Reblog: มะเร็งปากมดลูก ภัยในตัวคุณ

(First post 2006)

บล็อกนี้ วิชาการ(อีกแล้ว)นะคะ แต่เป็นเรื่องที่ควรรู้สำหรับคุณผู้หญิงผู้มีมดลูกเป็นของตัวเอง แต่สำหรับหนุ่มๆ กระเทย เกย์ก็อ่านไว้ประดับความรู้เผื่อว่าคนใกล้ตัวของคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นนะคะ

มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer/ Cancer of Cervix)
รู้กันไว้นะว่าเจ้ามะเร็งปากมดลูกเนี่ย เป็นมะเร็งที่ทำยอดเก็บแต้มในสตรีไทยได้เยอะสุดเลยนะคะในบรรดามะเร็งทั้งหมด
พวกมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่เนี่ย ยังมีอัตราน้อยกว่าเลย (Year: 2006)

มาทำความรู้จักมดลูกกันก่อนดีกว่า ว่ามันหน้าตาเป็นไง ปากมดลูกอยู่ตรงไหน?
health info-4

credit:http://www.siamca.com/knowledge-id219.html
ส่วนที่เขียนว่า Vagina นั่นคือ ช่องคลอด Cervix คือ ปากมดลูกนะค้า

พอรู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้วไซร้ แล้วทำไมอยู่ๆมันมาเกิดได้ล่ะ?
เจ้าตัวการของมะเร็งปากมดลูกนั้น เกิดจากเชื้อไวรัส เอชพีวี (HPV) ซึ่งเป็นตัวการเดียวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น หูด นั่นล่ะ
แต่สาวเวอจิ้นนางใดก็อย่าได้ชะล่าใจนะคะ มันอาจเกิดกับคุณก็ได้ เพราะคุณอาจใส่กางเกงในที่อับชื้น หรือล้างทำความสะอาดไม่เพียงพอจนทำให้ก่อไวรัสนี้ขึ้นมา
แต่อย่าเพิ่งตกใจไป เจ้าไวรัส HPV นี่ มีญาติกันอยู่เป็นร้อยๆตัว ตัวที่เป็นอันตรายมีอยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้น และร่างกายของเราสามารถขจัดมันออกได้เอง
มีบางคนเท่านั้นที่เชื้อนี้ยังคงอยู่ที่อวัยวะเพศและไม่สามารถเอาออกไปได้ ซึ่งอาจกลายเป็นมะเร็งในเวลาต่อมาก็ได้

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก?

ปัจจัยเสี่ยงของพฤติกรรมทางเพศ

– การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย เช่น เสียตัวตอนม.2, ท้องตอนม.4 เป็นต้น แต่ถ้ามีตอน 30 นี่ เค้าเรียกว่า ความสาวเหลือน้อยนะ ไม่เข้าข่ายนี้ แต่ก็อย่านิ่งนอนใจ

– การมีคู่นอนหลายคน อันนี้คำว่าหลายคนก็คงมากกว่า 1 คนล่ะนะ แต่ถ้าเป็นคนที่มีแฟนทีละคน แล้วมีทีละคนก็คงจะไม่เข้าข่าย แต่จริงๆมีแค่คนเดียวก็ต้องไปตรวจแล้วล่ะ

– การตั้งครรภ์ หรือมีลูกหลายคน

– มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสหูดหงอนไก่ (Human Papilloma Virus (HPV)
ขออนุญาตนำรูปบางส่วนมาจากเว็บคลีนิครักค่ะ น่ากลัวม๊ากกกกก โรคนี้อาจติดมาจากฝ่ายชายก็ได้นะคะ เป็นได้ทั้งชายและหญิงค่ะ
ทางที่ดี ควรใส่ถุงยางเพื่อป้องกันโรคติดต่อเหล่านี้นะคะ
หูดหงอนไก่-หญิง
(ที่มาภาพ หนังสือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
โดย ร.ศ.น.พ.ประทักษ์ โอประเสริฐสวัสดิ์)

หูดหงอนไก่-ชาย
(ที่มาภาพ หนังสือตำราโรคผิวหนังในเวชปฏิบัติปัจจุบัน
โดย ปรียา กุลละวณิชย์ และ ประวิตร พิศาลบุตร)

– การรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานานๆ

ปัจจัยเสี่ยงฝ่ายชาย (Male Factors) หมายถึงว่าฝ่ายชายเป็นตัวแพร่เชื้อ HPV มาสู่ฝ่ายหญิงนะคะ ไม่ได้แปลว่าฝ่ายชายจะมีมดลูก

– ผู้ชายที่มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
– ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย
– สตรีที่มีสามีเป็นมะเร็งองคชาติ
– สตรีที่มีสามีเคยมีภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูก
– ผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน

ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
– การสูบบุหรี่ กับสูบบุรุษ ก็ติดโรคได้เช่นกันค่ะ
– สตรีที่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน และด้อยการศึกษา (อันนี้คงอ้างมาจากสถิติคนที่เคยเป็นน่ะค่ะ เพราะว่ากลุ่มนี้ จะไม่รู้วิธีป้องกันโรค อีกทั้งยังไม่ค่อยแคร์เรื่องโรคหรือความสะอาดเท่าไหร่)
– ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
– พันธุกรรม อันนี้เป็นอะไรที่เห็นมาจากพี่ข้างบ้านเลยค่ะ น่าสงสารมากๆ เป็นทั้งครอบครัวเลย
– การขาดสารอาหารบางชนิด

แต่ไม่ต้องกลัวไปล่วงหน้า เพราะว่า มะเร็งปากมดลูกต้องใช้เวลากลายของเซลล์ปากมดลูกอย่างน้อย 10 – 15 ปี ก่อนจะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขพยายามรณรงค์การตรวจภายในร่วมกับการตรวจหาเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ เพื่อลดโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกเพราะเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ (CIN) จนถึงระยะมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนลุกลาม (CIS) สามารถรักษาหายขาดได้

หากตรวจพบก่อนก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เช่น คุณบุ๋มปนัดดา ที่ตรวจพบตอนตั้งครรภ์ แต่เซลล์ก็พ่ายแพ้ไป สลายตัวไปเองค่ะ

แล้วการตรวจเนี่ย จะทำยังไงล่ะ?
ปัจจุบันการแพทย์ก้าวหน้าค่ะ มีวิธีตรวจหาอยู่ 2 วิธีใหญ่ๆ คือ
1. Pap smear (แพพ สเมียร์) เป็นวิธีเก่าที่ใช้การป้ายตัวอย่างภายในช่องคลอดมาตรวจผ่านกล้องจุลทรรศน์
ซึ่งให้ผลแม่นยำ แต่มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ต้องตรวจในวันที่ไม่มีประจำเดือนมาแน่ๆ ถ้ามีเลือดประจำเดือนเหลือค้างอยู่ก็จะตรวจไม่ได้เลย
แล้วถ้าตรวจเจอก็ต้องเข้ามาตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อเก็บชิ้นเนื้อเยื่อ
(พวกการตรวจทุกอย่างอะค่ะ ถ้าตรวจแล้วไม่เจอ ก็ไม่ต้องตรวจซ้ำ แต่ถ้าตรวจเจอก็ต้องตรวจซ้ำหรืออาจลองเปลี่ยนโรงพยาบาลดูค่ะ – ใช้ได้กับการตรวจตั้งครรภ์ หรือตรวจเลือดด้วยค่ะ)
ค่าใช้จ่ายในการตรวจจะเริ่มต้นที่ 40 บาท รักษาทุกโรค อุ๊ปส์ ไม่มีแล้วนินะ (โรงพยาบาลรัฐน่ะค่ะ ถูกมากๆๆ แต่รอคิวหน่อยนะ) ไปจนถึง 400-800 สำหรับโรงพยาบาลเอกชน

2. Thin Prep (ธิน เพรพ) เป็นวิธีใหม่ ที่มีการศึกษาวิจัยจากสถาบันทั่วโลกพบว่าวิธีนี้ให้ผลละเอียดกว่าการตรวจแบบเก่าประมาณ 65 %
โดยจะใช้วิธีขูดชิ้นเนื้อเยื่อภายในปากช่องคลอดไปทำการตรวจ ซึ่งวิธีนี้ จะแม่นยำกว่า ทำได้สะดวกกว่าไม่ต้องรอให้เลือดประจำเดือนหมดเกลี้ยงก็ตรวจได้ แถมไม่ต้องโดนเรียกไปเก็บชิ้นเนื้อเยื่ออีกครั้งด้วยค่ะ
แต่ก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเล็กน้อย ปัจจุบันโรงพยาบาลเอกชนก็จะมีการตรวจแบบนี้หมดแล้ว จะทราบผลภายในหนึ่งสัปดาห์ค่ะ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 พันบาทค่ะ

ทางที่ดี ควรรอไปตรวจหลังจากหมดประจำเดือนไปแล้วประมาณ 10-20 วัน และไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนไปตรวจ เพราะอาจเกิดแผลถลอกภายในทำให้ตรวจไม่ได้เต็มที่
ภายหลังการตรวจอาจมีเลือดออกมาเล็กน้อยค่ะ แต่ถ้าออกไม่หยุดล่ะก็รีบไปหาหมออีกรอบซะนะ

แล้วถ้ามีอาการแบบไหนถึงควรรีบไปตรวจ?
มะเร็งปากมดลูกมักพบในสตรีอายุ 45 – 55 ปี แต่ตอนนี้มักตรวจพบมะเร็งปากมดลูกก่อนวัยอันควร และปัจจุบันก็พบในอายุน้อยลง เซลล์ปากมดลูกผิดปกติมักพบในวัยเจริญพันธุ์ มะเร็งปากมดลูกมักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน จึงเป็นสาเหตุให้การวินิจฉัยกระทำได้ช้า และมักตรวจพบเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว
และที่สำคัญ ผู้หญิงส่วนมากมักปฏิเสธการตรวจภายในเพราะอายและกลัว และมักจะไม่มีอาการ จึงละเลยการตรวจร่างกาย

อาการเตือนอาจมีได้ดังนี้
1. ตกขาวสีเหลือง มีกลิ่น ปนเลือด
2. เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (อาจพบหลังมีเพศสัมพันธ์)
3. ปวดท้องน้อย (พบในกรณีมะเร็งลุกลามเนื้อเยื้อในช่องเชิงกราน)
4. ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะเป็นเลือด (พบในกรณีมีการลุกลามไปกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย)
5. เบื่ออาหาร ,น้ำหนักลด
6. ขาบวม (มะเร็งลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง)

การรักษา
หากรู้แต่เนิ่นๆ ในขั้นที่ 1-2 สามารถใช้การจี้ด้วยไฟฟ้าหรือตัดชิ้นเนื้อนั้นออกไป
แต่ในขั้นที่ 3 นั้นก็ต้องตัดมดลูกทิ้ง เพื่อไม่ให้ลามไปอวัยวะอื่นๆ ไม่ต้องทำคีโมหรือฉายแสงใดๆ
ในขั้นที่ 4 นั้น ต้องตัดมดลูกทิ้งเช่นกัน แล้วต้องฉายแสงหรือทำคีโมเพื่อให้มะเร็งหยุดลุกลามจ้ะ

การป้องกัน
– เวลามีเพศสัมพันธ์ก็ควรใช้ถุงยางเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นะจ๊ะ
– ไปตรวจภายในทุกปี ไม่ต้องอายหมอหรอก เค้าเห็นมาจนชินแล้ว
– สาวที่มีsexครั้งแรกก็ควรจะตรวจได้แล้วไม่ว่าอายุเท่าไหร่ แต่ถ้าสาวโสดควรตรวจเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไปนะ
– ตอนนี้มีวัคซีนป้องกันแล้ว แต่จะให้ได้ผลดี ควรฉีดก่อนที่จะมีsexครั้งแรก ซึ่งเดี๋ยวนี้เด็กไทยมีsexกันตั้งแต่ม.ต้น บางคนก็ประถมด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นควรฉีดตั้งแต่อนุบาลนะ (หึหึ)
แต่วัคซีนนั้นก็ราคาค่อนข้างแพง แถมต้องฉีดสามเข็มซะด้วย สิริรวมเป็นหมื่นอ่ะค่ะ
ถ้ายังไม่มีปัญญาไปฉีดก็รักษาตัวเองให้ดีนะคะ อย่าสำส่อน อย่าประมาทโดยไม่ใช้ถุงยาง
อ่อ สาวโสดเนี่ย อย่าเพิ่งหัวเราะไป อะไรมันไม่ได้ใช้นานๆก็อาจเสื่อมได้นะจ๊า…..

อ้างอิงจาก
http://www.ladpraohospital.com/healthKnowledges.asp?id=12&language=2
http://www.vibhavadi.com/web/health_detail.php?id=8
http://www.clinicrak.com/messages/viewmessage.php?id=1504&maintype= หูดหงอนไก่
http://www.clinicrak.com/messages/viewmessage.php?id=5180&maintype= วัคซีนมะเร็งปากมดลูก
หนังสือ COSMOPOLITAN ฉบับเดือนก.ค. ปี 2006 หน้า 92-93

Advertisements

One thought on “Reblog: มะเร็งปากมดลูก ภัยในตัวคุณ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s