเลยค่ะ ^^

สถิติเดือนมกรา เราเริ่มเข้ายิมเมื่อวันที่ 7 มค เข้าไปทั้งสิ้น 9 ครั้งค่ะ
น้ำหนักลงไปสองโลค่ะ (ถือว่าเท่าทุนเองนะ เพราะก่อนปีใหม่ที่กินกระหน่ำก็หนักประมาณนี้)
ยังค่ะ เป้าหมายของเราสูงกว่านั้น คือ เราอยากหนักเท่ากับเมื่อปี 2004 ค่ะ คือ 53 กิโลค่ะ และไม่มีพุงค่ะ
เวลาใครถามว่าลดยังไง ก็ง่ายนิดเดียวค่ะ “ลดอาหาร กินแต่อาหารดีๆ และออกกำลังค่ะ” พูดง่ายแต่ทำยากนะคะ

ติดตามเฟสสอง กับการเข้าสู่การเทรนกับเทรนเนอร์และศัตรูของการลดน้ำหนักอย่างการไปเที่ยวต่างจังหวัดและต่างประเทศค่ะ ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนและน้ำหนักเริ่มลดจริงจังค่ะ

Advertisements

One thought on “ซีรีส์ลดน้ำหนัก ตอนที่ 1 : ทุกอย่างเริ่มที่ใจ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s