[CR] รีวิว สักคิ้ว 6 มิติ

รีวิวนี้พี่มิชออกเงินเอง รีเสิชมาเองนะคะ หากไปทำตามแล้วดีไม่ดียังไง ไม่มีส่วนรู้เห็นนะ

คืองี้ อีการสักคิ้วถาวร 3 มิติ 6 มิตินี่ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยในวงการชะนีรักสวยรักงาม เมื่อก่อนคิดว่าเป็นเรื่องของคนแก่อ่ะ ที่แก่แล้วจะเห็นรอยสักเขียวๆ ที่คิ้วแล้วมันดูปลอมๆ จนกระทั่งมันใกล้ตัวมาเรื่อยๆ ทั้งเมคอัพที่รู้จักไปเรียนสักและเพื่อนร่วมงานไปสักก่อนคนแรก พี่มิชก็คิดนะ ว่ามีขนคิ้วอยู่บ้างแต่มันลำบากเวลาเขียน มันไม่ค่อยเท่ากัน แล้วไม่รู้จะเอาทรงไหน

นี่คือรูปคิ้วที่เดี๊ยนเขียนเองเวลาไปงาน แต่งหน้าไรงี้ค่ะ อยากคิ้วตรงๆ แบบชะนีเกาโนะ จะได้หน้าดูซอฟท์

แต่พอเพื่อนร่วมงานสัก จะมีช่วงแรกๆ ที่คิ้วจะเข้มม๊าก แต่พอมันจางก็เออ ดีแฮะ ที่ไม่ไปซักที เพราะค่าสักของเค้าแพงค่ะ ประมาณ 9 พันแน่ะ รูดก็ไม่ได้ เป็นการใช้เงินก้อนใหญ่สำหรับเรานิดนึงนะ

จนได้ไปเห็นรูปเพื่อนนิเทศค่ะ นางนึง เอ๊ะ ปกติคิ้วนางไม่สวยขนาดนี้ นี่ดูเข้ม เป็นรูปทรง เลยหลังไมค์ไปถามนางว่า สักคิ้วใช่ไหมแก ที่ไหน ยังไง เลยได้ร้านมาค่ะ ชื่อร้าน barehare  มีสองสาขาคือเอกมัยกับเซ็นทรัลลาดพร้าวค่ะนางบอกว่านางสักกับอาจารย์ เราเลยขอเข้าไปดูไอจีร้าน มีดาราไปทำหลายคน เออ ก็ทรงสวยดี แต่ออกแนวโค้งๆ แบบไทยอ่ะ

มีโปรโมชั่นตอนนั้นคือ 6 มิติ ราคา 5,900 บาท ผ่อนได้ 3 เดือนกับบัตรเครดิตกสิกรด้วย (มารู้ตอนจะจ่ายเงิน) ราคานี้รวมสัก 1 ครั้ง เติม 1 ครั้ง และแว็กซ์คิ้ว 1 ครั้ง ปกติถ้าแว็กซ์คิ้วเฉยๆ ครั้งละ 500 ค่ะ *มีโปรใหม่ๆ อัพเดทในไอจีร้านเค้าเด้อ

ตอนก่อนไปสักคิ้ว ควรเอาคิ้วแบบที่ขอบไปด้วยนะคะ แล้วส่วนใหญ่สีที่สักจะไม่ได้อ่อนมาก ถ้าทำสีผมมาอ่อน เวลาสักคิ้วจะทำให้สีมันตัดกับผม ถ้าไม่ชอบก็อย่าไปสักค่ะ เขียนไล้เอาตามสีผมสวยกว่า

ตอนจะสัก อยากได้แบบคิ้วซูยอง วง Girl’s generation ค่ะ สวยดี แต่ช่างบอกว่าโหนกคิ้วเราทำไม่ได้ เอาจริงๆ ตอนนั้นก็แอบเฟลนิดนึง เพราะอยากคิ้วเกาหลีไง แต่ร้านเค้ามาสไตล์นี้ ก็ลองดูค่ะ

ขั้นตอนหลังจากโทรนัดคิว ก็จะเข้าไปให้ช่างแว็กซ์คิ้วแล้วก็วาดคิ้วแบบที่ต้องการ ตอนนี้ถ้าจะเปลี่ยนทรงก็ยังทันอยู่ค่ะ แต่ถ้าลงเข็มแล้วเปลี่ยนไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ถูกใจก็ลองทำจนกว่าจะถูกใจ ซึ่งการเขียนคิ้วนี่ สีจะเข้มมากนะคะ อาจจะดูแล้วหลอก หรือดูน่ากลัว แต่สุดท้ายมันจะจางไปเองค่ะ ดูที่ทรงก่อนดีกว่าว่ารับกับหน้าไหม แนะนำให้ส่งไปให้เพื่อนช่วยดู หรือพาเพื่อนไปช่วยตัดสินใจก็ดี

IMG_7482

วันที่ไปสักคิ้วแบบนี้ค่ะ

พอได้ทรงแล้วก็จะทายาชาค่ะ แล้วแปะแวร็ปไว้ประมาณ 30 นาที ตอนที่ไป มีลูกค้ามาแทรกคิว ใช้เวลาค่อนข้างนานค่ะ รอนานมาก แถมยังมีข่าวระเบิดตรงพระพรหมด้วย บอกตรงๆ ว่าไม่กล้าบอกข่าวช่างเลย กลัวมือสั่น หรือรีบทำเพราะรีบกลับบ้านงี้

ตอนช่างลงเข็มบอกเลยว่าไม่เจ็บ หลายคนบอก กลัวเจ็บ เอิ่ม เค้ามียาชาค่ะลูก แล้วถ้ายาชาออกฤทธิ์ไม่ต้องกลัว ทีไปผ่าหน้าอย่างอื่นล่ะทำมาหมดแล้วไม่เห็นกลัวเลยลูก

เวลาช่างจะเริ่มสัก ควรดูว่าเป็นเข็มใหม่ เพื่อกันการติดเชื้อและความคมในการสักจะได้ไม่ช้ำค่ะ

ตอนสักจะได้ยินเสียงดัง “กึด กึด กึด” เหมือนเวลาวาดรูปเลยค่ะ ช่างสักจริงๆ 10 นาทีเองค่ะ แต่วันนั้นที่นานเพราะมีคิวแก้มาแทรกแล้วใช้เวลานานมาก ซึ่งราคาแก้สักคิ้วจะแพงกว่าสักใหม่นะคะ

พอสักเสร็จเค้าจะให้เจลอะโลมาทาค่ะ ห้ามโดนน้ำ 3 วัน แล้วทาเจลให้ชุ่มชึ้นเสมอ ให้แผลหายข้าที่สุด

ก่อนไปสักแนะนำให้บอกเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และแฟนไว้ก่อนนะคะ เนื่องจากช่วงสักสองวีคแรก คิ้วจะเข้มมาก เหมือน Frida ถ้าคนไม่เข้าใจก็อาจจะคิดว่าอีนี่คิ้วปลิง และทำให้เราเสียเซ้ว เราต้องมั่นค่ะ เพราะพอมันตกสะเก็ดจะจางกำลังดี

 

คลิกดูรูปแต่ละวันได้นะคะ

ส่วนใหญ่จะให้เข้ามาสักซ้ำพอผ่านไปซัก 1 เดือนค่ะ เพื่อเติมส่วนที่ขาดไป ซึ่งรอบนี้บอกเลยว่าเจ็บ แหะๆๆ ถึงจะมียาชาก็เหอะ เพราะเหมือนเอามีดกรีดลงไปบนแผลอ่ะค่ะ วิธีดูแลก็เหมือนเดิม คือ ห้ามโดนน้ำ 3 วัน และทาเจลอะโล จนกว่าจะหมด

 

ก่อนไปสักซ้ำรอบแรกนะคะ

ทีนี้พอแผลสมาน เราก็เหมือนเกิดมามีคิ้วแต่กำเนิดทีเดียว ธรรมชาติมาก ไม่ค่อยจางมาก แต่ก็ไม่เข้ม ทุกวันนี้แต่งหน้าไม่ค่อยเขียนคิ้วเลยค่ะ เพราะมันครบแล้ว

IMG_7507

หลังไปซ้ำรอบแรกมาค่ะ

ข้อแนะนำ

  • ศึกษาสไตล์คิ้วของแต่ละร้าน หรือดูรีวิวของคนที่เราชอบ แล้วเซฟรูปต้นแบบไป
  • บอกคนรอบข้างให้เข้าใจชีวิตหลังการสัก
  • การสักเป็นการเสริมสวยกึ่งถาวร ถ้าสักแล้วจะถอนตัวไม่ได้ ต้องรอจางประมาณ 2-3 ปี
  • ราคาสักคิ้วในปัจจุบันลดหลั่นกันตามฝีมือ ประสบการณ์ ชื่อเสียง เลือกที่ถูกก็อาจจะดีก็ได้ เลือกที่แพงก็อาจไม่ดี อยู่ที่ความชอบส่วนตัวด้วยค่ะ
  • ตรวจดูให้แน่ใจว่าร้านสะอาด มีสุขอนามัย และใช้ใบมีดใหม่ทุกครั้ง
  • เมื่อมีขนคิ้วงอกมานอกรอยสัก แนะนำให้ถอน หรือแว็กซ์

 

IMG_7509IMG_7511

คิ้วเหมือนธรรมชาติเค้าให้มาเนาะ เปล่าค่ะ เงินล้วนๆ

เอาจริงๆ สมัยก่อนที่แต่งหน้าไปสมัครงาน ไม่เคยเขียนคิ้วเลย ไม่รู้ว่ามันสำคัญ จนกระทั่งเวลาเราหน้าโล้น หรือไปเจอเพื่อนมีคิ้ว เราถึงเข้าใจแล้วว่า คิ้วมีความสำคัญ สร้างกรอบให้หน้าทีเดียว พอมีแล้วพบว่า แค่ทาตา หรือทาปากก็จบแล้วอ่ะ แล้วหน้าดูครบขึ้นเยอะเลย ขอโทษด้วยนะ ที่ไม่เคยใส่ใจอ่ะ

ข้อคิดวันนี้ : อยากมีอะไรก็มีได้ ถ้ามีเงินนะลูก ความสวยพ่อแม่ไม่ได้ให้ แต่เงินช่วยเราได้

 

รอบหน้า จะรีวิวขนตาถาวรนะคะ

Advertisements

[รีวิว] น้ำยาล้างจานที่ไม่ระคายเคืองผิว cococlean

เคยมั้ยคะ เวลาทำกับข้าวกินกับผู้ชแล้วแบบแบ่งหน้าที่กัน เช่น คนไหนทำกับข้าว อีกคนต้องล้างจาน
แล้วแบบพี่มิชไม่ชอบล้างจาน เพราะมันล้างแล้วไม่สบายมือ

ปกติเป็นคนชอบทำอาหารมากกว่าล้างจานอยู่แล้วค่ะ คือ พี่มิชเห็นหน้าตาแบบนี้ ก็ทำอาหารได้บ้าง แถมดูไม่น่าจะแพ้อะไรง่ายๆ แต่กลับแพ้พวกสารฟอกขาวต่างๆ หรือพวกฟองเยอะๆ เช่น แฟ้บ (ว้าย โบราณมาก เค้าเรียกผงซักฟอกไหม) หรือพวกน้ำยาล้างจานไรงี้ค่ะ พอล้างเสร็จจะต้องล้างน้ำเปล่าออกเยอะๆ ไม่งั้นมือจะแห้ง แล้วบางครั้งคือ คันยิบๆๆๆ ทั้งวัน คือ เกาจนแผลถลอกเลยอะ เหมือนคนเป็นหิด กินยาหมอมีแก้ฝีแก้หิดก็ไม่หาย ผู้ชก็เลยจำใจและเสนอตัวล้างจานให้ตลอดค่ะ ดัดจริตเนาะ (อนุญาตให้มองบนค่ะ)

พอมาที่ออฟฟิศ ถึงจะมีเครื่องล้างจานให้แล้วก็เหอะ แต่มันจะมีเวลาที่แม่บ้านเปิดเครื่องค่ะ พอเครื่องเปิดแล้วคือจบนะ ก็ต้องล้างเองอ่ะ ใครวางแก้วทิ้งไว้ให้แม่บ้านล้างจะโดนประณาม 3 ชาติ เพราะที่นี่อยากให้พนักงานช่วยเหลือตัวเองค่ะ แม่บ้านไม่ได้มีหน้าที่มาล้างให้พนักงานโนะ แล้วแบบที่ทำงานจะมีน้ำยาล้างจานยี่ห้ออื่น แล้วแต่เวรของแต่ละแผนกที่จะจัดซื้อมาแต่ละเดือน มันจะมียี่ห้อที่มิชแพ้มาก และยี่ห้อมิชแพ้น้อย และรวมทั้งประสิทธิภาพในการล้างด้วย

—- [ บริเวณแพนทรี่ของออฟฟิศค่ะ เครื่องล้างจานเราก็มีแต่เรามาไม่เคยทัน ] —

เอาตรงๆ ให้เรียงลำดับยี่ห้อน้ำยาล้างจานในตลาดตอนนี้ ที่ชอบและถูกจริตที่สุดคือ A ย่อว่า ทพ หลายคนไม่รู้จัก ขวดสีขาวน้ำเงิน เป็นน้ำยาใสๆ กลิ่นไม่ฉุนมาก ล้างแล้วกลิ่นไม่ติดที่จานและไม่คันมือ รองลงมาที่หาซื้อง่ายกว่าคือยี่ห้อ B ย่อว่า ลปอ (ย้ำว่า ต้องลปอ,นะ อีกสูตรมะนาวของเขา กลิ่นยังฉุนอยู่) อันนี้สรรพคุณคล้ายกัน แต่กลิ่นแรงกว่ายี่ห้อ Aเล็กน้อย ล้างคราบมันได้ดี รูดนิ้วแล้วดังเอี๊ยด ส่วนยี่ห้อที่ไม่ใคร่จะชอบคือ ยี่ห้อ C ค่ะ ย่อว่า ซล, แล้วเป็นไรไม่รู้นะ เวลาไปต่างที่ต่างถิ่นนะ จะต้องโดนยี่ห้อนี้ตลอด อาจเพราะราคาถูกสุดมั้งคะ แล้วข้อเสียที่ไม่ชอบคือ กลิ่นมันติดจานค่ะ กลิ่นเลมอนหอมชื่นใจ (หรา) โอเคล้างแล้วกลิ่นคาวหาย กลายเป็นกลิ่นน้ำยาล้างจานแทน เลยไม่รู้ว่าสะอาดป่าวอะ


— [ใช้ขวดแบบเติมค่ะ ด้านในไม่แน่ใจว่าของไร แม่ซื้อมา แหะๆ ]—

เวลาที่มือแห้งๆ หลังล้างจานก็ต้องทาแฮนด์ครีมทับอีก ดูซ้ำซ้อนนะคะ ทั้งต้องล้างจาน ทั้งต้องบำรุงมือ แล้วคือเป็นไรไม่รู้ ทาแฮนด์ครีมทีไร ต้องมีอันจับของกินแล้วไปล้างมือใหม่อีกละ 55555 วนลูป เพราะเดี๊ยนกินทั้งวัน

IMG_6224
— [ แฮนด์ครีมบนโต๊ะ ของฝากจากเพื่อนร่วมงานบ้าง ซื้อมาเองบ้าง เพราะล้างมือแล้วมือแห้งค่ะคุณ ]—

ทีนี้มีรุ่นน้องเอาน้ำยาล้างจานยี่ห้อ Cococlean (โคโค่คลีน) มาให้ ดูจากชื่อนี่คือต้องมีแรงบันดาลใจจากมะพร้าวแน่ๆ แต่ไม่ได้ทำมาจากน้ำมันมะพร้าวนะคะ เป็นสารทำความสะอาดจากมะพร้าว เพราะถ้าเป็นน้ำมันมะพร้าวอันนั้นคือจะมันแทน ตอนที่เอามานี่คือบับ มิชไม่ค่อยล้างจานเยอะๆ นะ แต่ลองดูหน่อยก็ได้ เผื่อจะดี เค้าบอกว่าไม่มีสารพวก LAS  ที่ทำให้มือแห้ง ในน้ำยาล้างมือทั่วไป แล้วก็สาร SLS ที่ทำให้รู้สึกระคายเคือง** ช่วงนี้ไม่ค่อยเป็นแม่ผีเรือน เอ๊ย แม่ศรีเรือน เลยมาลองวางไว้ที่ออฟฟิศดูละกัน อย่างน้อยเอาไว้ล้างแก้วหลังเลิกงาน

IMG_5964

—[มีแต่คนถามว่า Cococlean นี่กลิ่นมะพร้าวหรอ?]—

เอาจริงๆ เห็นขวดทีแรกนึกว่าน้ำผลไม้ แหม่…. สีน้ำเงินเขียวอ่อน ดู tropical มาก อยากจะกินค็อกเทล พอเปิดขวดออกมากดใช้ รู้สึกว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายมะนาว (ก็เค้าบอกว่ากลิ่น Lime french เนาะ) ไม่มีสี ไม่มีพาราเบน* พอล้างเสร็จเช็ดมือด้วยทิชชู ก็ไม่รู้สึกแห้งที่ปลายนิ้วนะ ไม่ต้องทาแฮนด์ครีมซ้ำ หรือไม่ต้องล้างมือด้วยโฟมล้างมือตามปกติเลย ถือว่าแง่การแพ้และไม่แห้งตึงนั้นผ่าน สำหรับกลิ่นที่ติดจานนั้นก็ไม่มี เพราะนั้นชนะยี่ห้อ C ไปได้ทุกข้อราบคาบ สามารถล้างขวดนมได้เลย แสดงว่าอ่อนโยนมาก ไม่ต้องซื้อน้ำยาล้างขวดนมแยกไปอีกสำหรับคุณแม่ที่มีลูกเล็ก

*พาราเบน คือ สารที่สังเคราะห์ขึ้นทางเคมี เพื่อใช้ในการรักษาสภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ให้ขึ้นรา หรือถูกแบคทีเรียเข้าไป ทำปฏิกิริยาจนผลิตภัณฑ์เกิดการแปรสภาพ (credit: http://www.sirichiva.com)
เนื่องจากพาราเบนส์ถือเป็นสารรบกวนฮอร์โมน แม้จะเป็นสารกันเสียที่ใช้ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์อย่างแบคทีเรียและเชื้อราได้ดี ได้รับการยอมรับว่าปลอดภัยที่จะผสมในผลิตภัณฑ์ทั้งอาหาร ยา และเครื่องสำอางทุกชนิด แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าหากใช้ไปนานในระยะเวลาต่อเนื่อง จะ ส่งผลเสียต่อร่างกายคนเราหรือไม่ (credit: http://www.consumerthai.org/)
สารกลุ่มพาราเบน (อังกฤษ: paraben) เป็นสารกันเสียที่มีราคาถูกจึงเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย แม้จะได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขให้ใส่ได้แต่ในปริมาณที่กำหนด นิยมใช้กับเครื่องสำอางประเภท แชมพู ครีมนวดผม ครีมบำรุงผิวหน้า ครีมทำความสะอาด ครีมสำหรับเล็บ น้ำยาดัดผมถาวร และ ยาสีฟัน Paraben ชนิดที่นิยมใช้ สารตัวนี้มีส่วนเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของผู้หญิง โดยเฉพาะ มะเร็งเต้านม เพราะร่างกายของเราสามาตรดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว เมื่อสารตัวนี้เข้าสู่ร่างกายจะทำงานเหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ร่างกายผลิต ทำให้ร่างกายทำงานไม่สมดุล (credit: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%99)

** อ่านจากในเว็บไซต์ของ Cococlean (Cococleanthailand.com) เกี่ยวกับ SLS ได้มาว่า SLS หรือ Sodium lauryl sulfate เป็นสารทำความสะอาดที่ทำให้มีฟองดีมากตัวหนึ่ง แต่ในทางการทดสอบของแพทย์ผิวหนังจะใช้สารตัวนี้ในการกระตุ้นให้เกิดการแพ้ เพราะมีการวิจัยกันค่อนข้างแพร่หลาย ว่า SLS ทำให้เกิดการแดงและระคายเคืองของผิวได้ ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นความอ่อนโยน และผลิตภัณฑ์ที่เป็นออแกนิคส์ต่างตื่นตัวในการ ตัดสาร SLS ออก บางคนอาจสับสนสาร SLS กับ Sodium laureth sulfate (SLES) ซึ่งเปรียบเสมือนญาติกับ SLS แต่ลบการระคายเคืองออกไป SLES จึงใช้กันอย่างแพร่หลายในทั้งแชมพู สบู่ และผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก

เอาล่ะข่า (ทำเสียงเอ็มซีมอเตอร์โชว์) เรามาล้างแก้วกันดีกว่าค่ะคุณผู้ชมคะ

IMG_5965

— [เรียกว่าวางเคียงบ่าเคียงไหล่กับอันเดิม]—

—[เมื่อก่อนมีแก้วประจำตัวค่ะ พอหายเข้าซัก 3 ใบ พี่มิชก็คิดว่าใช้แก้วออฟฟิศไปละกัน]—

แต่แค่ล้างถ้วยกาแฟยังไม่สาแก่ใจอีช้อย เดี๋ยวขอทำกับข้าวในกระทะแล้วล้างหน่อยซิ เอาแบบคราบน้ำมันสุดๆ  ผลคือ ใช้ปริมาณน้ำยาน้อยกว่าปกติที่เคยใช้ แต่สามารถขจัดคราบมันของกระทะได้หมดเลย เออ เก๋อ่ะ ผ.แซวว่าเทฟล่อนนี่ ก็ไม่มีไรติดกระทะอยู่แล้วจะพิสูจน์อะไรได้ แต่บางครั้งคนก็ล้างกระทะเทฟล่อนแล้วทิ้งความมันไว้นะคะ พอเราวางไว้ที่ซิ้งค์ล้างจานที่บ้าน พ่อชั้นคิดว่ามันคือน้ำยาล้างมือตัวใหม่แหงเลย ก็มันไม่คุ้นตา ไม่คุ้นยี่ห้อนี่นา แต่มั่นใจว่านางจะต้องชอบ เลยเอาไปให้นางลอง

IMG_6190

IMG_6192

IMG_6191

IMG_6195สรุปคือ ผลการทดลองทั้งประสิทธิภาพของการล้างจาน ขจัดความมันได้ดี โดยไม่เปลืองน้ำยา และที่สำคัญมือไม่แห้ง ไม่คันยิบๆ พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ควรค่าแก่การลงทุนซื้อมาให้แม่และผ.ใช้ในอนาคต แล้วเดี๊ยน”อาจจะ”ช่วยล้างจานมากขึ้นก็ได้ เพราะไม่มีข้ออ้างว่าล้างแล้วคันยิบๆ หรือแพ้น้ำยาล้างจานอีกต่อไป อาจใช้แทนน้ำยาล้างมือด้วยนะ เอ่า…งานเข้าล่ะสิชั้น ต่อไปสงสัยต้องเป็นคนล้างจานแทนซะแล้ว 555

ป.ล. หลังจากวางไว้ที่ออฟฟิศสองวัน มีคนมาถามว่า ซื้อน้ำยาล้างจานโคโค่คลีนที่ไหน เราก็บอกว่ากูร์เมต์ เดอะมอลล์ พารากอน เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ แล้วก็โฮมเฟรชมาร์ช ในเดอะมอล์ทุกสาขาไรงี้​หรือจะซื้อผ่านเว็บก็ได้ (โห ไฮเทคแม่ก เหมาะกับแม่บ้านไม่มีเวลาแบบฉัน) ที่นี่ http://cococleanthailand.com/

IMG_6187

IMG_5663—[แถมท้ายด้วยเมนูวิจิตรมากค่ะ มาม่าเกาหลีโปะไข่ (ไม่ค่อยเยิ้มแฮะ)]—

 

คน-ดอง-บล็อก

เอาจริงๆ นะคะ มีเรื่องราวมากมายอยากสาธยายแต่บรรยายไม่หมด พอดีเป็นคนชอบของหมักดอง เลยดองบล็อกเป็นประจำ ขอแปะหัวข้อเรื่องไว้ก่อน เดี๋ยวจะมาเขียนตามนี้ แต่ถ้าอันไหนเรตติ้งดี เจ้จะรีบเขียนก่อน เอาใจคนอ่าน

  • รีวิวการกินอยู่และการทิ้งขยะแยกประเภทของชาวเขตคังนัม เกาหลีใต้
  • เทคนิคการหนีบหมีในตู้เกมของญี่ปุ่น
  • ติ่งโดดเดี่ยวในคอนโดม
  • คอผ. (อวดหลัวทั่วไป ให้คนอิจเล่น)
  • รีวิวการสอบ TOPIK ที่เกาหลี (อิอิ)
  • รีวิวการส่งไปรษณีย์ของเกาหลี VS ญี่ปุ่น และการฝากเงินที่เกาหลี

อ่ะ โหวตมาค่ะ อยากอ่านเรื่องไหน บอกเลยว่าเขียนสั้นไม่เป็น

เม้าท์ EXO-L (เพื่อนชั้นเอง)

เรื่องของติ่งเมียจัณฑาลวัลลาบีคนหนึ่ง ที่พยายามทำทุกวิถีทางให้ได้เป็นเมียพระราชทานปลอมๆ

we are what we wrote

เบรกจาก textbook มาสู่การเม้าท์ EXO-L

เมื่อสองสัปดาห์ก่อนมี EXO-L มาเยี่ยมเยียน พวกนางเป็น VIP (แฟนคลับ Bigbang) กันมาก่อน ตอนที่รู้ว่านางหนึ่งคนในนั้น ค่อยๆ กลายร่างเป็น EXO-L ก็ตกใจเหมือนกัน จากที่นางเวิ่นเว้อแทยังอยู่ดีๆ นางกระโดดมาหาคยองซู (หรือ ดี.โอ. แห่ง EXO) ได้ยังไง …ชั้นไม่เข้าใจตรรกกะที่มีอยู่บนโลก

สมัยเป็นแฟน Bigbang นางก็ไม่ค่อยได้ตามหรือปฏิบัติภารกิจอะไร แต่พอนางเข้าสู่แวดวง EXO-L อินสตาแกรมนางก็เริ่มอุดมไปด้วยทริปเกาหลี นางบินไปเกาหลีบ่อยพอๆ กับที่รัฐบาลไทยจะอนุญาตให้มีวันหยุดยาวนั่นแหละ แป๊บนึงก็เห็นนางกินกาแฟที่คอฟฟีสมิธ แป๊บนึงก็เห็นนางอยู่ฮงเด บินกลับมาหายใจที่ไทยแป๊บนางก็บินกลับไปอีก แต่แล้วนางก็ต้องบินมาญี่ปุ่นกัน เพราะนางบอกว่า EXO จะมีแฟนมีตติ้งหนแรก … ห๊ะ! ตลอดมาวงนี้ไม่เคยมีแฟนมีตเหรอ? นางบอก “ไม่ๆ ที่ผ่านมาคือ Fan sign ซื้อซีดีแล้วเอามาแลก hi-five วินาทีสั้นๆ” นางบอกแฟนญี่ปุ่นอภิสิทธิ์มากมาย จัดแฟนมีตติ้งหนแรกก็จัดในญี่ปุ่น ที่สำคัญ กติกาวุ่นวายมากมายก็ถูกกำหนดขึ้น กติกาสมัครสมาชิกที่ญี่ปุ่นจะไม่เหมือนกับที่ประเทศเมียชั้นรองอื่นๆ ประเทศนี้เป็นประเทศเมียพระราชทาน ยิ่งใหญ่ เลอค่า กติกาเลยต้องเยอะ

แต่พวกนางก็อดทนทำทุกอย่างจนสมัครสมาชิกได้ และได้บัตร fan meeting มา

ก่อนนางบินมาโตเกียว (ฮาเนดะ) นางแวะไปโซลก่อน ภารกิจก็เห็นชัดๆ ว่าจะบินตามจากกิมโป มาฮาเนดะ นางก็ทำกันอย่างนั้นแหละ เพียงแต่นางก็ต้องรอที่ฮาเนดะนานหน่อย 5 ชั่วโมง กว่านางจะมาถึงย่านยานากะก็รถไฟหมดเวลาพอดี พอวันรุ่งขึ้นนางก็ต้องปฏิบัติมิชชั่นแฟนมีตติ้งอีก แต่ประเด็นฮามันอยู่ที่ตรงนี้

สัปดาห์ที่นางมา เป็นสัปดาห์ที่มีข่าวอย่างทางการว่า Bigbang is coming back เลยเกิดบทสนทนาดังต่อไปนี้

สถานการณ์ A

TT: เห็นข่าวว่า Bigbang จะคัมแบ็คกันยัง
EXO-L (s) : (เหลือบตาจากหน้าจอมือถือสามวิ) เห็นแล้ว (เสียงเรียบ) … แก๊ ดูพี่หมิ่นรูปนี้สิ (หัวเราะคิกคัก) …. อร๊ายยย คยองรูปนี้หล่อนะยะ …. เออ นัมจา (เว็บคลิปเอ็กโซ) อัพคลิปแล้วนะ

สถานการณ์ B
TT: นี่ๆ วันนี้ท็อป (T.O.P Bigbang) เปิดอินสตาแกรมแล้วนี่ เห็นยัง ลงรูปกระหน่ำเลย
EXO-L (s) : (เหลือบตาจากหน้าจอมือถือสองวิ) อืม … (เสียงเรียบ) …. แก๊ รีบลงรูปที่ไปถ่ายมาวันนี้เร็ว เออๆๆๆ แปะเครดิตก่อนนะ เอาเครดิตอะไรดี D.O.Love ไหม คิกๆๆๆ คักๆๆๆ เออๆๆๆ โพสอินสตาแกรมด้วย
EXO-L (เบอร์สอง) : เออๆ เดี๋ยวต้องจองตั๋วขากลับใหม่ น้องจะเปลี่ยนไฟล์ทกลับไหม แต่ไม่เป็นไร เรามีตั้งสองไฟล์ทเรียบร้อยแล้ว (ห๊ะ)

Bigeast อย่างชั้นเกาหัวแกร๊กๆ…

View original post 4 more words

Reblog: มะเร็งปากมดลูก ภัยในตัวคุณ

(First post 2006)

บล็อกนี้ วิชาการ(อีกแล้ว)นะคะ แต่เป็นเรื่องที่ควรรู้สำหรับคุณผู้หญิงผู้มีมดลูกเป็นของตัวเอง แต่สำหรับหนุ่มๆ กระเทย เกย์ก็อ่านไว้ประดับความรู้เผื่อว่าคนใกล้ตัวของคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นนะคะ

มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer/ Cancer of Cervix)
รู้กันไว้นะว่าเจ้ามะเร็งปากมดลูกเนี่ย เป็นมะเร็งที่ทำยอดเก็บแต้มในสตรีไทยได้เยอะสุดเลยนะคะในบรรดามะเร็งทั้งหมด
พวกมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่เนี่ย ยังมีอัตราน้อยกว่าเลย (Year: 2006)

มาทำความรู้จักมดลูกกันก่อนดีกว่า ว่ามันหน้าตาเป็นไง ปากมดลูกอยู่ตรงไหน?
health info-4

credit:http://www.siamca.com/knowledge-id219.html
ส่วนที่เขียนว่า Vagina นั่นคือ ช่องคลอด Cervix คือ ปากมดลูกนะค้า

พอรู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้วไซร้ แล้วทำไมอยู่ๆมันมาเกิดได้ล่ะ?
เจ้าตัวการของมะเร็งปากมดลูกนั้น เกิดจากเชื้อไวรัส เอชพีวี (HPV) ซึ่งเป็นตัวการเดียวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น หูด นั่นล่ะ
แต่สาวเวอจิ้นนางใดก็อย่าได้ชะล่าใจนะคะ มันอาจเกิดกับคุณก็ได้ เพราะคุณอาจใส่กางเกงในที่อับชื้น หรือล้างทำความสะอาดไม่เพียงพอจนทำให้ก่อไวรัสนี้ขึ้นมา
แต่อย่าเพิ่งตกใจไป เจ้าไวรัส HPV นี่ มีญาติกันอยู่เป็นร้อยๆตัว ตัวที่เป็นอันตรายมีอยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้น และร่างกายของเราสามารถขจัดมันออกได้เอง
มีบางคนเท่านั้นที่เชื้อนี้ยังคงอยู่ที่อวัยวะเพศและไม่สามารถเอาออกไปได้ ซึ่งอาจกลายเป็นมะเร็งในเวลาต่อมาก็ได้

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก?

ปัจจัยเสี่ยงของพฤติกรรมทางเพศ

– การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย เช่น เสียตัวตอนม.2, ท้องตอนม.4 เป็นต้น แต่ถ้ามีตอน 30 นี่ เค้าเรียกว่า ความสาวเหลือน้อยนะ ไม่เข้าข่ายนี้ แต่ก็อย่านิ่งนอนใจ

– การมีคู่นอนหลายคน อันนี้คำว่าหลายคนก็คงมากกว่า 1 คนล่ะนะ แต่ถ้าเป็นคนที่มีแฟนทีละคน แล้วมีทีละคนก็คงจะไม่เข้าข่าย แต่จริงๆมีแค่คนเดียวก็ต้องไปตรวจแล้วล่ะ

– การตั้งครรภ์ หรือมีลูกหลายคน

– มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสหูดหงอนไก่ (Human Papilloma Virus (HPV)
ขออนุญาตนำรูปบางส่วนมาจากเว็บคลีนิครักค่ะ น่ากลัวม๊ากกกกก โรคนี้อาจติดมาจากฝ่ายชายก็ได้นะคะ เป็นได้ทั้งชายและหญิงค่ะ
ทางที่ดี ควรใส่ถุงยางเพื่อป้องกันโรคติดต่อเหล่านี้นะคะ
หูดหงอนไก่-หญิง
(ที่มาภาพ หนังสือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
โดย ร.ศ.น.พ.ประทักษ์ โอประเสริฐสวัสดิ์)

หูดหงอนไก่-ชาย
(ที่มาภาพ หนังสือตำราโรคผิวหนังในเวชปฏิบัติปัจจุบัน
โดย ปรียา กุลละวณิชย์ และ ประวิตร พิศาลบุตร)

– การรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานานๆ

ปัจจัยเสี่ยงฝ่ายชาย (Male Factors) หมายถึงว่าฝ่ายชายเป็นตัวแพร่เชื้อ HPV มาสู่ฝ่ายหญิงนะคะ ไม่ได้แปลว่าฝ่ายชายจะมีมดลูก

– ผู้ชายที่มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
– ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย
– สตรีที่มีสามีเป็นมะเร็งองคชาติ
– สตรีที่มีสามีเคยมีภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูก
– ผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน

ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
– การสูบบุหรี่ กับสูบบุรุษ ก็ติดโรคได้เช่นกันค่ะ
– สตรีที่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน และด้อยการศึกษา (อันนี้คงอ้างมาจากสถิติคนที่เคยเป็นน่ะค่ะ เพราะว่ากลุ่มนี้ จะไม่รู้วิธีป้องกันโรค อีกทั้งยังไม่ค่อยแคร์เรื่องโรคหรือความสะอาดเท่าไหร่)
– ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
– พันธุกรรม อันนี้เป็นอะไรที่เห็นมาจากพี่ข้างบ้านเลยค่ะ น่าสงสารมากๆ เป็นทั้งครอบครัวเลย
– การขาดสารอาหารบางชนิด

แต่ไม่ต้องกลัวไปล่วงหน้า เพราะว่า มะเร็งปากมดลูกต้องใช้เวลากลายของเซลล์ปากมดลูกอย่างน้อย 10 – 15 ปี ก่อนจะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขพยายามรณรงค์การตรวจภายในร่วมกับการตรวจหาเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ เพื่อลดโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกเพราะเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ (CIN) จนถึงระยะมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนลุกลาม (CIS) สามารถรักษาหายขาดได้

หากตรวจพบก่อนก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เช่น คุณบุ๋มปนัดดา ที่ตรวจพบตอนตั้งครรภ์ แต่เซลล์ก็พ่ายแพ้ไป สลายตัวไปเองค่ะ

แล้วการตรวจเนี่ย จะทำยังไงล่ะ?
ปัจจุบันการแพทย์ก้าวหน้าค่ะ มีวิธีตรวจหาอยู่ 2 วิธีใหญ่ๆ คือ
1. Pap smear (แพพ สเมียร์) เป็นวิธีเก่าที่ใช้การป้ายตัวอย่างภายในช่องคลอดมาตรวจผ่านกล้องจุลทรรศน์
ซึ่งให้ผลแม่นยำ แต่มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ต้องตรวจในวันที่ไม่มีประจำเดือนมาแน่ๆ ถ้ามีเลือดประจำเดือนเหลือค้างอยู่ก็จะตรวจไม่ได้เลย
แล้วถ้าตรวจเจอก็ต้องเข้ามาตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อเก็บชิ้นเนื้อเยื่อ
(พวกการตรวจทุกอย่างอะค่ะ ถ้าตรวจแล้วไม่เจอ ก็ไม่ต้องตรวจซ้ำ แต่ถ้าตรวจเจอก็ต้องตรวจซ้ำหรืออาจลองเปลี่ยนโรงพยาบาลดูค่ะ – ใช้ได้กับการตรวจตั้งครรภ์ หรือตรวจเลือดด้วยค่ะ)
ค่าใช้จ่ายในการตรวจจะเริ่มต้นที่ 40 บาท รักษาทุกโรค อุ๊ปส์ ไม่มีแล้วนินะ (โรงพยาบาลรัฐน่ะค่ะ ถูกมากๆๆ แต่รอคิวหน่อยนะ) ไปจนถึง 400-800 สำหรับโรงพยาบาลเอกชน

2. Thin Prep (ธิน เพรพ) เป็นวิธีใหม่ ที่มีการศึกษาวิจัยจากสถาบันทั่วโลกพบว่าวิธีนี้ให้ผลละเอียดกว่าการตรวจแบบเก่าประมาณ 65 %
โดยจะใช้วิธีขูดชิ้นเนื้อเยื่อภายในปากช่องคลอดไปทำการตรวจ ซึ่งวิธีนี้ จะแม่นยำกว่า ทำได้สะดวกกว่าไม่ต้องรอให้เลือดประจำเดือนหมดเกลี้ยงก็ตรวจได้ แถมไม่ต้องโดนเรียกไปเก็บชิ้นเนื้อเยื่ออีกครั้งด้วยค่ะ
แต่ก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเล็กน้อย ปัจจุบันโรงพยาบาลเอกชนก็จะมีการตรวจแบบนี้หมดแล้ว จะทราบผลภายในหนึ่งสัปดาห์ค่ะ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 พันบาทค่ะ

ทางที่ดี ควรรอไปตรวจหลังจากหมดประจำเดือนไปแล้วประมาณ 10-20 วัน และไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนไปตรวจ เพราะอาจเกิดแผลถลอกภายในทำให้ตรวจไม่ได้เต็มที่
ภายหลังการตรวจอาจมีเลือดออกมาเล็กน้อยค่ะ แต่ถ้าออกไม่หยุดล่ะก็รีบไปหาหมออีกรอบซะนะ

แล้วถ้ามีอาการแบบไหนถึงควรรีบไปตรวจ?
มะเร็งปากมดลูกมักพบในสตรีอายุ 45 – 55 ปี แต่ตอนนี้มักตรวจพบมะเร็งปากมดลูกก่อนวัยอันควร และปัจจุบันก็พบในอายุน้อยลง เซลล์ปากมดลูกผิดปกติมักพบในวัยเจริญพันธุ์ มะเร็งปากมดลูกมักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน จึงเป็นสาเหตุให้การวินิจฉัยกระทำได้ช้า และมักตรวจพบเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว
และที่สำคัญ ผู้หญิงส่วนมากมักปฏิเสธการตรวจภายในเพราะอายและกลัว และมักจะไม่มีอาการ จึงละเลยการตรวจร่างกาย

อาการเตือนอาจมีได้ดังนี้
1. ตกขาวสีเหลือง มีกลิ่น ปนเลือด
2. เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (อาจพบหลังมีเพศสัมพันธ์)
3. ปวดท้องน้อย (พบในกรณีมะเร็งลุกลามเนื้อเยื้อในช่องเชิงกราน)
4. ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะเป็นเลือด (พบในกรณีมีการลุกลามไปกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย)
5. เบื่ออาหาร ,น้ำหนักลด
6. ขาบวม (มะเร็งลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง)

การรักษา
หากรู้แต่เนิ่นๆ ในขั้นที่ 1-2 สามารถใช้การจี้ด้วยไฟฟ้าหรือตัดชิ้นเนื้อนั้นออกไป
แต่ในขั้นที่ 3 นั้นก็ต้องตัดมดลูกทิ้ง เพื่อไม่ให้ลามไปอวัยวะอื่นๆ ไม่ต้องทำคีโมหรือฉายแสงใดๆ
ในขั้นที่ 4 นั้น ต้องตัดมดลูกทิ้งเช่นกัน แล้วต้องฉายแสงหรือทำคีโมเพื่อให้มะเร็งหยุดลุกลามจ้ะ

การป้องกัน
– เวลามีเพศสัมพันธ์ก็ควรใช้ถุงยางเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นะจ๊ะ
– ไปตรวจภายในทุกปี ไม่ต้องอายหมอหรอก เค้าเห็นมาจนชินแล้ว
– สาวที่มีsexครั้งแรกก็ควรจะตรวจได้แล้วไม่ว่าอายุเท่าไหร่ แต่ถ้าสาวโสดควรตรวจเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไปนะ
– ตอนนี้มีวัคซีนป้องกันแล้ว แต่จะให้ได้ผลดี ควรฉีดก่อนที่จะมีsexครั้งแรก ซึ่งเดี๋ยวนี้เด็กไทยมีsexกันตั้งแต่ม.ต้น บางคนก็ประถมด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นควรฉีดตั้งแต่อนุบาลนะ (หึหึ)
แต่วัคซีนนั้นก็ราคาค่อนข้างแพง แถมต้องฉีดสามเข็มซะด้วย สิริรวมเป็นหมื่นอ่ะค่ะ
ถ้ายังไม่มีปัญญาไปฉีดก็รักษาตัวเองให้ดีนะคะ อย่าสำส่อน อย่าประมาทโดยไม่ใช้ถุงยาง
อ่อ สาวโสดเนี่ย อย่าเพิ่งหัวเราะไป อะไรมันไม่ได้ใช้นานๆก็อาจเสื่อมได้นะจ๊า…..

อ้างอิงจาก
http://www.ladpraohospital.com/healthKnowledges.asp?id=12&language=2
http://www.vibhavadi.com/web/health_detail.php?id=8
http://www.clinicrak.com/messages/viewmessage.php?id=1504&maintype= หูดหงอนไก่
http://www.clinicrak.com/messages/viewmessage.php?id=5180&maintype= วัคซีนมะเร็งปากมดลูก
หนังสือ COSMOPOLITAN ฉบับเดือนก.ค. ปี 2006 หน้า 92-93

[CR] รีวิวเจลล้างหน้า COS Coseutics Cleanser ค่ะ

ปกติ เราไม่ค่อยเปลี่ยนของที่ใช้ง่ายๆ ถ้ายังไม่เคยลอง จะไม่ซื้อมาใช้เองเด็ดขาด ทั้งอาหาร ของใช้ และเครื่องสำอางค่ะ เป็นพวกกลัวการเปลี่ยนแปลง หรือเรียกว่างกค่ะ กลัวซื้อมาแล้วไม่ชอบ เสียดายเงิน ชอบใช้ของทดลองก่อนมากกว่า บางอย่างดูท่าไม่ดี ไม่มี อย. เราก็ไม่ลองอีก เยอะเนาะ แต่จุดเปลี่ยนแบรนด์ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบเค้าบอกว่าใช้ดี, แอบใช้ของเพื่อน, เพื่อนแบ่งมาให้ลอง, หรือไปนอนบ้านเพื่อนแล้วลองของใหม่

ปกติไม่แต่งหน้าไปทำงานค่ะ เรียกว่าหน้าโล้น เพราะช่วงนึงแต่งไปทำงานทุกวัน รู้สึกหน้าเหี่ยวและแก่ลงไปมาก เลยกลับมาเป็นคนหน้าโล้นไปทำงานเหมือนตอนสมัยทำที่ทำงานเก่าค่ะ อีกอย่างไม่ค่อยได้เจอใคร เลย”อ้าง”ว่าไม่อยากแต่งหน้า เสียดายของ
ที่ได้ฤกษ์มาเขียนเพราะได้ลองอะไรใหม่ๆ มาสองอัน เลยจะขอรีวิวบ้างไรบ้าง ตามประสาบิวตี้บล็อกเกอร์เนาะ (สถาปนาตัวเองจากบล็อกเกอร์ติ่ง)

ก่อนหน้านี้เราก็ใช้เจลล้างหน้าของราชเทวีคลีนิกค่ะ แต่ตอนนั้นกระแดะบวกกับซื้อ Creme de La mer มาลองใช้ค่ะ (สามล้อถูกหวยเนาะ) ปรากฎผื่นขึ้นค่ะ ร้อนถึงไปหาหมอผิวหนังที่รพ. เวชธานีเพราะรุ่นพี่แนะนำมาว่าดี คุณหมอเลยให้เปลี่ยนเจลล้างหน้ามาเป็น Acne-aid สำหรับผิวอ่อนแอค่ะ ใช้ไปได้ซักพัก ก็ไม่มีปัญหาใดๆ นะคะ หาซื้อง่ายด้วย ตามวัตสัน แต่จุดเปลี่ยนก็มาอีก ตอนลืมเอาแอคเน่เอดไปตอนค้างบ้านเพื่อนค่ะ เลยยืมฟิสิโอเจลมาลองใช้ดู เห็นว่าเอาเจลมาเช็ดเครื่องสำอางได้ด้วยตอนหน้าแห้ง และล้างหน้าได้ด้วย พอล้างเสร็จรอบแรกๆ เหมือนหน้าไม่ชินอ่ะค่ะ ยังรู้สึกไม่สะอาด ลื่นๆ แฮะ แต่ก็ลองซื้อมาใช้ดูนะ
photo 1

จุดนี้ เพิ่งซื้อเจลล้างหน้าฟิสิโอเจล (Physio gel) มาจากร้านขายยาที่เพื่อนมาขายต่อค่ะ แต่เพื่อนก็บอกว่า มียี่ห้อนึงเป็นเวชสำอางค์ยี่ห้อใหม่ ชื่อ COS Coseutics (อ่านว่า ซีโอเอส คอสซูติกส์) มีสูตรเหมือนฟิสิโอเจลกับแอคเน่เอดเลย อยากลองใช้ดูมั้ย จริงๆ ค่อนข้างนอยด์ แต่ลองกดๆ ดูค่ะ เนื้อเจลมันดูเป็นเนื้อเดียวกันกว่าของฟิสิโอเจลอีก

วันนั้นเลยลองใช้รอบนึงค่ะ  ใช้ครั้งแรกก็รู้สึกเลยว่าหลังล้างหน้า”รู้สึก”สะอาดกว่าใช้ฟิสิโอเจล เพราะเวลาล้างด้วยฟิสิโอเจลครั้งแรก ไม่รู้หลายคนรู้สึกมั้ย คือ เหมือนมันไม่สะอาดอ่ะค่ะ เหมือนยังทิ้งคราบความมันอยู่ แต่สิวก็ไม่ขึ้นนะคะ คงขึ้นลำบากหน่อย เพราะหน้าหนา เอิ่ม 55

แต่ถ้าเทียบความรู้สึกเวลาใช้ฟิสิโอเจล แอคเน่เอดสูตร sensitive และ COS (ขอเรียกสั้นๆนะ) เราว่าความรู้สึกสะอาดนี่ให้ Acne-aid สูสีกับ COS ค่ะ ส่วนฟิสิโอเจลยังรู้สึกเหนอะๆ อยู่
ถ้าเทียบความสะอาดของหน้าหลังล้าง โดยเอาสำลีเช็ด เทียบระหว่างฟิสิโอเจลกับ COS ก็สะอาดพอกันค่ะ ทั้งฟิสิโอเจลกับ COS เวลาล้างจะไม่มีฟองค่ะ ไม่มีส่วนผสมของสารเกิดฟองนะ เท่าที่อ่านรีวิวมาอีกที (จำชื่อสารไม่ได้ ไม่อยากมั่ว แหะๆ)

ในแง่สรรพคุณ ฟิสิโอเจลนางเคลมว่าเอาไว้เช็คคสอ.ตอนหน้าแห้งได้ เคยลองแล้ว รู้สึกไม่ค่อยออกแฮะ ฮ่าๆๆๆ แต่ COS ไม่ได้บอกว่าเช็คคสอ.ได้นะคะ

ถ้าลองแต่งหน้าแล้วเช็คคสอ.ออกด้วยไบโอเดอร์มา แล้วล้างหน้า เทียบระหว่างฟิสิโอเจลกับ COS ก็พบว่าสะอาดพอกัน ยังไงเวลาเช็ดคสอ. ต้องมั่นใจว่าออกชัวร์ๆ เราเลยใช้พวก Bioderma เช็ดพวกรองพื้น และใช้ CLIO Eye&Lip เช็ดค่ะ (แบรนด์ CLIO ของเกาหลีนะ)

ตอนก่อนซื้อก็ต้องหารีวิวมาประกอบความมั่นใจนิดนึง เลยไปดูเพจของ COS มา (https://www.facebook.com/coseutics?fref=ts) ถึงเห็นว่ามีจุดขายที่ Boots กับพวกร้านขายยาค่ะ เลยลองไปหาดู พบว่าไปร้านขายยาใน Big C เมกาบางนาไม่เจอแฮะ แต่ไป Boots เจอค่ะ ราคา 155 กับปริมาณ 110 มล. ส่วน Physiogel ราคาพิเศษ 169 บาทกับปริมาณ 100 มล. จากราคาเต็ม 205 บาท (บูทส์กับวัตสันชอบจัดโปรค่ะ)

photo 1 photo 2

photo 5photo 3

photo 4photo 5

ไปเจอบล็อกคุณคุณปูเป้ ก็รีวิวไว้ ละเอียดเฟ่อ (ลิงค์นี้) แต่ลองสีชมพูนะคะ
แล้วก็อ่านทู้ เจอทู้นี้ ถามว่าทั้งสองแบรนด์ต่างกันตรงไหน มีคนบอก COS ของคนไทย พลิกดู เออ จริงด้วย ของ Acne-aid กับ ฟิสิโอเจลจัดจำหน่ายโดย Stiffel เหมือนกัน
อีกทู้ เราก็นึกว่า อีแบรนด์นี้เพิ่งมี มีคนรีวิวไว้ตั้งแต่ปี 2010 แล้ว

สำหรับความเห็นเรา เราว่าเจลล้างหน้าสีเขียวของ COS Coseutics ล้างแล้วให้”ความรู้สึก”สะอาดกว่าฟิสิโอเจลค่ะ แต่กลิ่นอาจจะไม่น่ารักเท่าฟิสิโอเจล ใช้แล้วไม่แพ้ค่ะ

เวลาล้างไม่มีฟอง ล้างเสร็จรู้สึกหน้าไม่แห้งตึงเท่า Acne-aid สีน้ำเงินและแดงค่ะ
แต่เจลล้างหน้าอีกสูตรของ COS ยังไม่ได้ลองนะคะ

photo 2photo 3
เนื้อเจลอันซ้ายของ COS ขวาของ Physiogel ค่ะ มีฟองอากาศเหมือนกัน แต่เห็นว่าความเนียนของเนื้อเจล COS ละมุนกว่าฟิสิโอเจล

จริงๆ มีรูปหน้าตัวเองตอนล้างเสร็จนะคะ แต่ดูสยองๆ เลยขอไม่เอาลง ฮ่าๆๆๆ

รีวิวเปรียบเทียบระหว่าง Physiogel กับ COS Coseutics ก็สรุปดังนี้ค่ะ
ราคา : COS ถูกกว่า Physiogel และได้ปริมาณเยอะกว่าเล็กน้อย
แพคเกจ: กระดาษอาร์ตมัน แกะกล่องยากมาก (กูจะรีวิวทำไม ก็มันยากจริงนี่นา…)
จุดจำหน่าย : Physiogel หาซื้อง่ายกว่า เพราะ COS มีขายแค่ใน Boots, Watson และร้านขายยาบางร้านเท่านั้น แบบ Big C Megabangna ก็ไม่มีวางขาย
ความสะอาด : พอกัน
กลิ่น : Physiogel สบายจมูกกว่า COS แต่ COS ก็ไม่ได้เหม็นนะคะ แค่ไม่ชินกลิ่น เพราะไม่ได้ใส่กลิ่นลงไป
สี : ขาวขุ่นเหมือนกัน
ความเป็นเนื้อเดียวกัน : COS ผสมกลมกลืนมากกว่า Physiogel
ความแห้งตึงหลังล้าง : ไม่มีทั้งคู่
อาการแพ้ : ไม่มีทั้งคู่
ลองเข้าไปดูเว็บดูค่ะ http://www.cos-coseutics.com/

ต่อกันอีกนิด เราไม่เคยเขียนบล็อกสั้นนะ บอกก่อน ฮ่าๆๆๆ
ตอนเราไป Outing กับน้องที่บริษัท นางใช้ Sulwhasoo (ซอลฮวาซู) จ้าาาาาา แบบว่าไฮโซโบว์แดง เดี๊ยนเลยขอลองเซรั่มที่นางใช้ค่ะ เป็น Sulwhasoo First Activation serum ค่ะ ใช้หลังล้างหน้า กลิ่นโสมค่อนข้างแรง สรรพคุณคือเอาไว้ปรับสภาพผิวหน้ามั้งคะ คือ ใช้ตัวนี้แล้วต้องใช้ Moisture อีกตัวอยู่ดี เลยเนียนลองใช้ซักสองวัน รู้สึกหน้านุ่มประดุจได้รับการดูแลขั้นสูง (นี่ก็เว่อร์ แต่รู้สึกดีจริงๆ)

photo 1

ต่อมาไปเกาหลีเลยไปสอยมาใช้เองค่ะ ตอนนี้ก็ใช้มาครบเดือนแล้ว รีวิวได้…เย่
คือไม่แพ้ ไม่มีสิวไม่มีหัว มีแต่สิวตามฮอร์โมนซึ่งเป็นทุกเดือนอยู่แล้ว และสิวอุดตันน้อยลง
ใช้แล้วให้ความรู้สึกหน้านุ่มขึ้น เนียนขึ้นค่ะ ใช้วันแรกคนก็ทักว่าหน้าดูเนียน อุ๊ต่ะ ยิ่งปลื้มใหญ่ ใช้ทั้งกลางวันกลางคืนเลยค่ะ ตามด้วย Moisture ของ Laneige แบรนด์วัยรุ่นของบริษัทนี้แหละค่ะ ตัวกลางวันใช้ Gel ค่ะ เพราะผิวมัน ส่วนตัวกลางคืนใช้ Sleep pack ตัวดังของ Laneige เค้าเลย เค้าบอกว่าช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ดูสดชื่นถึงแม้นอนน้อย เหมาะกับชะนีที่ตรากตรำทำงานดึกดื่น หรือแฮงค์เอาท์แบบโต้รุ่ง

photo 2
ตอนเช้า ล้างหน้าเสร็จ>  Sulwhasoo First Activation Serum (Essential)  > Laneige Water Mask Gel > Keihl’s UV creme > Laneige BB cushion ค่ะ
ตัวกันแดด Keihl’s นี่ได้มาฟรี (อีกละ) แหะๆ ใช้แล้วดีกว่าตัวกันแดดของ Anessa ของญี่ปุ่น เพราะไม่อุดตันค่ะ เจลไม่เหนียวเหนอะ ซึมเร็ว
เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยรองพื้นหนาแล้วค่ะ เปลี่ยนใช้ BB cushion ของ Laneige แทน เจ้านี้มีมานานตั้งแต่ปีที่ 2014 ละค่ะ แต่ปีนี้เพิ่งมาฮิตอีก ในตลับมีรีฟิลมาให้อีก 1 อันนะคะ ชุ่มฉ่ำดีค่ะ โปะแล้วเนื้อบางกว่ารองพื้นแต่ปกปิด เหมาะกับคนไม่ชอบแต่งหน้าหนา อยากโชว์ผิว บางยี่ห้อจะมีสองแบบ คือแบบธรรมชาติ (รหัส N) กับแบบปกปิด (รหัส C)ถามว่าปกติใช้มั้ย ใช้เฉพาะวันที่ต้องถ่ายรูปค่ะ เพราะขี้เกียจล้างคสอ.ทุกวัน ไม่อยากถูหน้าด้วย (อ้าง)

photo 4
อันนี้เซ็ตล้างคสอ. ก่อนนอนค่ะ (ขวดกลางคือไบโอเดอร์มาสีชมพู มาแบ่งใส่แพคเวลาเดินทาง

photo 3
ตอนกลางคืน ล้างหน้าเสร็จ > Sulwhasoo First Activation Serum (Essential)  > Laneige Water Sleeping pack > ถ้ามีสิวก็โปะ Clinda – M จบพิธี

อะไรใช้ดี เจ้ก็บอกต่อ ใช้ลาแมร์แล้วไม่เวิร์คก็แล้วแต่คนค่ะ  ลองใช้แล้วชอบก็มาบอกเจ้นะ ….. เผื่อจะได้อัพเกรดจากบล็อกเกอร์ธรรมดา เป็นบิวตี้บล็อกเกอร์บ้างไรบ้าง (เอิ่ม อีนี่ยังหวัง)
เราเคยถ่ายรูปกะจะรีวิว BB Cushion ด้วยนะ แต่พอดีไม่ได้ลง 555 เดี๋ยวมาลงให้อีกบล็อกค่ะ

รีวิวที่พักแบบต่างๆ ในเกาหลี และรีวิวที่พักที่ใช้ Airbnb

มีเพื่อนเดี๊ยนมาถามเยอะมาก เวลาไปเกา (เกาหลีน่ะนะ) ว่าจะพักย่านไหน พักที่ไหน จองยังไง
เอางี้ตอนนี้หลังจากหลุดพ้นมาจากเพื่อนจินที่ชื่นชอบมยองดงมากเป็นชีวิตจิตใจ เดี๊ยนก็ลองเลือกที่พักและย่านใหม่ๆ ดูบ้าง เลยจัดมาเป็นรีวิว เผื่อหลายคนสนใจ และกำลังจะจองเพื่อไปเที่ยวเกาหลีกันนะคะ (เน้นเกาหลีนะ แต่มีแถมลอนดอนให้อีก 1)


ทำเล
ก่อนอื่นต้องเลือกย่านที่ชอบก่อน เพราะถ้าอยู่ผิดย่าน การเดินทางในทริปและการใช้ชีวิตจะลำบากและเสียเวลาค่ะ
ถ้าไม่เคยไปเลย จะเลือกยังไง เอางี้ โซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้จะมีสองฝั่งใหญ่ๆ แบ่งโดยแม่น้ำฮันค่ะ 

  • ฝั่งด้านบนของแม่น้ำ มีสถานที่พวกเมียงดง(หรือมยองดง ที่คนไทยชอบไปช้อปปิ้งเครื่องสำอาง), ทงแดมุน (ตลาดค้าแฟชั่นปลีกและส่ง), อินซาดง (ถนนวัฒนธรรม), อิแทวอน (ที่เที่ยวกลางคืนและต่างชาติอาศัย), ฮงอิกและอีฮวา (ย่านมหาลัย) เป็นต้น เอาแต่ที่เด่นๆ ที่คนไทยน่าจะรู้จักมานะคะ
  • ฝั่งล่าง จะเป็นฝั่งที่ดูไฮโซกว่า (ตามความคิดเราเองนะ) คือ ส่วนใหญ่เป็นออฟฟิศ บริษัทห้างร้าน จะมีย่านคังนัม (โอปป้ากังนัมสไตล์ ก็ดูดีมีระดับ คนทำงานหรือคนรวยๆ ก็อาศัย), อัปกูจอง (เป็น subset ของคังนัมอีกที เป็นย่านของร้านค้าและห้างหรู), กาโรซูกิล (ถนนที่มีต้นแปะก้วยและร้านคูลๆ ชิคๆ คนสวยๆ หล่อๆ ชอบเดิน), Coex, สวนสนุก Lotte, โอลิมปิคพาร์ค (ที่ชอบจัดคอนเสิร์ต)

ถ้าชอบช้อปปิ้งพวกเสื้อผ้าหรือเครื่องสำอาง แนะนำให้พักฝั่งบนค่ะ รถไฟฟ้าปิดดึกกว่า และค่าเดินทางไม่เยอะ เพราะย่านช้อปปิ้งก็อยู่ใกล้ๆ กันหมด ถ้าพักทงแดมุน เดินลงมาก็จะเจอคนแก่ๆ ถุยน้ำลายใส่บ้างไรบ้าง และคนจีนเยอะค่ะ เนื่องจากเป็นย่านค้าขายโนะ ไม่ค่อยเจริญหู เจริญตาแต่เดินไปช้อปปิ้งได้ตอนตี 2 แฮปปี้มากค่ะ แต่ถ้าชอบใช้ชีวิตกลางคืน เที่ยวคลับ ก็อยู่แถวคังนัม อัปกูจองได้ค่ะ จะมีบาร์ และผับดีๆ แต่มีอายุนิดนึงนะ
ถ้าผับเด็กๆ แนะนำย่านฮงอิกเลยจ้า…ย่านฮงอิกนี่เป็นย่านที่เด็กหนุ่มหน้าตาดี เดินกันให้ว่อนจนอิ่มผู้เกาเลยนะคะ ถ้าชอบย่านที่เดินลงมาก็เจอคนหล่อเลย ก็แนะนำ เอะ จริงๆ ฮงอิกมีดีอีกอย่างนะคะ คือ สามารถนั่งรถไฟจากสถานีใต้ดินไปสนามบินได้เลย ทั้งกิมโป และอินชอน อีกย่านที่มาใหม่ คือ ชินชน (Sinchon) ค่ะ ย่านมหาลัย ถัดจากฮงอิกอีกสถานีเดียว ห้างร้านก็เยอะดี เด็กมหาลัยเดินกันขวักไขว่ค่ะ

ประเภทของที่พัก
เมื่อเลือกย่านได้แล้วก็มาเลือกแบบที่พักที่ชอบกันค่ะ จะมีทั้งแบบดอร์ม (Dorm) แยกเพศหรือผสม, Hostel, Guesthouse และ โรงแรม
1. ดอร์ม (หอ)
คือห้องที่จะมีเตียงสองชั้น (Bunk bed) ไรงี้เหมือนหอพักน่ะค่ะ หลายคนกลัวเรื่องความเป็นส่วนตัว หรือห้องน้ำห้องท่า หรือแบบไม่สะอาด นอนไม่สบายงี้ แต่ถ้าไปคนเดียวหรือกับเพื่อนแค่ 2-3 คน ก็นอนดอร์มก็ได้นะคะ ยิ่งเยอะเรายิ่งครองห้องค่ะ บางที่ดอร์มมีห้องน้ำในตัวด้วยค่ะ (ให้ดูคำว่า ensuite ค่ะ แปลว่าห้องน้ำในตัว) ลองเลือกดูนะ ส่วนตัวถ้าไปคนเดียว พักดอร์มนี่จะประหยัดเงินมากค่ะ เคยพักที่ Bong House ย่าน Hyehwa คืนละ 500 บาทไทย! (รีวิวด้านล่าง) ราคาดอร์มรวมก็จะประมาณ 600-800 บาท ราคาดอร์มหญิงล้วนก็คืนละ 700-900 บาทไม่เกินนี้ ขึ้นอยู่กับย่านและสภาพดอร์ม แต่ที่พักที่กำลังจะไปรอบมีนา 2015 นี่อยู่นอก city center นะ แต่ตกคนละ 1200 บาทต่อคนต่อคืน เอาอะไรมาแพง (โอเค เราไม่บ่น) เดี๋ยวมาแปะรีวิวเพิ่มหลังจากกลับมานะ
ส่วนการใช้ห้องน้ำรวม บางที่คือเจอแต่คนต่างชาติ (ชาติตะวันตก) ซึ่งค่อนข้างคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในดอร์มและค่อนข้างรักษาความสะอาด แล้วดอร์มอ่ะค่ะจะให้ความรู้สึกเหมือนบ้านหรือมหาลัยด้วย เพราะจะมีแอดมินประจำคอยช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำด้านต่างๆ ดีไม่ดีก็พากันไปแดกเหล้าด้วยกันค่ะ

2. Hostel 
คือตามรากศัพท์มันคือบ้านที่มี Host หรือเจ้าบ้านดูแลนะคะ Hostel ก็อาจจะรวมห้องแบบ Dorm ไปด้วยหรือมีห้องส่วนตัว ศัพท์ของเกาหลีก็มีแบ่งประเภทของ Hostel เหล่านี้เหมือนกันนะ คือ โกชีวอน (고시원) กับฮาซุกจิบ-하숙집 (Homestay) ดูความแตกต่างได้จากลิงค์นี้ โกชีวอนเหมาะสำหรับคนที่มาอยู่เป็นระยะเวลานานหน่อยค่ะ เช่น เดือนนึงขึ้นไป คำว่า โกชี แปลว่า สอบ ก็คือที่มาของที่พักแบบนี้คือ เป็นที่พักที่เอาไว้สำหรับนักเรียนที่มารอสอบหรือรอเข้าเรียนมหาลัย จะอาศัยเป็นเดือนๆ ราคา 200,000-400,000 วอนต่อเดือน แต่ที่จะเล็กมากนะคะ มีห้องน้ำ ทีวีส่วนตัวค่ะ มีห้องอาหารส่วนกลางให้กินมาม่า ขนมปังตอนเช้า ดูเพิ่มได้ที่นี่

ส่วนที่พักแบบฮาซุกจิบ จะเป็นสไตล์โบราณเหมือนในซีรีส์เรื่อง Reply 1994 น่ะค่ะ คือเป็นบ้านพักที่ให้นักเรียนอาศัยอยู่ แต่อาจุมม่าประจำบ้านจะดูแลเหมือนลูก มีข้าวให้ทั้งเช้าและเย็น มีการเรียกมากินข้าวไรงี้ ว้ายยยย ใครอยากสัมผัสชีริตเกาหลีอย่างแท้จริง ลองฝึกภาษาเกาหลี ราคาประมาณ 270,000-300,000 วอน ก็ลองพักแบบนี้ดูนะคะ มีคนรีวิวไว้เยอะเลย คลิกอ่านต่อที่ลิงค์นี้ พอพูดถึงเรื่อง Reply 1994 กระทู้นี้เค้ามีเกร็ดมาเล่าเยอะดี ตามไปอ่านพลัน

ห้องของโกชีวอนจะเล็กกว่าฮาซุกจิบเล็กน้อยค่ะ แต่รูหนูพอกัน เพื่อนมาเยี่ยมไม่ได้นะ เข้าห้องได้คนเดียว 55555
คนที่สนใจอยากพักแบบฮาซุกจิบ หรือโกชีวอน ค้นหาบ้านที่ชอบได้เลยที่เว็บ http://www.habang.co.kr/ นะจ๊ะ

3. เกสเฮ้าส์ (Guest house)
ที่เกาหลีจะมีที่พักที่ดีกว่าดอร์มและ Hostel แต่ยังไม่ถึงระดับโรงแรมค่ะ คือ เกสเฮ้าส์ค่ะ เกสเฮ้าส์บางส่วนจะเป็นส่วนหนึ่งของตึกสูง หรือเอาตึกแถวธรรมดามาดัดแปลงซอยห้องค่ะ ห้องก็ค่อนข้างเล็กแต่ก็ใหญ่กว่ามาตรฐานฮ่องกงนะคะ ใหญ่กว่าโกชีวอนและฮาซุกจิบ แต่ไม่ใหญ่เท่าโรงแรม งงมะ คือแบบเปิดกระเป๋าเดินทางไซส์ 28 นิ้วมาก็เต็มห้องเลยประมาณนั้น คนไทยนิยมพักแบบนี้มาก เพราะราคาไม่แพงเกินไป ทำเลโอเค ราคาจะประมาณ 900-1500 ต่อคนต่อคืนค่ะ แพงกว่านี้ ขอแนะนำให้นอนโรงแรมนะคะ มันแพงไป บางที่คือลักษณะเป็นเกสเฮ้าส์แต่ชื่อว่า Hotel ก็มีค่ะ

4. โรงแรม
คำว่าโรงแรมในโซล ก็คือส่วนใหญ่เป็นเชนโรงแรมที่คุ้นกัน เช่น ibis, renaissance, shilla, Grand Hyatt, Ramada และโรงแรมขนาดย่อยอีกมากมาย ส่วนใหญ่จะขนาด 3 ดาวอัพ พออัพเกรดให้นอนโรงแรมความคาดหวังคือห้องกว้าง ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำชิมิคะ ก็แล้วแต่อีกค่ะ บางโรงแรมเป็นบูทีคโฮเตลด้วย สวยและรวยมากค่ะ เช่น Snow Hotel ที่คังนัมค่ะ บางที่ต้องซื้ออาหารเช้าเพิ่มนะคะ ไม่ได้อยู่ในแพคเกจ ส่วนตัวเคยนอนเรเนซองส์ค่ะ กลางใจเมืองเลย เดี๋ยวเพื่อนจะไปพัก ibis gangnam เดี๋ยวจะฝากรีวิวให้นะคะ ส่วน ibis เมียงดง มีคุณยุ่งชะมัดฯ รีวิวแล้วในทู้นี้ ทำเลดีมากค่ะ มีอีกโรงแรมกลางเมียงดง คือ Savoy กลางกว่านี้ก็อีทูดี้เมียงดงแล้วค่ะ ถ้าชอบย่านเมียงดงมีอีกหลายโรงแรมนะคะ เช่น Metro Hotel, Seoul Royal Hotel เป็นต้น


ช่องทางการจอง
เอาล่ะถ้าเลือกแบบที่ชอบได้แล้วก็หาที่พักได้เลยค่ะ ถ้าชอบแบบที่ 1-3 แนะนำเว็บ booking.com ค่ะ ซึ่งจะดีกว่า agoda เล็กน้อยตรงที่ cancel ไม่เสียตังค์ ไม่เหมือน agoda หรือ expedia แต่ทางเจ้าของโรงแรมก็โอดครวญมา ว่าไม่อยากรับแขกจาก booking.com เลย มันชอบจองที่พักแล้วไม่มาจริง เสียโอกาสทำมาหากินหมด
ถ้าชอบแบบ Hostel ไปเลย นอนดอร์มก็ลองเข้า Hostelbookers.com หรือ Hostelworld ก็ได้ค่ะ หรือจะลองหาเยอะๆ แล้วเข้าเว็บทางการของแต่ละโฮสเตลก็ได้ เช่น kimcheeguesthouse.com, Theja.co.kr แต่ถ้าชอบแบบโรงแรมก็ลองเทียบราคาดูหลายๆ เจ้า บวก fee แล้ว บวกโน่นนี่นั่นแล้วรับได้มั้ย มีส่วนลดไรมั้ย ตามปกตินะคะ

ที่จะแนะนำอีกแบบที่กำลังมาแรงในหมู่คนชอบเที่ยวคือ airbnb ค่ะ วิธีการสมัครก็ง่ายมาก ใช้ Log in Facebook ของคุณสมัครได้เลยที่เว็บ airbnb.com แล้วในการใช้งานครั้งแรกจะมีส่วนลด หรือให้เพื่อนที่เคยสมัครแล้วส่ง invitation ให้ก็ได้ ซึ่งตอนนี้มีโปรโมชั่นอยู่คือ ทั้งคนเชิญและคุณถูกเชิญจะได้รับส่วนลด 816 บาทไทย ในการใช้งานครั้งแรก และถ้าเพื่อนได้ใช้งาน airbnb ก็จะได้เครดิตเงินคืนมาเป็นส่วนลดครั้งต่อไป เรียกว่าเป็นแชร์ลูกโซ่นั่นเองค่ะ
ส่วนตัวเคยใช้บริการตอนทริปเกาช่วงตุลาปีที่แล้วค่ะ คืออยากกระแดะพักแถวกังนัมบ้างค่ะ อยากลองดูความไฮโซบ้าง เลยเลือกแบบ Duplex apartment สำหรับ 4 คนไป ซึ่งใกล้ทางออกสถานีรถใต้ดินแค่ 1-2 นาทีเท่านั้นค่ะ เจ้าของจะมาเจอเราแค่วันแรก อาจจะมีทักทายเล็กน้อย ถ้าเราคุ้นเคยกับสถานที่แล้วก็จะไม่พูดไรมากมาย ส่วนใหญ่จะ nice นะคะ ถ้าสงสัย หรืออยากให้แนะนำที่เที่ยว Host เหล่านี้ก็สามารถบอกได้ค่ะ ส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษได้ด้วย
วิธีการติดต่อเจ้าของที่พัก ทางเว็บจะมีระบบข้อความให้ได้ซักถาม และมีอัตราการตอบกลับให้ด้วยว่าเจ้าของที่พักตอบกลับเร็วมากน้อยแค่ไหน เพื่อความมั่นใจและตัดสินใจเร็วขึ้นค่ะ
การเลือกที่พัก แนะนำนิดนึง คือการที่เจ้าของที่พักเปิดให้บริการ ก็หมายถึงเค้ามีห้องว่างตกแต่งพร้อม แต่ไม่มีคนอยู่มาให้เราเช่าชั่วคราว บางห้องก็อาจจะอยู่รวมกับคนอื่นๆ บางห้องคืออพาร์ทเมนท์ห้องแยกในตึกนั้น ซึ่งผู้เช่าคนอื่นเค้าก็เป็นส่วนตัวกัน ดังนั้นการเปิดเผยเลขที่บ้าน หรือที่อยู่ในเว็บ จึงไม่สามารถค่ะเพราะ Airbnb เคยโดนแคมเปญต่อต้านจากผู้เช่าใน New york มาแล้ว เรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้เช่ารายอื่นๆ จึงเป็นเหตุให้เราต้องตกลงจ่ายเงินก่อน เจ้าของห้องจึงจะส่งรายละเอียดและวิธีการไปที่พักมาให้ บางเจ้าคือไปรับที่สนามบินเลยจ้า หรือมีไข่ไวไฟให้ใช้ฟรี หรือมีโน่นนี่นั่น ดึงดูดคนเช่า ขึ้นอยู่กับการดีลค่ะ บางที่คืออาศัยร่วมกับเจ้าของ บางที่คือเจ้าของอยู่อีกที่เลย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรานะคะ ยังไม่เคยพักแบบมีเจ้าของอยู่ด้วยค่ะ


Airbnb
เรามารีวิวห้องที่พักที่คังนัมให้เล็กน้อยนะคะ ทำเลดีงาม facility ครบ อันได้แก่ เครื่องดูดฝุ่น เครื่องซักผ้า ที่ปิ้งขนมปัง ไมโครเวฟ ห้องน้ำและ amenity เช่น แชมพู ครีมอาบน้ำ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ทิชชู ทีวีและเคเบิล แอร์คอนฯ พัดลมเผื่อร้อน หมอนผ้าห่ม ร่ม คือ เหมือนบ้านหลังหนึ่งเลยอ่ะค่ะ คือรู้สึกเหมือนบ้านและเป็นส่วนตัว ไม่มีโฮสต์มาเผือกมาคุยเจ๊าะแจ๊ะด้วยค่ะ คือดีจ์ คือไม่ชอบสร้างมิตรไง สร้างแต่ศัตรู 5555

แต่ข้อสังเกตในการจอง airbnb เวลาเปรียบเทียบ นอกจากทำเล ราคา และรีวิวจากผู้ใช้บริการแล้ว ยังมีค่าทำความสะอาดด้วย ซึ่งจะแตกต่างกัน แต่บวกกันแล้วแพงกว่ากัน ต้องดูดีๆ และจะมีค่าธรรมเนียมของ airbnb เองด้วยค่ะ อยากให้เลือกจากทำเล, ราคาและความช่วยเหลือของเจ้าของที่พักในการตอบคำถามที่เราสงสัยนะคะ ตอนขามาพอดีเรานั่งแท็กซี่ป้ายดำจากแอร์พอร์ตมาค่ะ เจอทั้งค่าทางด่วน ทั้งค่ารถติด แพงเลยเชียว ดีที่มีสปอนเซอร์ค่ะ ซื้อความสบายนะคะ ขากลับก็สบายค่ะ หน้าตึกที่พักมี airport bus เลย มาทุก 15 นาที ฟิ้ววววว ค่ารถ 12,000 วอนต่อคนค่ะ ตอนนี้ที่พักนี้ เราหาไม่เจอแล้วนะคะ แต่เจอที่พักใกล้ๆ แทน ที่ๆ เคยพักอยู่ Gangnam Station exit 12 นะคะ
Airbnb-Gangnam1
ภาพภายในห้องถ่ายจากชั้นสองค่ะ

แถมรีวิวเกสเฮ้าส์ไปด้วยเลยแล้วกันค่ะ อีก 2 ที่ ที่แรกเราไปตอน พ.ค. 2014 นะคะ ชื่อ Hi5 Hostel อยู่สถานีจงกัก (Jonggak station) exit 7 เดินมา 100 เมตร ในตรอก ถึงเลยค่ะ ไม่มีลิฟท์ มี 4 ชั้น มีอาหารเช้าแบบหากินเองให้ชั้นใต้ดินค่ะ ห้องน้ำส่วนตัว แต่ค่อนข้างเล็กนะคะ ไม่มีเตียงแต่เป็นฟูกค่ะ ราคาประมาณคนละ 1000 บาทค่ะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินอินซาดง, ทงแดมุน เพราะติดรถไฟฟ้าใต้ดินสีน้ำเงินเข้ม สาย 1 ดูรูปห้องเพิ่มที่ http://hi5hostel.byus.net/
ส่วนอยากจองที่นี่ คลิกเลยจ้า เจ้าของใจดี (ตาบงจาก Bong House นั่นเอง) พูดอังกฤษได้ดี แต่ไม่รู้ได้ส่วนลดมั้ยนะคะ คิคิคิ

Hi5

เกสเฮ้าส์ที่ 2 ที่ไปคือเปิดใหม่ช่วงนั้นพอดีค่ะ เราไปตอน ก.ค. 2014 พักที่โรงแรม (เกสเฮ้าส์) ชื่อ Hotel Gaon ทงแดมุนค่ะ อยู่ซอยเดียวกับเกสเฮ้าส์ที่ชื่อ Hotel Tong ค่ะ อันนี้เดาเอานะ ว่าเจ้าของเดียวกัน เพราะมันสไตล์คล้ายกันมาก คาดว่า (อีก) ว่าเจ้าของเป็นคนจีนเพราะขนาดรีเซปชั่นก็ไม่พูดเกา ไม่พูดอิ๊ง แต่พูดจีน วอตดาฟัค…. โรงแรมไม่มีลิฟท์อีกเช่นเคย แต่มีเตียง ที่นอนนุ่มมาก หมอนนุ่มมาก แต่ที่ว่างในห้องขนาด 3 คน คือกางกระเป๋า 28 นิ้วแทบไม่พอนะคะ กางได้ทีละ 1-2 อัน แล้วต้องผลัดกัน ห้องน้ำกว้างนะคะ มี amenity พร้อม และมีไดร์เป่าผม แต่ไม่มีอาหารเช้าให้นะคะ มีแต่กาแฟซองและน้ำเปล่ากดฟรี
อ่อ ที่เกาหลี เกสเฮ้าส์ส่วนใหญ่มีน้ำให้กดฟรีนะคะ (ตามห้างร้านก็กดฟรีเช่นกัน) โรงแรมนี้เดินลัดไปทงแดมุนขายส่งใกล้มากค่ะ ในซอยทางเดินอาจจะดูเปลี่ยวแต่ไม่มีอาชญากรรมนะคะ แต่รอบๆ โรงแรมอาจจะไม่ค่อยมีหนุ่มหน้าตาดีให้กินเท่าไหร่ค่ะ มีแต่คุณตาคุณยายแก่ๆ เดิน ฮือออออ สงสาร ตอนมา airport bus จะจอดซอยใกล้ๆ รร.ค่ะ ลากกระเป๋ามา 2 ซอย แต่ตอนกลับ ต้องขึ้น airport bus ตรงเกาะกลางถนนค่ะ คือจริงๆ โรงแรมก็ดีค่ะ ทำเลก็ดี แต่พอดีเกลียดแอดมิน ถ้าใครอยากใช้ชีวิตกับคนจีน ก็เชิญจองได้ค่ะ ลิงค์นี้
Hotel gaon

photo 3  photo 2  photo 1

และสำหรับทริปกระยาจก ไปคนเดียวหรือสองคนแบบไม่ซีเรียสมาก นอนไม่กี่ชั่วโมง ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ แนะนำ Bong House ค่ะ เจ้าของเดียวกับ Hi5 จะรีวิวแบบดอร์มนะคะ เราเป็นดอร์มรวมเพศ ไมใช่ร่วมเพศนะคะ! จะเจอรูมเมทหลากหลายชาติ ส่วนใหญ่จะผู้ชายยุโรป หุ่นดี แต่ไม่ค่อยอาบน้ำ เอ๊ะ กูรู้ได้ไง ส่วนมากจะอยู่ระยะยาวเพื่อรอเรียนต่อมหาลัยค่ะ หรือพวกแบ็คแพ็คมาค้นหาชีวิตก่อนเรียนมหาลัย โชคดีเจอคนมีมารยาทก็ดีค่ะ โชคไม่ดีเจอคนนอนกรน หรือนิสัยน่ารำคาญก็ซวยไป (ยังดีไม่ค่อยเจอ) ราคาต่อคืนประมาณ 600 บาทไทยเท่านั้นค่ะ ห้องน้ำรวม มีขนมปังทาแยมให้ตอนเช้า เก็บตอน 11 โมง ที่จำได้เพราะคนดูแลเก็บขนมปังไปซ่อน วันนั้นตื่นสาย หิวโซมากค่ะ เจ็บ รูปในห้องไม่แย่นะคะ แต่ไม่ได้ถ่ายมา เพราะจะมีหน้ารูมเมทด้วย ติดมาจะดูไม่ดีค่ะ ห้องมันรุงรังด้วยค่ะ เราของเยอะแขวนโน่นนี่นั่นเยอะไปหมด แต่สะอาดนะ ของไม่เคยหาย และไม่มีอาชญากรรมใดๆ ค่ะ ถ้าโอกาสดีและเป็นคนเฟรนด์ลี่พอ จะมีเพื่อนไปกินเหล้าด้วยทุกคืนค่ะ แต่พอดีเป็นติ่งไม่สนใจ 5555
photo 2 photo 1

แถมให้สำหรับทริปลอนดอนค่ะ ไปแค่สองวันแถมจนด้วย เลยเลือกพัก Hostel เช่นกัน น้องบอกว่าถ้าชอบช้อปปิ้งในเมืองหน่อย ให้เลือกแถวๆ สถานี Victoria เพราะเป็นสถานีที่เชื่อมต่อกับสนามบินได้เลย ซึ่งเราเลือกสถานี tube (พูดแบบคนอังกิด) ชื่อ Pimlico ที่ถัดมาจาก Victoria 1 สถานี ชื่อ Travel Joy hostel ค่ะ รีวิวในเว็บดีงามมาก ทั้งสตาฟและมีอาหารเช้าให้ด้วยในราคาถูกมากๆ คืนละ 35 ปอนด์เองค่ะ แต่ก็นะ ห้องน้ำรวม ต้องทำใจ เราเลือกดอร์มแบบ 8 เตียง พื้นที่ตรงกลางน้อยกว่าของ Bong House ที่เกาหลีนะคะ กางกระเป๋าแล้วแทบไม่มีที่เลย แต่อาหารเช้าคือออมเลตทำสด ขนมปัง น้ำผลไม้ ผลไม้สด กาแฟ ดีงามจริงๆ ค่ะ แล้วถ้าหิวมาตอนกลางคืน ข้างล่างเป็นผับสั่งอาหารได้ โดยเฉพาะมีอาหารไทยจากแม่ครัวไทย เดี๋ยวมารีวิวทั้งทริปลอนดอนอีกที ตอนกูว่างนะคะ อันนี้เน้นที่พักเนาะ

photo 1

photo 2
ผับด้านล่างค่ะ

เอาล่ะค่ะ วันนี้เป็นอันจบค่ะ เลือกได้ตามอัธยาศัย อยากปรึกก็มาปรึกได้ค่ะ สัสดี

2014 in review and 2015 resolution

2014 in Review
Good:
Finish car deposit payment – Jan
Korea trip – Apr/May/Jul/Oct Oops! Planned and unplanned…..
Hongkong trip – June for EXO concert only!
Delft/Rotterdam/The Haag/Amsterdam, The Netherlands – June/July
Singapore – Jan/Aug for meeting
Start to clear up my last credit card debts – Aug
6 rounds of EXO TLP concert in 3 countries >>> กูทำไปด๊ายยยยย
Bad:
Too much spending for being K-Pop fan girl
So-so
New job task – In-store activities
Botox to my jawline – Jan/May

Repeat from 2013:

No serious health problem this year
Have a good team in my work and meet the funny people there
The close colleagues continue leave the company

2014 Resolution in review
1. ตั้งใจทำงานประจำมากขึ้น ตั้งเป้าหมายและจดจ่อกับงานและพยายามเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน
>> ถึงจะไม่ตั้งใจ แต่ก็ต้องตั้งใจ เพราะหน้าที่การงานเพิ่มขึ้นในตำแหน่งเดิมค่ะ พยายามไปทำงานเร็วขึ้น ซึ่งยังไม่สม่ำเสมอ

2. เก็บเงินให้มากขึ้น ฝากประจำและลงทุนเพื่อเกิดผลกำไรเล็กๆ น้อยๆ >> ทำแว้ว
3. ปลดหนี้ให้หมดภายใน 5 เดือน >> ปลดหมดต้นปี แต่มีเหลืออีกหนี้นึงค่ะ จะหมดกลางปี 2015
4. หาเงินให้มากขึ้น >> ยังทำไม่ได้ เพราะร่างกายค่อนข้างพัง แค่งานฟรียังจะเอาไม่รอด
5. ตั้งใจเรียนเกาหลี สอบให้ได้คะแนนเยอะขึ้นกว่ารอบที่ผ่านมาและสอบ topik ให้ได้ระดับ 3 ขึ้นไป
>> อยากจะขรรมตัวเอง ได้เกาหลีระดับ 1 เอง (นี่อายมากจริงๆ 5555) กามั่วกูก็มั่วให้ได้ระดับสองหน่อยก็ไม่ได้ ความรู้เราน้อยเกินไป แต่จะตั้งใจทำให้ดีขึ้นนะ
6. ไปเที่ยวในและต่างประเทศ 3 ครั้งขึ้นไป โดยเฉพาะญี่ปุ่น ต้องไปให้ได้ และไปเกาหลีกับวีร์ซักครั้ง >>> ยังไม่ได้ไปญปซักทีสิน่า และยังไม่ได้ไปเกาหลีกับวีร์เลอ แต่เที่ยวรวมแล้ว 7 ทริปว่ะ
7. รักษาน้ำหนักปัจจุบันและลดไขมันในช่องท้องให้เหลือ 2 (จาก 3 และ 4)ให้ได้ภายในสิ้นปี 2014 และเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ลดไขมันโดยรวมให้เหลือ 20% ของน้ำหนักตัว
>> ทำไม่ได้ แต่ช่วงที่ผอมสุดจะเป็นตอนก.ค. และส.ค. จนเพื่อนทักว่าโทรม เลยเพิ่มน้ำหนักขึ้นเพราะมันส่งผลกับประจำเดือนด้วย ขาดไปเดือนนึง นอยด์มาก
8. กินอาหารที่ดี มีประโยชน์ ไม่กินบุฟเฟ่ต์เกิน 1 ครั้งต่อเดือน >>> กินดีเสมอค่ะ
9. พยายามช่วยให้วีร์ลดน้ำหนักอย่างมีสุขภาพดีและแข็งแรงด้วยการสปอนเซอร์ด้านฟิตเนสและอาหาร >> เป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากจริงๆ
10. แก้บนให้หมด (เอิ่ม) >> คิดว่าหมดแล้วนะ
11. ผลักดันแบรนด์ให้ไปไกลมากขึ้น ออกคอลเลคชั่น 2 ครั้งต่อปีให้ได้ >> พับโครงการไป หลังจากติ่งแตกต้นปี
12. คิดให้ตกว่าต้องเรียนในสิ่งที่ชอบจะดีหรือไม่ (ภายในเดือนสิงหาคม) >> ไม่เรียน ติ่งแทน สนุกกว่าเยอะ
13. เลือกคบแต่คนดีๆ จิตใจดี และเข้ากับเราได้ไว้ >> ยังเลือกคบอยู่นะ แต่ได้เพื่อน(ติ่ง)ใหม่ๆ มาเยอะเลย
14. คิดดี พูดดี ทำดี จะไปปฏิบัติธรรมอีกสักครั้ง >> อันนี้ยัง
15. คิดแล้วต้องทำ นี่คือสิ่งที่ยึดถือมาในปี 2013 และจะทำต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์กับตัวเองในอนาคต >> ทำต่อไป


2015 resolution
เป้าหมายด้านสุขภาพ:
Try to have fat 20% of body weight and 3 visceral fatเป้าหมายด้าน K-pop: เห็นเป็นติ่งแต่ก็ต้องมีเป้าหมายเป็นรูปธรรมค่ะ
EXO Concert in Korea 1, JP 1 (Apr),  Others 1 (maybe SG)
EXO in Thailand 1 time
YG family 1 time
MAMA 1 time (Dec)
Meet in the airport 3 times
Live broadcast 1 time
เป้าหมายด้านการท่องเที่ยว:
Korea trip (no concert) 1
Japan trip (no concert) 1
Japan-Korea trip (no concert) 1
London UK >> Jan
Chiangmai >> Mar (ได้มาแบบงงๆ ขอบคุณพี่ต่ายดารินค่ะ)
Taiwan? >> ช่วย convince กูอีกที
US? >> ขอวีซ่าให้ผ่านก่อนแมะLanguage skill: อยากเก่งภาษาค่ะ แต่ขอเขียนภาษาไทยให้รู้เรื่องก่อนค่ะ ไม่อาย(มาก) เวลามีคนแก้แกรมม่าร์ให้ แต่ก็ไม่อยากผิดบ่อยแล้ว อยากมีความรู้บ้างง่ะ
Korean TOPIK level 2-3
English Writing course : 1 courseMoney:
Earn more money and invest more
Clear all credit card debts – Aug 2015Mind:
มีสติและใส่ใจมากขึ้นกับสิ่งที่ทำ บางอย่างถ้าไม่เกี่ยวกับตัวเองจะปิดเลย เพราะไม่อยากเอามาใส่สมอง พื้นที่มีน้อยใช้สอยอย่างประหยัด เลยกลายเป็นคนถามซ้ำซาก ย้ำคิดย้ำทำ เพื่อความแน่ใจ เพราะบางอย่างเข้าใจไปเองว่าแบบนั้นนี้ สุดท้าย กูเข้าใจผิดคนเดียว เซ็ง….เพื่อนหาว่ากูสติไม่มีอีก ซึ่งก็ยอมรับว่าไม่ค่อยใส่ใจกับบางเรื่องเลยเป็นคนหลงๆ ลืมๆ แต่เรื่องตัวเองจำแม่นนะ

อื่นๆ:
Find missing Korean friend – Kim Yoon Jung

 Left from 2014
– ปฏิบัติธรรม