Reblog: มะเร็งปากมดลูก ภัยในตัวคุณ

(First post 2006)

บล็อกนี้ วิชาการ(อีกแล้ว)นะคะ แต่เป็นเรื่องที่ควรรู้สำหรับคุณผู้หญิงผู้มีมดลูกเป็นของตัวเอง แต่สำหรับหนุ่มๆ กระเทย เกย์ก็อ่านไว้ประดับความรู้เผื่อว่าคนใกล้ตัวของคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นนะคะ

มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer/ Cancer of Cervix)
รู้กันไว้นะว่าเจ้ามะเร็งปากมดลูกเนี่ย เป็นมะเร็งที่ทำยอดเก็บแต้มในสตรีไทยได้เยอะสุดเลยนะคะในบรรดามะเร็งทั้งหมด
พวกมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่เนี่ย ยังมีอัตราน้อยกว่าเลย (Year: 2006)

มาทำความรู้จักมดลูกกันก่อนดีกว่า ว่ามันหน้าตาเป็นไง ปากมดลูกอยู่ตรงไหน?
health info-4

credit:http://www.siamca.com/knowledge-id219.html
ส่วนที่เขียนว่า Vagina นั่นคือ ช่องคลอด Cervix คือ ปากมดลูกนะค้า

พอรู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้วไซร้ แล้วทำไมอยู่ๆมันมาเกิดได้ล่ะ?
เจ้าตัวการของมะเร็งปากมดลูกนั้น เกิดจากเชื้อไวรัส เอชพีวี (HPV) ซึ่งเป็นตัวการเดียวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น หูด นั่นล่ะ
แต่สาวเวอจิ้นนางใดก็อย่าได้ชะล่าใจนะคะ มันอาจเกิดกับคุณก็ได้ เพราะคุณอาจใส่กางเกงในที่อับชื้น หรือล้างทำความสะอาดไม่เพียงพอจนทำให้ก่อไวรัสนี้ขึ้นมา
แต่อย่าเพิ่งตกใจไป เจ้าไวรัส HPV นี่ มีญาติกันอยู่เป็นร้อยๆตัว ตัวที่เป็นอันตรายมีอยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้น และร่างกายของเราสามารถขจัดมันออกได้เอง
มีบางคนเท่านั้นที่เชื้อนี้ยังคงอยู่ที่อวัยวะเพศและไม่สามารถเอาออกไปได้ ซึ่งอาจกลายเป็นมะเร็งในเวลาต่อมาก็ได้

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก?

ปัจจัยเสี่ยงของพฤติกรรมทางเพศ

– การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย เช่น เสียตัวตอนม.2, ท้องตอนม.4 เป็นต้น แต่ถ้ามีตอน 30 นี่ เค้าเรียกว่า ความสาวเหลือน้อยนะ ไม่เข้าข่ายนี้ แต่ก็อย่านิ่งนอนใจ

– การมีคู่นอนหลายคน อันนี้คำว่าหลายคนก็คงมากกว่า 1 คนล่ะนะ แต่ถ้าเป็นคนที่มีแฟนทีละคน แล้วมีทีละคนก็คงจะไม่เข้าข่าย แต่จริงๆมีแค่คนเดียวก็ต้องไปตรวจแล้วล่ะ

– การตั้งครรภ์ หรือมีลูกหลายคน

– มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสหูดหงอนไก่ (Human Papilloma Virus (HPV)
ขออนุญาตนำรูปบางส่วนมาจากเว็บคลีนิครักค่ะ น่ากลัวม๊ากกกกก โรคนี้อาจติดมาจากฝ่ายชายก็ได้นะคะ เป็นได้ทั้งชายและหญิงค่ะ
ทางที่ดี ควรใส่ถุงยางเพื่อป้องกันโรคติดต่อเหล่านี้นะคะ
หูดหงอนไก่-หญิง
(ที่มาภาพ หนังสือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
โดย ร.ศ.น.พ.ประทักษ์ โอประเสริฐสวัสดิ์)

หูดหงอนไก่-ชาย
(ที่มาภาพ หนังสือตำราโรคผิวหนังในเวชปฏิบัติปัจจุบัน
โดย ปรียา กุลละวณิชย์ และ ประวิตร พิศาลบุตร)

– การรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานานๆ

ปัจจัยเสี่ยงฝ่ายชาย (Male Factors) หมายถึงว่าฝ่ายชายเป็นตัวแพร่เชื้อ HPV มาสู่ฝ่ายหญิงนะคะ ไม่ได้แปลว่าฝ่ายชายจะมีมดลูก

– ผู้ชายที่มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
– ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย
– สตรีที่มีสามีเป็นมะเร็งองคชาติ
– สตรีที่มีสามีเคยมีภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูก
– ผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน

ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
– การสูบบุหรี่ กับสูบบุรุษ ก็ติดโรคได้เช่นกันค่ะ
– สตรีที่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน และด้อยการศึกษา (อันนี้คงอ้างมาจากสถิติคนที่เคยเป็นน่ะค่ะ เพราะว่ากลุ่มนี้ จะไม่รู้วิธีป้องกันโรค อีกทั้งยังไม่ค่อยแคร์เรื่องโรคหรือความสะอาดเท่าไหร่)
– ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
– พันธุกรรม อันนี้เป็นอะไรที่เห็นมาจากพี่ข้างบ้านเลยค่ะ น่าสงสารมากๆ เป็นทั้งครอบครัวเลย
– การขาดสารอาหารบางชนิด

แต่ไม่ต้องกลัวไปล่วงหน้า เพราะว่า มะเร็งปากมดลูกต้องใช้เวลากลายของเซลล์ปากมดลูกอย่างน้อย 10 – 15 ปี ก่อนจะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขพยายามรณรงค์การตรวจภายในร่วมกับการตรวจหาเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ เพื่อลดโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกเพราะเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ (CIN) จนถึงระยะมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนลุกลาม (CIS) สามารถรักษาหายขาดได้

หากตรวจพบก่อนก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เช่น คุณบุ๋มปนัดดา ที่ตรวจพบตอนตั้งครรภ์ แต่เซลล์ก็พ่ายแพ้ไป สลายตัวไปเองค่ะ

แล้วการตรวจเนี่ย จะทำยังไงล่ะ?
ปัจจุบันการแพทย์ก้าวหน้าค่ะ มีวิธีตรวจหาอยู่ 2 วิธีใหญ่ๆ คือ
1. Pap smear (แพพ สเมียร์) เป็นวิธีเก่าที่ใช้การป้ายตัวอย่างภายในช่องคลอดมาตรวจผ่านกล้องจุลทรรศน์
ซึ่งให้ผลแม่นยำ แต่มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ต้องตรวจในวันที่ไม่มีประจำเดือนมาแน่ๆ ถ้ามีเลือดประจำเดือนเหลือค้างอยู่ก็จะตรวจไม่ได้เลย
แล้วถ้าตรวจเจอก็ต้องเข้ามาตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อเก็บชิ้นเนื้อเยื่อ
(พวกการตรวจทุกอย่างอะค่ะ ถ้าตรวจแล้วไม่เจอ ก็ไม่ต้องตรวจซ้ำ แต่ถ้าตรวจเจอก็ต้องตรวจซ้ำหรืออาจลองเปลี่ยนโรงพยาบาลดูค่ะ – ใช้ได้กับการตรวจตั้งครรภ์ หรือตรวจเลือดด้วยค่ะ)
ค่าใช้จ่ายในการตรวจจะเริ่มต้นที่ 40 บาท รักษาทุกโรค อุ๊ปส์ ไม่มีแล้วนินะ (โรงพยาบาลรัฐน่ะค่ะ ถูกมากๆๆ แต่รอคิวหน่อยนะ) ไปจนถึง 400-800 สำหรับโรงพยาบาลเอกชน

2. Thin Prep (ธิน เพรพ) เป็นวิธีใหม่ ที่มีการศึกษาวิจัยจากสถาบันทั่วโลกพบว่าวิธีนี้ให้ผลละเอียดกว่าการตรวจแบบเก่าประมาณ 65 %
โดยจะใช้วิธีขูดชิ้นเนื้อเยื่อภายในปากช่องคลอดไปทำการตรวจ ซึ่งวิธีนี้ จะแม่นยำกว่า ทำได้สะดวกกว่าไม่ต้องรอให้เลือดประจำเดือนหมดเกลี้ยงก็ตรวจได้ แถมไม่ต้องโดนเรียกไปเก็บชิ้นเนื้อเยื่ออีกครั้งด้วยค่ะ
แต่ก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเล็กน้อย ปัจจุบันโรงพยาบาลเอกชนก็จะมีการตรวจแบบนี้หมดแล้ว จะทราบผลภายในหนึ่งสัปดาห์ค่ะ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 พันบาทค่ะ

ทางที่ดี ควรรอไปตรวจหลังจากหมดประจำเดือนไปแล้วประมาณ 10-20 วัน และไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนไปตรวจ เพราะอาจเกิดแผลถลอกภายในทำให้ตรวจไม่ได้เต็มที่
ภายหลังการตรวจอาจมีเลือดออกมาเล็กน้อยค่ะ แต่ถ้าออกไม่หยุดล่ะก็รีบไปหาหมออีกรอบซะนะ

แล้วถ้ามีอาการแบบไหนถึงควรรีบไปตรวจ?
มะเร็งปากมดลูกมักพบในสตรีอายุ 45 – 55 ปี แต่ตอนนี้มักตรวจพบมะเร็งปากมดลูกก่อนวัยอันควร และปัจจุบันก็พบในอายุน้อยลง เซลล์ปากมดลูกผิดปกติมักพบในวัยเจริญพันธุ์ มะเร็งปากมดลูกมักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน จึงเป็นสาเหตุให้การวินิจฉัยกระทำได้ช้า และมักตรวจพบเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว
และที่สำคัญ ผู้หญิงส่วนมากมักปฏิเสธการตรวจภายในเพราะอายและกลัว และมักจะไม่มีอาการ จึงละเลยการตรวจร่างกาย

อาการเตือนอาจมีได้ดังนี้
1. ตกขาวสีเหลือง มีกลิ่น ปนเลือด
2. เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (อาจพบหลังมีเพศสัมพันธ์)
3. ปวดท้องน้อย (พบในกรณีมะเร็งลุกลามเนื้อเยื้อในช่องเชิงกราน)
4. ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะเป็นเลือด (พบในกรณีมีการลุกลามไปกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย)
5. เบื่ออาหาร ,น้ำหนักลด
6. ขาบวม (มะเร็งลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง)

การรักษา
หากรู้แต่เนิ่นๆ ในขั้นที่ 1-2 สามารถใช้การจี้ด้วยไฟฟ้าหรือตัดชิ้นเนื้อนั้นออกไป
แต่ในขั้นที่ 3 นั้นก็ต้องตัดมดลูกทิ้ง เพื่อไม่ให้ลามไปอวัยวะอื่นๆ ไม่ต้องทำคีโมหรือฉายแสงใดๆ
ในขั้นที่ 4 นั้น ต้องตัดมดลูกทิ้งเช่นกัน แล้วต้องฉายแสงหรือทำคีโมเพื่อให้มะเร็งหยุดลุกลามจ้ะ

การป้องกัน
– เวลามีเพศสัมพันธ์ก็ควรใช้ถุงยางเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นะจ๊ะ
– ไปตรวจภายในทุกปี ไม่ต้องอายหมอหรอก เค้าเห็นมาจนชินแล้ว
– สาวที่มีsexครั้งแรกก็ควรจะตรวจได้แล้วไม่ว่าอายุเท่าไหร่ แต่ถ้าสาวโสดควรตรวจเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไปนะ
– ตอนนี้มีวัคซีนป้องกันแล้ว แต่จะให้ได้ผลดี ควรฉีดก่อนที่จะมีsexครั้งแรก ซึ่งเดี๋ยวนี้เด็กไทยมีsexกันตั้งแต่ม.ต้น บางคนก็ประถมด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นควรฉีดตั้งแต่อนุบาลนะ (หึหึ)
แต่วัคซีนนั้นก็ราคาค่อนข้างแพง แถมต้องฉีดสามเข็มซะด้วย สิริรวมเป็นหมื่นอ่ะค่ะ
ถ้ายังไม่มีปัญญาไปฉีดก็รักษาตัวเองให้ดีนะคะ อย่าสำส่อน อย่าประมาทโดยไม่ใช้ถุงยาง
อ่อ สาวโสดเนี่ย อย่าเพิ่งหัวเราะไป อะไรมันไม่ได้ใช้นานๆก็อาจเสื่อมได้นะจ๊า…..

อ้างอิงจาก
http://www.ladpraohospital.com/healthKnowledges.asp?id=12&language=2
http://www.vibhavadi.com/web/health_detail.php?id=8
http://www.clinicrak.com/messages/viewmessage.php?id=1504&maintype= หูดหงอนไก่
http://www.clinicrak.com/messages/viewmessage.php?id=5180&maintype= วัคซีนมะเร็งปากมดลูก
หนังสือ COSMOPOLITAN ฉบับเดือนก.ค. ปี 2006 หน้า 92-93

Advertisements

#สาระสตรี มะเร็งเต้านม

เราเคยเขียนเรื่องของมะเร็งปากมดลูกเอาไว้ที่ exteen เมื่อหลายปีที่แล้วค่ะ ตอนนี้เนื้อหาก็ยังคงใช้ได้กับปัจจุบันนะคะ (ลองไปอ่านดูค่ะ เรา reblog ไว้ที่นี่)  เมื่อก่อนมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่ครองชาร์ทอันดับ 1 นะคะ แต่ตอนนี้โดนมะเร็งเต้านมแซงคิวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แทน
พอดีทางคุณบั๊บให้ข้อมูลมาที่น่าสนใจ เลยนำมาแชร์กัน
มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมเกิดจากความผิดปกติของเซลที่อยู่ภายในท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนม เซลเหล่านี้มีการแบ่งตัวผิดปกติ ไม่สามารถควบคุมได้ มักแพร่กระจายไปตามทางเดินน้ำเหลือง ไปสู่อวัยวะที่ใกล้เคียงเช่น ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ หรือแพร่กระจายไปสู่อวัยวะที่อยู่ห่างไกล เช่น กระดูก ปอด ตับ และสมอง เช่นเดียวกับมะเร็งชนิดอื่นๆ

มะเร็งเต้านมพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยผู้ชายมีโอกาสพบได้น้อยมากเพียง1 % ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด จากการเก็บข้อมูลจำนวนผู้ป่วยมะเร็งชนิดต่างๆในประเทศไทยในปี พ.ศ.2555 พบว่า มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุดเป็นอันดับ 1

มะเร็งเต้านมสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ 

ระยะ 0            เป็นระยะเริ่มต้นของเซลล์มะเร็ง ซึ่งยังไม่ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อเต้านม
ระยะ 1            ก้อนมะเร็งมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร และยังไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง
ระยะ 2           ก้อนมะเร็งมีขนาดระหว่าง 2-5 เซนติเมตร ซึ่งอาจจะลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้หรือไม่ก็ได้ หรือมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร และลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้แล้ว แต่ยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น
ระยะ 3            ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร และรุกรามเข้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้แล้วแต่ยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น
ระยะ 4            มะเร็งแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆแล้ว

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม

  1. ผู้หญิงที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็งเต้านมหรือมีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นญาติใกล้ชิด เช่น แม่พี่สาวหรือน้องสาว เป็นต้น
  2. ผู้หญิงที่ไม่มีบุตรหรือมีบุตรคนแรกเมื่ออายุมากกว่า 30 ปี
  3. ผู้หญิงที่รอบเดือนมาเร็ว และหมดช้า หรือใช้ฮอร์โมนทดแทนเป็นเวลานานกว่า 10 ปี
  4. ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป

การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านม จะใช้การตรวจประเมินร่วมกัน คือ

เมื่อพบอาการผิดปกติที่สงสัยว่าอาจจะเป็นมะเร็งเต้านม ได้แก่ การพบความผิดปกติของภาพการตรวจเอ็กซเรย์เต้านม คลำพบก้อนที่เต้านม หรือเกิดความผิดปกติที่เต้านม ควรปรึกษาแพทย์ ซึ่งอาจมีการซักประวัติ อาการที่เป็น ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมและการตรวจร่างการทั่วไป รวมทั้งการตรวจเต้านม ดังนี้

  1. การคลำ แพทย์จะตรวจลักษณะของก้อนและเต้านมโดยทั่วไป รวมทั้งบริเวณรักแร้ และเหนือกระดูกไหปลาร้า
  2. การตรวจแมมโมแกรม การตรวจเอ็กซะเรย์เต้านม ทำให้ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมโดยเฉพาะลัษณะของก้อนเหมือนก้อนมะเร็งหรือไม่ ขนาดและขอบเขตของก้อน จำนวนก้อนที่มี
  3. การตรวจคลื่นสะท้อนแรงสูง (ultrasonography) ช่วยแยกโรคได้ว่าก้อนที่เป็น เป็นก้อนเนื้อทั้งหมด หรือเป็นถุงน้ำ และใช้ดูประกอบกับการตรวจแมมโมแกรม (mammogram)

จากข้อมูลเบื้องต้น แพทย์จะตัดสินใจว่าต้องมีการตรวจเพิ่มเติมหรือการรักษาจำเป็นหรือไม่ ในรายที่ลักษณะการตรวจเข้าได้กับลักษณะของเนื้องอกไม่ร้ายแรง แพทย์อาจนัดผู้ป่วยมาตรวจสม่ำเสมอ เพื่อตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของรอยโรค ในรายที่สงสัยอาจต้องมีการเจาะหรือตัดก้อนเนื้อตรวจเพิ่มเติม ดังนี้

  1. การเจาะตรวจด้วยเข็มขนาดเล็ก

การใช้เข็มขนาดเล็กเจาะตรวจก้อนที่สงสัยว่าเป็นถุงน้ำ เพื่อดูดน้ำมาตรวจ หรือเจาะก้อนเนื้อเต้านมที่สงสัย และตรวจด้วยจุลทรรศน์เพื่อดูลักษณะของเซลล์ที่เจาะตรวจ

  1. การตัดเนื้อตรวจด้วยเข็ม

โดยการใช้เข็มขนาดใหญ่ เจาะตัดก้อนเนื้อเต้านมที่สงสัย หรือ เจาะบริเวณที่ผิดปกติจากการตรวจเอ็กซเรย์แมมโมแกรม ส่งไปที่ห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยา เพื่อให้พยาธิแพทย์ตรวจ ลักษณะของเซลล์ว่าเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่

  1. การผ่าตัดตรวจชิ้นเนื้อ

แพทย์ตัดเนื้อบางส่วนหรือทั้งหมดของก้อนเนื้อเต้านมที่สงสัย พยาธิแพทย์จะตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็ง เมื่อการตรวจชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็นเซลล์มะเร็งเต้านม ควรมีการตรวจย้อมพิเศษเพิ่มเติม เพื่อตรวจดูความรุนแรงของโรคมะเร็งที่เป็นและเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับรอยโรคที่ตรวจพบ โดยตรวจตัวรับฮอร์โมน (hormone receptor) ซึ่งมี 2 ชนิด คือ ตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen receptor) และตัวรับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone receptor) ถ้าให้ผลบวกแสดงว่าโรคตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนบำบัด และตรวจย้อมยีนมะเร็งเฮอร์ทู (HER-2 onco gene) ซึ่งถ้าให้ผลบวก แสดงว่าโรคมะเร็งเต้านมเป็นชนิดร้ายแรง ดื้อยาเคมีบำบัดและโรคกลับเป็นซ้ำรวดเร็ว ตลอดจนผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเร็วกว่าผู้ที่ตรวจไม่พบยีนมะเร็งเฮอร์ทู นอกจากนี้ผลของยีนมะเร็งเฮอร์ทู สามารถทำนายการตอบสนองต่อการรักษาด้วยช้ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (targeted therapy)

การรักษามะเร็งเต้านม จะอาศัยทีมแพทย์ในสาขาต่างๆ เช่น ศัลยแพทย์ รังสีแพทย์ และอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง มาร่วมกันวางแผนการรักษาที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกวิธีการรักษาของแพทย์ เช่น

  • ขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของเซลล์มะเร็ง
  • ระยะโรคและการกระจายของมะเร็ง
  • อายุและสุขภาพของผู้ป่วย
  • ตัวรับฮอร์โมนของมะเร็ง
  • ภาวะก่อนหรือหลังหมดประจำเดือน
  • ปัจจัยที่บ่งบอกความรุนแรงของเนื้องอก เช่น ยีน HER2

ทางเลือกในการรักษามะเร็งเต้านม


การรู้ว่าตัวเองเป็น HER2 Positive หรือไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยาก และเสียค่าใช้จ่าย บางครั้งแพทย์ที่รักษาก็ไม่ได้ส่งตรวจให้ เลยอยากให้คนทั่วไปรับข้อมูล และ aware ว่าชนิดมะเร็งเต้านมที่ตัวเองเป็น เป็น HER2 Positive หรือไม่
ตอนนี้มีโครงการตรวจฟรีอยู่ค่ะ
สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ที่ถือสิทธิ์ บัตรทองสามสิบบาท และ ประกันสังคม สามารถเข้าถึงการตรวจยืนยันการเพิ่มขึ้นของยีนส์ HER2 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านระบบ BioBridge ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถเลือกยา และ วิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้ผู้ป่วยแต่ละคนได้
VDO อธิบายเกี่ยวกับระบบ BioBridge
ตอนนี้ยาที่รักษามะเร็งชนิด HER2 Positive เข้า 30 บาทแล้ว อันนี้คือข่าวที่เคยพูดถึง
อันนี้เป็นข้อมูลเก่าจากเพจ แม่นุ่นนะคะ ว่ายาใช้ได้แค่ข้าราชการ
แต่ตอนนี้ยาเข้า 30 บาท เมื่อเดือนตุลาที่ผ่านมา แต่ส่งมาเป็น reference ว่า ราคาต่อคอร์ส เท่าไหร่ค่ะ

ฝากไว้นิดนึง ชะนีทั้งหลาย อย่ากลัวตรวจภายใน ตรวจเต้านมเลยเธอ ชีวิตเธอ ร่างกายเธอทั้งนั้น รู้ก่อนรักษาเร็ว ก็หายได้ ทุเลาได้นะ ดีกว่าปล่อยไว้ลุกลาม เพราะสาเหตุคือ อายหมอ โถ ทีกับอย่างอื่นทำไปไม่อายโนะ