[CR] รีวิวเจลล้างหน้า COS Coseutics Cleanser ค่ะ

ปกติ เราไม่ค่อยเปลี่ยนของที่ใช้ง่ายๆ ถ้ายังไม่เคยลอง จะไม่ซื้อมาใช้เองเด็ดขาด ทั้งอาหาร ของใช้ และเครื่องสำอางค่ะ เป็นพวกกลัวการเปลี่ยนแปลง หรือเรียกว่างกค่ะ กลัวซื้อมาแล้วไม่ชอบ เสียดายเงิน ชอบใช้ของทดลองก่อนมากกว่า บางอย่างดูท่าไม่ดี ไม่มี อย. เราก็ไม่ลองอีก เยอะเนาะ แต่จุดเปลี่ยนแบรนด์ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบเค้าบอกว่าใช้ดี, แอบใช้ของเพื่อน, เพื่อนแบ่งมาให้ลอง, หรือไปนอนบ้านเพื่อนแล้วลองของใหม่

ปกติไม่แต่งหน้าไปทำงานค่ะ เรียกว่าหน้าโล้น เพราะช่วงนึงแต่งไปทำงานทุกวัน รู้สึกหน้าเหี่ยวและแก่ลงไปมาก เลยกลับมาเป็นคนหน้าโล้นไปทำงานเหมือนตอนสมัยทำที่ทำงานเก่าค่ะ อีกอย่างไม่ค่อยได้เจอใคร เลย”อ้าง”ว่าไม่อยากแต่งหน้า เสียดายของ
ที่ได้ฤกษ์มาเขียนเพราะได้ลองอะไรใหม่ๆ มาสองอัน เลยจะขอรีวิวบ้างไรบ้าง ตามประสาบิวตี้บล็อกเกอร์เนาะ (สถาปนาตัวเองจากบล็อกเกอร์ติ่ง)

ก่อนหน้านี้เราก็ใช้เจลล้างหน้าของราชเทวีคลีนิกค่ะ แต่ตอนนั้นกระแดะบวกกับซื้อ Creme de La mer มาลองใช้ค่ะ (สามล้อถูกหวยเนาะ) ปรากฎผื่นขึ้นค่ะ ร้อนถึงไปหาหมอผิวหนังที่รพ. เวชธานีเพราะรุ่นพี่แนะนำมาว่าดี คุณหมอเลยให้เปลี่ยนเจลล้างหน้ามาเป็น Acne-aid สำหรับผิวอ่อนแอค่ะ ใช้ไปได้ซักพัก ก็ไม่มีปัญหาใดๆ นะคะ หาซื้อง่ายด้วย ตามวัตสัน แต่จุดเปลี่ยนก็มาอีก ตอนลืมเอาแอคเน่เอดไปตอนค้างบ้านเพื่อนค่ะ เลยยืมฟิสิโอเจลมาลองใช้ดู เห็นว่าเอาเจลมาเช็ดเครื่องสำอางได้ด้วยตอนหน้าแห้ง และล้างหน้าได้ด้วย พอล้างเสร็จรอบแรกๆ เหมือนหน้าไม่ชินอ่ะค่ะ ยังรู้สึกไม่สะอาด ลื่นๆ แฮะ แต่ก็ลองซื้อมาใช้ดูนะ
photo 1

จุดนี้ เพิ่งซื้อเจลล้างหน้าฟิสิโอเจล (Physio gel) มาจากร้านขายยาที่เพื่อนมาขายต่อค่ะ แต่เพื่อนก็บอกว่า มียี่ห้อนึงเป็นเวชสำอางค์ยี่ห้อใหม่ ชื่อ COS Coseutics (อ่านว่า ซีโอเอส คอสซูติกส์) มีสูตรเหมือนฟิสิโอเจลกับแอคเน่เอดเลย อยากลองใช้ดูมั้ย จริงๆ ค่อนข้างนอยด์ แต่ลองกดๆ ดูค่ะ เนื้อเจลมันดูเป็นเนื้อเดียวกันกว่าของฟิสิโอเจลอีก

วันนั้นเลยลองใช้รอบนึงค่ะ  ใช้ครั้งแรกก็รู้สึกเลยว่าหลังล้างหน้า”รู้สึก”สะอาดกว่าใช้ฟิสิโอเจล เพราะเวลาล้างด้วยฟิสิโอเจลครั้งแรก ไม่รู้หลายคนรู้สึกมั้ย คือ เหมือนมันไม่สะอาดอ่ะค่ะ เหมือนยังทิ้งคราบความมันอยู่ แต่สิวก็ไม่ขึ้นนะคะ คงขึ้นลำบากหน่อย เพราะหน้าหนา เอิ่ม 55

แต่ถ้าเทียบความรู้สึกเวลาใช้ฟิสิโอเจล แอคเน่เอดสูตร sensitive และ COS (ขอเรียกสั้นๆนะ) เราว่าความรู้สึกสะอาดนี่ให้ Acne-aid สูสีกับ COS ค่ะ ส่วนฟิสิโอเจลยังรู้สึกเหนอะๆ อยู่
ถ้าเทียบความสะอาดของหน้าหลังล้าง โดยเอาสำลีเช็ด เทียบระหว่างฟิสิโอเจลกับ COS ก็สะอาดพอกันค่ะ ทั้งฟิสิโอเจลกับ COS เวลาล้างจะไม่มีฟองค่ะ ไม่มีส่วนผสมของสารเกิดฟองนะ เท่าที่อ่านรีวิวมาอีกที (จำชื่อสารไม่ได้ ไม่อยากมั่ว แหะๆ)

ในแง่สรรพคุณ ฟิสิโอเจลนางเคลมว่าเอาไว้เช็คคสอ.ตอนหน้าแห้งได้ เคยลองแล้ว รู้สึกไม่ค่อยออกแฮะ ฮ่าๆๆๆ แต่ COS ไม่ได้บอกว่าเช็คคสอ.ได้นะคะ

ถ้าลองแต่งหน้าแล้วเช็คคสอ.ออกด้วยไบโอเดอร์มา แล้วล้างหน้า เทียบระหว่างฟิสิโอเจลกับ COS ก็พบว่าสะอาดพอกัน ยังไงเวลาเช็ดคสอ. ต้องมั่นใจว่าออกชัวร์ๆ เราเลยใช้พวก Bioderma เช็ดพวกรองพื้น และใช้ CLIO Eye&Lip เช็ดค่ะ (แบรนด์ CLIO ของเกาหลีนะ)

ตอนก่อนซื้อก็ต้องหารีวิวมาประกอบความมั่นใจนิดนึง เลยไปดูเพจของ COS มา (https://www.facebook.com/coseutics?fref=ts) ถึงเห็นว่ามีจุดขายที่ Boots กับพวกร้านขายยาค่ะ เลยลองไปหาดู พบว่าไปร้านขายยาใน Big C เมกาบางนาไม่เจอแฮะ แต่ไป Boots เจอค่ะ ราคา 155 กับปริมาณ 110 มล. ส่วน Physiogel ราคาพิเศษ 169 บาทกับปริมาณ 100 มล. จากราคาเต็ม 205 บาท (บูทส์กับวัตสันชอบจัดโปรค่ะ)

photo 1 photo 2

photo 5photo 3

photo 4photo 5

ไปเจอบล็อกคุณคุณปูเป้ ก็รีวิวไว้ ละเอียดเฟ่อ (ลิงค์นี้) แต่ลองสีชมพูนะคะ
แล้วก็อ่านทู้ เจอทู้นี้ ถามว่าทั้งสองแบรนด์ต่างกันตรงไหน มีคนบอก COS ของคนไทย พลิกดู เออ จริงด้วย ของ Acne-aid กับ ฟิสิโอเจลจัดจำหน่ายโดย Stiffel เหมือนกัน
อีกทู้ เราก็นึกว่า อีแบรนด์นี้เพิ่งมี มีคนรีวิวไว้ตั้งแต่ปี 2010 แล้ว

สำหรับความเห็นเรา เราว่าเจลล้างหน้าสีเขียวของ COS Coseutics ล้างแล้วให้”ความรู้สึก”สะอาดกว่าฟิสิโอเจลค่ะ แต่กลิ่นอาจจะไม่น่ารักเท่าฟิสิโอเจล ใช้แล้วไม่แพ้ค่ะ

เวลาล้างไม่มีฟอง ล้างเสร็จรู้สึกหน้าไม่แห้งตึงเท่า Acne-aid สีน้ำเงินและแดงค่ะ
แต่เจลล้างหน้าอีกสูตรของ COS ยังไม่ได้ลองนะคะ

photo 2photo 3
เนื้อเจลอันซ้ายของ COS ขวาของ Physiogel ค่ะ มีฟองอากาศเหมือนกัน แต่เห็นว่าความเนียนของเนื้อเจล COS ละมุนกว่าฟิสิโอเจล

จริงๆ มีรูปหน้าตัวเองตอนล้างเสร็จนะคะ แต่ดูสยองๆ เลยขอไม่เอาลง ฮ่าๆๆๆ

รีวิวเปรียบเทียบระหว่าง Physiogel กับ COS Coseutics ก็สรุปดังนี้ค่ะ
ราคา : COS ถูกกว่า Physiogel และได้ปริมาณเยอะกว่าเล็กน้อย
แพคเกจ: กระดาษอาร์ตมัน แกะกล่องยากมาก (กูจะรีวิวทำไม ก็มันยากจริงนี่นา…)
จุดจำหน่าย : Physiogel หาซื้อง่ายกว่า เพราะ COS มีขายแค่ใน Boots, Watson และร้านขายยาบางร้านเท่านั้น แบบ Big C Megabangna ก็ไม่มีวางขาย
ความสะอาด : พอกัน
กลิ่น : Physiogel สบายจมูกกว่า COS แต่ COS ก็ไม่ได้เหม็นนะคะ แค่ไม่ชินกลิ่น เพราะไม่ได้ใส่กลิ่นลงไป
สี : ขาวขุ่นเหมือนกัน
ความเป็นเนื้อเดียวกัน : COS ผสมกลมกลืนมากกว่า Physiogel
ความแห้งตึงหลังล้าง : ไม่มีทั้งคู่
อาการแพ้ : ไม่มีทั้งคู่
ลองเข้าไปดูเว็บดูค่ะ http://www.cos-coseutics.com/

ต่อกันอีกนิด เราไม่เคยเขียนบล็อกสั้นนะ บอกก่อน ฮ่าๆๆๆ
ตอนเราไป Outing กับน้องที่บริษัท นางใช้ Sulwhasoo (ซอลฮวาซู) จ้าาาาาา แบบว่าไฮโซโบว์แดง เดี๊ยนเลยขอลองเซรั่มที่นางใช้ค่ะ เป็น Sulwhasoo First Activation serum ค่ะ ใช้หลังล้างหน้า กลิ่นโสมค่อนข้างแรง สรรพคุณคือเอาไว้ปรับสภาพผิวหน้ามั้งคะ คือ ใช้ตัวนี้แล้วต้องใช้ Moisture อีกตัวอยู่ดี เลยเนียนลองใช้ซักสองวัน รู้สึกหน้านุ่มประดุจได้รับการดูแลขั้นสูง (นี่ก็เว่อร์ แต่รู้สึกดีจริงๆ)

photo 1

ต่อมาไปเกาหลีเลยไปสอยมาใช้เองค่ะ ตอนนี้ก็ใช้มาครบเดือนแล้ว รีวิวได้…เย่
คือไม่แพ้ ไม่มีสิวไม่มีหัว มีแต่สิวตามฮอร์โมนซึ่งเป็นทุกเดือนอยู่แล้ว และสิวอุดตันน้อยลง
ใช้แล้วให้ความรู้สึกหน้านุ่มขึ้น เนียนขึ้นค่ะ ใช้วันแรกคนก็ทักว่าหน้าดูเนียน อุ๊ต่ะ ยิ่งปลื้มใหญ่ ใช้ทั้งกลางวันกลางคืนเลยค่ะ ตามด้วย Moisture ของ Laneige แบรนด์วัยรุ่นของบริษัทนี้แหละค่ะ ตัวกลางวันใช้ Gel ค่ะ เพราะผิวมัน ส่วนตัวกลางคืนใช้ Sleep pack ตัวดังของ Laneige เค้าเลย เค้าบอกว่าช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ดูสดชื่นถึงแม้นอนน้อย เหมาะกับชะนีที่ตรากตรำทำงานดึกดื่น หรือแฮงค์เอาท์แบบโต้รุ่ง

photo 2
ตอนเช้า ล้างหน้าเสร็จ>  Sulwhasoo First Activation Serum (Essential)  > Laneige Water Mask Gel > Keihl’s UV creme > Laneige BB cushion ค่ะ
ตัวกันแดด Keihl’s นี่ได้มาฟรี (อีกละ) แหะๆ ใช้แล้วดีกว่าตัวกันแดดของ Anessa ของญี่ปุ่น เพราะไม่อุดตันค่ะ เจลไม่เหนียวเหนอะ ซึมเร็ว
เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยรองพื้นหนาแล้วค่ะ เปลี่ยนใช้ BB cushion ของ Laneige แทน เจ้านี้มีมานานตั้งแต่ปีที่ 2014 ละค่ะ แต่ปีนี้เพิ่งมาฮิตอีก ในตลับมีรีฟิลมาให้อีก 1 อันนะคะ ชุ่มฉ่ำดีค่ะ โปะแล้วเนื้อบางกว่ารองพื้นแต่ปกปิด เหมาะกับคนไม่ชอบแต่งหน้าหนา อยากโชว์ผิว บางยี่ห้อจะมีสองแบบ คือแบบธรรมชาติ (รหัส N) กับแบบปกปิด (รหัส C)ถามว่าปกติใช้มั้ย ใช้เฉพาะวันที่ต้องถ่ายรูปค่ะ เพราะขี้เกียจล้างคสอ.ทุกวัน ไม่อยากถูหน้าด้วย (อ้าง)

photo 4
อันนี้เซ็ตล้างคสอ. ก่อนนอนค่ะ (ขวดกลางคือไบโอเดอร์มาสีชมพู มาแบ่งใส่แพคเวลาเดินทาง

photo 3
ตอนกลางคืน ล้างหน้าเสร็จ > Sulwhasoo First Activation Serum (Essential)  > Laneige Water Sleeping pack > ถ้ามีสิวก็โปะ Clinda – M จบพิธี

อะไรใช้ดี เจ้ก็บอกต่อ ใช้ลาแมร์แล้วไม่เวิร์คก็แล้วแต่คนค่ะ  ลองใช้แล้วชอบก็มาบอกเจ้นะ ….. เผื่อจะได้อัพเกรดจากบล็อกเกอร์ธรรมดา เป็นบิวตี้บล็อกเกอร์บ้างไรบ้าง (เอิ่ม อีนี่ยังหวัง)
เราเคยถ่ายรูปกะจะรีวิว BB Cushion ด้วยนะ แต่พอดีไม่ได้ลง 555 เดี๋ยวมาลงให้อีกบล็อกค่ะ

Advertisements

รีวิวคอนเสิร์ต EXO’luXion คอนเสิร์ต EXO PLANET#2 และแพคเกจ SM GLOBAL tour ค่ะ

สัสดีโซเชี่ยวแคม กลับมาจากเกาหลีบ้านเกิดอีกแล้วค่ะ รอบนี้ไปเพื่อดูคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ เดี๊ยนเป็นคนไม่ชอบเที่ยวป่าเขา ไม่เที่ยวกลางคืนค่ะ เงินจะหมดกับการเที่ยวต่างประเทศและไปดูคอนเสิร์ตเท่านั้น ดังนั้นเราจึงมุ่งหน้าไปเที่ยวตากอากาศกันที่โซล จังหวัดที่ 78 ของติ่งกัน เพื่อสนองนี๊ดในจุดนี้กับคอนเสิร์ต EXO’luXion ของวง EXO ค่ะ
รอบนี้คือยังไม่ทันออกเพลงใหม่ และยังไม่ถึงปีเลยที่เดี๊ยนและเพื่อนชะนีได้ไปฝ่าฟันต่อคิวตั๋วหน้าคอนกันเมื่อ พ.ค. ปีที่แล้ว (2014) มันก็กลับมาทำให้เราต้องเสียตัว เอ๊ย เสียตังค์อีกแล้ว กับคอนเสิร์ตที่จัดทั้งหมด 5 รอบ วันที่ 7-8 และ 13-15 มีนาคม 2015 (ตอนแรกมี 4 รอบค่ะ สัปดาห์ละ 2 รอบ แต่ตอนหลังเพิ่มอีกรอบ) ที่ไม่รู้ว่าจะร้องเพลงไร หากินกับเพลงเก่าหรือเพลงรีมิกซ์หรือไม่ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนคลับนะคะ EXO-L ก็ต้องเสียตังค์ไปดูค่ะ

รอบนี้เราวางแผนกันแล้วว่าจะใช้เงินอย่างฉลาดขึ้น (หรา) ด้วยการจองแพคเกจของ SM TOWN TRAVEL ค่ะ อุ๊ยยยย คุณคะ SM TOWN นางเป็นค่ายเพลงที่เก่งเรื่องธุรกิจจริงๆ ค่ะ นางทำทัวร์ติ่งขึ้นมาสำหรับแฟนคลับเงินหนาจากทั่วโลกค่ะ เน้นญี่ปุ่นกับจีนเป็นพิเศษ ในแพคเกจพื้นฐานเลย จะมีที่พักให้ 2 คืน ข้าวกลางวัน 1 มื้อ ขนม 2 มื้อ ของพรีเมียมตามศักดินา และบัตรคอนเสิร์ต 1 ใบ

การจองคือ พอเราสมัคร log in ของเว็บ http://www.smtravel.com ไว้แล้ว นางจะเมลมาบอกก่อนล่วงหน้าว่าจะเปิดจองแพคเกจนี้ๆ นะ พอถึงเวลาก็เข้าไปจองค่ะ มีที่พักแบ่งตามราคาและเกรดที่จะได้ของพรีเมียมค่ะ ต่ำสุดเรียกว่า Youth Hostel (เราไปแพคเกจนี้) ต่อมาก็จะเลื่อนเป็นโรงแรมไอบิส แอมบาสซาเดอร์ คังนัม, เรเนอซองส์ คังนัม, แกรนด์ไฮแอต คังนัม แล้วก็จะมีให้เลือกว่าไปร่วมทริปกับเรากี่คน ต่ำสุด 1 มากสุดคือ 3 คนค่ะ แต่ไม่ได้แปลว่าได้นอนด้วยกันด้วยนะ นางบอกเงื่อนไขแล้ว ทีนี้ก็มาที่การจองบัตรคอนเสิร์ตค่ะ เค้าจะเลือกให้เราแค่นั่งหรือยืน เราเลือกนั่งไปเพราะดูจากสังขารแล้ว ป้าๆ คงไม่น่ายืนในหลุมมหาโหดได้ จากนั้นก็จ่ายเงินผ่าน Paypal ค่ะ ภายใน 24 ชั่วโมง พอใกล้วัน นางก็จะส่งเมลรายละเอียดที่พักมาให้แล้วมีให้อัพเกรดแพคเกจด้วยนะ จากอยู่โฮสเตล ก็เพิ่มเงินเบาๆ อีก 20,000 บาทไปอยู่ไฮแอตคังนัมได้เลยจ้ะ สวยและรวยมาก แต่แพคเกจเราราคา 13,500 ต่อคน สามารถแบ่งได้เป็น ค่าบัตรคอน 3,500 บาท ค่าอาหาร 500 บาท ค่าขนม 200 บาท ค่าที่พัก 2 คืน 2,400 บาท เอ่อ ที่เหลือคือ ค่ารถบัส ค่าการจัดการของ SM ประมาณ 6900 บาท (ค่ะ) เอาล่ะ เราจะไม่พูดถึงเรื่องจุดคุ้มทุนค่ะ เรามารีวิวกันต่อดีกว่า

ก่อนหน้าคอนเสิร์ต 2 วีค จะมีอีเมลมาให้เราสั่งของหน้าคอน (Merchandise) ได้ล่วงหน้าแบบเบลอๆ (ก็ภาพมันเบลอๆ เพราะยังทำไม่เสร็จ 5555) มีการจำกัดด้วยว่าแท่งไฟไม่เกิน 2 หรือสินค้าที่ระบุเมนได้แค่ 1 เมนนะ จากประสบการณ์ปีที่แล้วต่อแถวซื้อของหน้าคอน พบว่าใช้เงินเท่านั้นที่ทำให้เราชนะ เราก็เลือกๆ ไป จ่ายเงินทาง Paypal แล้วรับของวันไปดูคอนค่ะ ใช้เงินซื้อความสบาย 555
IMG_817011
ของหน้าคอนที่เราซื้อไปค่ะ

จากนั้นก็มาถึงวันเดินทางไปคอนค่ะ ตั๋วเครื่องบินเราหาเองกันนะคะ บินทีจีไป ถึงเช้ามาก ประมาณ 7 โมง คือโรงแรมเนี่ยให้เช็คอินบ่าย 2 แต่เราร่างพังจากการนอนน้อยบนเครื่องมาแล้วค่ะ เลยต้องหาที่ไป โรงแรมที่เราได้พักชื่อ Seoul Olympic Youth Parktel ค่ะ คือใกล้สถานที่จัดคอนม๊าก (คงรู้แล้วสินะว่าไกลเมืองแค่ไหน) สถานีรถใต้ดินที่ใกล้สุดก็ยังต้องเดินถึง 7 นาที คนไทยหอบค่ะ ชื่อสถานี MonCheonTosong (มนชนโทซอง) โอ๊ย อ่านยากมาก กันดารมาก เซเว่นก็ยังไม่มี ฮือออออออ นี่กะจะให้กูติ่งอย่างเดียวเลยเหรอไง? เข้าเมียงดงที 54 นาทีค่ะ น้ำตาจิไหล ร่างก็พังเพราะไม่ได้นอน วันศุกร์ไปถึงปุ๊ปเดี๊ยนก็ไปคอนเลย (เพราะซื้อตั๋วมาจากในทวิตเตอร์-เพื่อนเดี๊ยนเก่งมาก ปรบมือ) เดี๋ยวรีวิวคอน 3 วัน ตอนท้ายนะ สภาพห้องคือห้องโรงแรมนะคะ แต่มี Bunk Bed ค่ะ ห้องน้ำแยกกันระหว่างห้องอาบน้ำกับห้องส้วม ก็ดีเหมือนกันนะคะ จะได้แยกกิจกรรมกันไป ไม่ต้องรอ ผ้าเช็ดตัวมีให้ผืนใหญ่ 1 ผืน ผืนเล็ก 1 ผ้าปูที่นอนต้องปูเองนะ เรานอนเตียงบนไม่ชินเพดานต่ำค่ะ แอร์ไม่ค่อยถึงด้วย วันแรกเลยนอนไม่ค่อยหลับ พวกเรามีกัน 3 คนและได้รูมเมทเป็นแพคเกจแบบเดี่ยวอีกคนค่ะ เป็นน้องคนไทย เมนไค กรี๊ดแตกมาก นางไปคอน 3 วันเหมือนเราเลยค่ะ เม้าท์กันมันส์ดี

IMG_803511 IMG_803611
มีของที่ระลึกในแพคเกจด้วยนะคะ

พอเช้าวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันคอนเสิร์ตในแพคเกจ เริ่มวันตอน 8 โมงเช้าค่ะ รถบัสจะมารับหน้าโรงแรม มีคุกกี้เสี่ยงทาย (มีชื่อศิลปินข้างใน) ให้กิน 2 อัน แล้วพาเราไป SM Artium COEX ก่อนเข้าก็ต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึก โอ๊ย ทัวร์จีนสัด เค้าแจกรูปปรินท์ให้ตอนจบทริปค่ะ (ไม่เอามาโชว์นะ เขิน)

IMG_803711
คุกกี้เสี่ยงทาย อาหารเช้าค่ะ

IMG_804011

IMG_804511
นางเปิดช็อปให้ช้อปก่อนเวลาเปิดจริงค่ะ

IMG_804411
ของส่วนใหญ่หมดแล้วค่ะ ฮือออออออออออ

คนในรถส่วนใหญ่เป็นญี่ปุ่นค่ะ ไกด์พูดญี่ปุ่นคล่องมาก รองมาก็อังกฤษ พอไปถึงตอน 8.30 ได้ ก็ปล่อยให้เราไปซื้อของที่ร้านนาง มีกระดาษให้เขียนจดหมายถึงศิลปินว่ะ ไม่ค่อยติ่งเนาะ แต่กูไม่ได้เตรียมมา เซ็งมาก นางให้หย่อนกล่อง ไม่รู้จะถึงมือศิลปินมั้ย แล้วพาไปดูโฮโลแกรมค่ะ (ที่ปกติถ้าไปก็ต้องซื้อบัตรเพิ่ม) อันนี้รวมในแพคเกจ เป็นเรื่อง Girl’s story ที่นางเอกคือยุนอา พระเอกคือมินโฮชายนี่ค่ะ เรื่องไม่มีไรมาก เป็นโฮโลแกรมคอนเสิร์ตมากกว่า แต่ชอบที่ตอนศิลปินออกมาเต้นมันดูสมจริงมาก ชัดกว่าเต้นในคอนให้เราดูอีกค่ะ 555 มีตัวอย่างเรื่อง SchoolOz ด้วย บอกเลยว่ากูขำพี่จุนกับคีย์มาก ลูน่าเล่นดีมากจริงๆ แต่มีเด็กใหม่คนนึงเล่นด้วย เล่นไม่ค่อยเก่งเลยค่ะ ไม่ใช่ Redvelvet ที่เล่นเป็นโดโรธีนะ

IMG_804711
IMG_805211IMG_805411
ชั้นไม่ใช่ติ่งนะ บอกเลย

พอออกมาก็มีตู้สติกเกอร์ให้ถ่ายคู่ค่ะ แต่งรูปได้นิดหน่อย แต่มันน่าร้ากก เสียเงินไปอีก มาที่ชั้นคาเฟ่ คัพเค้กกับกาแฟที่นี่อร่อยนะคะ คัดมาแล้วสินะ ปกติคัพเค้กเกาหลีสวยแต่รูปจูบไม่หอมค่ะ แต่คัพเค้ก EXO อร่อยนะ ถึงหมวกน้ำตาลจะใหญ่มากจนกินหมดต้องเป็นเบาหวานก็ตาม คาปูร้อนก็อร่อยค่ะ เสียดายที่คัพเค้กไม่มีแบบ Take away เลยต้องแอบเอาออกมา แหะๆ

IMG_807211IMG_806911

พอออกมาแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่า SM นี่มันฉลาดจริงๆ สร้างทัวร์ติ่งมาคอน แล้วยังสร้างสถานที่ให้ติ่งมาเสียเงินอีก จากนั้นเราก็ไปกินข้าวกลางวันที่ Lotte World Jamsil ค่ะ เป็นอาหารเซ็ตสเต็กเนื้อ(มั้ง)กับข้าวและสลัด พร้อมเป๊ปซี่ แล้วก็พาเราไปปล่อยที่ดิวตี้ฟรีด้านบนค่ะ

IMG_808611

IMG_808811

IMG_809811

เราเลยพาเพื่อนเดินไปห้างใหม่ข้างๆ คือ Lotte World ที่ตอนเดือนตุลามีเป็ดอยู่ที่ทะเลสาปซอกโชด้านหน้าไงคะ พอกินเสร็จก็พาเราไปคอนเลย ประมาณบ่าย 2 (คอนเสิร์ตเริ่ม 6 โมงเย็น) แต่ถ้าเป็นบัตรยืนต้องไปต่อแถวก่อนเวลาคอน 2 ชั่วโมงค่ะ

ตอนซื้อแพคเกจเราเลือกบัตรนั่งไปค่ะ ทีนี้ก็เสี่ยงดวงอีกว่าจะได้บัตรโซนไหน อยู่ที่แพคเกจด้วยว่าไฮโซกว่าจะได้บัตรใกล้กว่า ที่ดีกว่าค่ะ เราได้บัตรชั้น 1 Zone 3 ค่ะ

IMG_804211 IMG_811811

IMG_811511
โปรเจคท์วันที่ 14 มีนาค่ะ

IMG_815611
ของแจกหลังจากคอนเสิร์ตจบค่ะ แจกให้บนรถบัสกลับโรงแรม เป็นดังกิ้นโดนัท 3 ชิ้นค่ะ ตอนนั้นไม่มีแรงกินละ มัวแต่ฟิน เม้าท์แตกค่ะ เช้าวันต่อมาก็แยกย้ายกันตามสะดวกค่ะ แต่เข้าเมืองด้วยแท็กซี่สะดวกกว่าลากกระเป๋าไปนั่งรถเมล์นะคะ น้องคนนึงรอแอร์พอร์ตบัสตอนกลางคืน นางน้ำตาจิไหล เกือบไม่ทันรถไฟรอบสุดท้าย มันนอกเมืองจริงๆ ค่ะ

IMG_8112

IMG_811411
มารับของแจกบ้านโด้ยูเนียนค่ะ ได้พัดกับผ้าเชียร์ ปีนี้ไม่ถงไม่ถาม ไม่ตรวจบัตรซ้ากคำ ทำมาเยอะ

อันนี้ไม่เกี่ยวกับแพคเกจค่ะ ไปดูคอนเองอีก 2 รอบ
คอนวันที่ 13 มีนา 
IMG_802111
คอนวันแรกค่ะ เพื่อนช่วยหาตั๋วในทวิตเตอร์มา

IMG_802611
Project วันที่ 13 ค่ะ แปลว่า EXO ที่เปล่งประกายกว่าเดิม

IMG_802711IMG_803011
อยู่หลุม C ค่ะ คิวไม่ถึง 300 เกาะมุมเวทีย่อย ที่มีชานยอลกับจงแดเต้น Playboy หลุมนี้เจอชานยอล ไค เยอะมากกกกกกกกกกกกก คยองไม่ค่อยมาค่ะ เศร้า แต่มีฮุนเล่นน้ำนะคะ คนเมนชานยอลควรนะคะ หลุม C แต่เรานี่เมนคยอง เล็งหลุม A กับ B แน่นอนค่ะ วันนั้นคยองทำผมเสยด้วย หล่อมากกกกกกกกกกกกกกก อีกสองวันเอาผมลงเป็นหน้าม้า ว้า…..เซ็ง แต่วันนี้สมาชิกทุกคนอยู่ครบนะคะ มีแถมธันเดอร์ให้ตอนท้ายด้วย ไคนี่ธันเดอร์ตรงหน้าเลย เต็มๆ

คอนวันที่ 15 มีนา นั่งดอย ชั้น 3
IMG_802311IMG_820911
IMG_821011
คอนวันที่ 3 ค่ะ ได้แถวยอดดอย แต่ตรงเวทีย่อยไคเล่นน้ำพอดี คิคิ เรื่องมันยาวมากค่ะ สำหรับบัตรคอนใบนี้ เราได้มาจากน้องที่เคยเจอหน้าคอนเมื่อปีที่แล้ว แต่ตอนแรกน้องจะไปคอนด้วย พอดีติดสอบ เลยขายบัตรต่อให้เรา ซึ่งเรื่องราวของบัตรคอนนี้ก็ยาวอีกเช่นกัน คือนอยด์กันไปมาข้ามประเทศ เพราะเจ้าของบัตรก็ซื้อต่อมา เจ้าของบัตรอยู่ญี่ปุ่น แต่กลับเกาหลีอีกวัน ต้องให้เพื่อนอีกคนเอาเงินไปรับ โอนเงินจากไทย แล้วมานัดรับ บลาๆๆๆ นี่เล่าเรื่องย่อแล้วนะ
สรุปคือ ได้บัตรชั้น 3 สูงม๊ากกกก ฝั่งขวาของเวที ไค มาเล่นน้ำค่ะ มีแบคฮยอน คยองซู เซฮุนมานิดหน่อยค่ะ คอนวันนี้ ไค ไม่ค่อยปกติค่ะ เหมือนเหนื่อยหอบ แอบหายไปบางเพลง ค่อนข้างตกใจนะ
เราเองก็ขาดช่วงไปสองเพลง เพราะโดนสตาฟจับกล้องค่ะ ก็เอากล้องคอมแพคมาลบรูปเฉยๆ นางคิดว่าเราถ่าย ฮืออออออออ พอออกไป นางก็หาไม่เจอ แต่เราก็ต้องเอากล้องไปฝากค่ะ ดังนั้นบอกไว้เลย ขนาดแค่เอากล้องออกมาส่องดูรูปเก่าๆ นางก็จับว่ะ

IMG_832411
สรุปรวมบัตรคอนทั้ง 3 รอบ
วันที่ 13 – ทุกคนอยู่ครบจนจบ ไม่มีคนบาดเจ็บ คยองผมเสย อารมณ์ดีมาก
วันที่ 14 – เซฮุนหัวชนกล้อง เลยไม่ได้ขึ้นหลังจากนั้น น้องดูเสียใจมาก คยองผมลง พี่หมินโชว์ซิกแพคทั้งเพลง
วันที่ 15 – ตอนกลาง ค่อนข้างท้าย ไคเหมือนจะหอบ เลยไม่ขึ้นมา และขึ้นมาเต้นก็ไม่เปิดฮู้ดเลยเหมือนเหนื่อยจนหน้าไม่ไหว คยองผมลง และเกือบต่อยอี้ชิงที่จะเปิดเสื้อดูซิกแพค 55555

IMG_824311
อันนี้เพิ่งรับของที่เราโดเนตไปกับ DO Fan Union ไปค่ะ จ่ายไป 750 บาท ได้ของกลับมาคือแก้วน้ำสองใบ การ์ด โปสการ์ด Hand-warmer ผ้าห่มหมอน ลายเพนกวินนกฮูก น่ารักสุดๆ ค่ะ คุ้มมาก ฮี่ๆๆ

จบคอนเราก็ย้ายที่นอนไปพัก airbnb ที่คังนัมอีกหนึ่งคืนค่ะ เดี๋ยวมารีวิวอีกบล็อกน้า

สรุปรีวิวแพคเกจ SM GLOBAL PACKAGE
ที่พัก
ความสะดวกในการเดินทางเข้าเมือง 2/5
ความสะดวกในการไปชมคอนเสิร์ตเอง 3/5
ความสะอาดและสาธารณูปโภค 3/5
บัตรคอนเสิร์ต 4/5
อาหารในทริป 3/5
กิจกรรมในทริป 3.5/5
ความคุ้มค่า 3.5/5
ราคา 2/5
ถ้าแนะนำเพื่อน จะแนะนำมั้ย? >>> ถ้าเพื่อนมีเงิน และไม่อยากลำบากก็ควรไป ชีวิตจะสบายขึ้นอีก 40%
ถ้ามีรอบหน้าจะซื้อแพคเกจอีกมั้ย? >>> ถ้าเงินเหลือและขี้เกียจนอยด์ ก็คงซื้อ แต่คงซื้อแบบไฮโซไปเลย แต่เพื่อนรีวิวแบบไฮโซกว่าเราที่ไปนอนโรงแรมก็พบว่า รร.นั้นไกลจากสถานีใต้ดินอยู่เช่นกัน เดินทางไปติ่งส่วนตัวไม่สะดวก แต่ทริปนี้เค้ามีรถรับส่งเราจากคอนเสิร์ตและโรงแรมไง เลยโอเค
ถ้าตั๋วคอนเสิร์ตมีแนวโน้มหายาก >>> ควรซื้อแพคเกจค่ะ เพื่อความสบายใจและตั๋วคอนแบบที่ดีๆ จัดให้

อ่อ มีนักข่าวมาทำข่าวตอนทัวร์เอสเอ็มลงพอดี ดูความหรูหราของแพคเกจอีกระดับได้เลยค่ะ แม่ยุ่น แม่จีน ร๊วยรวยยยยย ลองดูนะคะ ว่าแพคเกจไฮโซได้ไรเพิ่มมาบ้าง และได้สิทธิ์อะไรเพิ่มมาบ้าง //เบะปาก จากคนชนชั้นโฮสเตล
https://www.youtube.com/watch?v=-_vBZeVRnOk
https://www.youtube.com/watch?v=A_yZGJ6xJuA

Review Trip คอนเสิร์ต EXO PLANET#1 แบบรวบตึง

หลังจากทริป Spring in my heart เอิ่ม In Korea ไปแล้ว เราก็กลับประเทศมาพร้อมกับข่าวคัมแบ็คของ EXO พอดีจ้า ช่วงนั้นที่เด็กๆ เข้าตึกแล้วเราเห็น ก็คงซ้อมก่อนขึ้นโชว์เคสคัมแบ็คแหละ ตอนแรกก็ว่าจะไม่อยากดูนะ แต่พอมีโชว์เคสเท่านั้นแหละ ติ่งแตกตอนสงกรานต์เลย แล้วการแยกโปรโมทเป็น K กับ M ไม่เหมือนตอนเพลงอือรือรอง (Growl) พอ EXO มีโชว์เคสได้วันเดียว วันต่อมาก็เกิดเหตุเรือ Sewol ล่ม แล้วทั้งวงการบันเทิงประเทศเกาหลีก็หยุดชะงักไปเลย แบบไม่มีรายการตลก รายการสดก็งด กลายเป็นว่างดออกงานในประเทศ เลยทำให้ EXO-M ได้ไปโปรโมทในจีน แล้วพี่คริสก็ไปแล้วไม่กลับ เอิ่ม
แต่ช่วงนั้นคือ K ก็ไม่มีงานนะเงียบมาก แบบพักผ่อนกับครอบครัวไปเลย กำหนดการที่จะมีคอนเสิร์ตที่ประกาศตอนโชว์เคสก็เงียบไปด้วย ไม่รู้ว่าเกาหลีจะหายโศกเศร้าทันคอนมั้ย เพราะคอนอีกหลายที่ เช่น คอนลอตเต้ หรือโชว์ตัวของดาราคนอื่นๆ ก็เลื่อนไปหมดในช่วงนั้น แต่สุดท้ายความหวังของเราก็กลับมา คอนเสิร์ตมีทั้งหมด 3 วันคือ ตอนแรกเปิดแค่ 24-25 พ.ค. แต่เปิดเพิ่มรอบ 23 พ.ค. อีกวันค่ะ เมื่อเปิดจองบัตรคอนแล้วขายหมดใน 0.01 นาที พูดง่ายๆ ว่าเปิดขายปุ๊ปคอมแฮงค์ ระบบล่ม เปิดมาอีกทีบัตรเต็มค่ะ เพลีย (แต่ชะนีติ่งที่รู้จักกันหน้าคอน นางบอกรีเฟรชอีกที นางเลยจอง Happy FAMILY Seat ได้หลังจากนั้น) แต่คนจะไปมันก็ต้องไปค่ะ งานนี้มีสปอนเซอร์คือติ่งเพื่อนวัยมัธยมต้น ที่อยู่ๆ ก็เพิ่งรู้ว่านางติ่งว่ะ 55555 เออ ไม่ขอเอ่ยนาม เพราะนางก็เป็นถึงผู้บริหารแล้ว เราจะเอ่ยถึงนางแค่นี้ สรุปคือ พอคอนเสิร์ตไม่ยกเลิกและเพิ่มรอบวันศุกร์ เราก็เลยคิดว่าจะไปซื้อเอาดาบหน้าวะ หาเอาหน้าคอนน่ะแหละ จากนั้นก็จองตั๋วเครื่องบิน ลางาน แล้วบินไปฟิ้ววววว เร็วมาก ตัดภาพมาคืนแรก (23 พ.ค. 2014) ที่เราเล็งไว้ว่าควรมาก่อน เพื่อดูลาดเลา และอาจจะได้ตั๋วก่อนงาน มีเพื่อนติ่งในอีกกรุ๊ปช่วยหาให้ โอปป้าคนนี้ก็แอดคาเคา (Kakao) กันเรียบร้อย นัดรับบัตรยืน วันเสาร์ค่ะ บล็อก BL ไม่บอกราคาเนอะ แต่ราคาปกติ ประมาณ 99,000 วอนทุกที่นั่ง ไม่ว่านั่งหรือยืน เอาล่ะ ได้บัตรสมใจ เตรียมตัวไปนอนให้เต็มอิ่ม เพื่อประคองชีวิตคอนวันแรกกันค่ะ

เอาจริงๆ สมัยชอบเซเว่น (เมื่อ 11 ปีที่แล้ว) ไม่เคยบินมาดูคอน หรือต้องไฟว้ขนาดนี้นะ แต่นี่สงสัยทำบาปกรรมไว้เยอะ อีวงนี้ก็ดันเป็นวงที่ยากไปซะทุกอย่าง ทุกอย่างก็แพงไปหมด ทั้งบัตรผี ทั้งโน่นนี่นั่น ที่เล่านี่แค่ส่วนหนึ่งนะ ถ้าเล่าทั้งหมด คนไม่ใช่ติ่งก็คงส่ายหัวแล้วบอกว่า “มึงทำไปได้เนาะ” ก็ความสุขกูเนาะ มึงไม่เข้าใจก็ไม่ต้องเข้าใจหรอก คนเข้าใจกูมีก็พอแล้ว เงินก็เงินกูเนาะ

เออ เล่าต่อ พอดีมีเพื่อนมัธยมอีกคนซึ่งติ่งวายจีมานานแล้ว นางเป็นตัวกลางและคอยแนะนำติ่งป้าอย่างเราและเพื่อนอีกสองคน ในการดำรงชีวิตค่ะ จะบอกว่า ชีวิตของติ่งมือโปรของเพื่อนคนนี้ควรเอามาเขียนหนังสือหรือสร้างหนังค่ะ วีรกรรมนางแต่ละอย่าง กูนี่อึ้งไปเลย เดี๋ยวเล่าทีละสเต็ปสำหรับประสบการณ์ของเราก่อนละกันเนาะ คือ วันศุกร์เนี่ย เป็นรอบพิเศษค่ะ แก็งค์เราไม่มีบัตรกันทั้งสามคน ติ่งโปรเลยแนะนำว่า แกต้องไปรถไฟฟ้าเที่ยวแรกนะ แล้วไปต่อแถว Happy Box ซึ่งจะเปิดขายบัตรที่ยังเหลืออยู่ (เกาหลีจะไม่ขายหมดเกลี้ยงค่ะ จะเหลือไว้หน้างานส่วนหนึ่ง) แล้วก็ถ้าแกอยากได้ของหน้าคอน (Official goods/merchandise) ก็ต้องแบ่งทีมกัน ซึ่งของหน้าคอนที่น่าซื้อของ SM ก็ดูจะมีแค่แท่งไฟนะคะ
ทีนี้การต่อคิวของประเทศเกาหลี พูดเลยว่าทรหด ตอนเราไปถึง 7.30 น. เนี่ย ก็มีคนมาต่อแถวแล้วค่ะ ตั้งแต่คืนวันพุธ (เหย่ดแหม่) นางเป็นหัวคิวค่ะ เอาผ้าห่มมาปูนอน เลยทีเดียว หน้าที่ของนางคือจดชื่อและเขียนเลขให้ทุกคน ซึ่งทุกคนดูเข้าใจประเพณีนี้กัน และรักษาระเบียบดีนะคะ (ไม่เหมือนเด็กไทย โอ๊ย เด๋วเมาท์ กูอยากด่ามาก) ทีนี้ นางบอกว่า จะเช็คชื่อตอน 10.00 และ 11.00 น. นะ  (คอนเริ่ม 20.00 น. ย้ำ 2 ทุ่มน่ะค่ะ) แล้วจะมีคนจากเอสเอ็มมารันคิวซื้อบัตรอีกที (นี่แค่ซื้อบัตรนะคะ ยังไม่ถึงตอนเข้า) เราก็นั่งรอกันไปค่ะ คนจีน คนไทย เต็มไปหมด ด้วยความที่เรามี 3 คน เลยต้องผลัดกันไปซื้อข้าว และเปลี่ยนเวรกับของหน้าคอนค่ะ ซี่งแถวของของหน้าคอนมี 2 แบบ คือแบบซื้อทุกอย่างกับแบบซื้อแท่งไฟเท่านั้น เราอยู่แถวแท่งไฟเท่านั้นค่ะ ซึ่งจะสั้นกว่า ไม่อยากได้ปลอกหมอนหรือแหวนนี่นา เลยได้ผูกมิตรกับติ่งเกาหลีแถวนั้นค่ะ นางดูเด็กมากๆ แต่ปรากฎเรียนจบแล้ว อุ่ย เป็นคนเดียวที่คุยภาษาอังกฤษกับเรา เพราะสตาฟที่มาพูด พูดแต่เกาหลี เราฟังไม่ออกค่ะ แล้วนั่งกลางแดดกันตั้งแต่ 8 โมงอ่ะ เปิดจริงบ่ายโมง คิดดูละกันว่าชั้นนั่งกี่ชั่วโมง แต่ตอนนั้น ได้บัตรคอนแล้วนะคะ เป็นบัตรนั่ง เพราะติ่งป้าทั้งสาม เห็นพ้องกันแล้วว่า พวกกูสู้ด้วยกำลังรอไม่ไหว กูขอสู้ด้วยเงินค่ะ เลยเห็นคนมาเดินแถวๆ ท้ายๆ แล้วท่าทางดูมีพิรุธ เลยเข้าไป approach เลยได้บัตรนั่งมา เป็นนั่งคู่ กับนั่งเดี่ยว ชั้น 3 ครบคนพอดี จ่ายสดงดเชื่อ เบื่อจะรอ เอาวะ ได้บัตรมาตั้งแต่ 11 โมงเช้าค่ะ ตอนไปจ่ายเงิน คือ อีตาคนนี้มีบัตรเป็น 10 ค่ะ ไหนว่าขายหมดไง นี่อัลลัย!!!!
สรุปคือ ชีวิตติ่งป้าหลังจากซื้อของหน้าคอนแล้ว ก็จะมีกิจกรรมจากทางบ้านแฟนไซต์ค่ะ คือการแจกผ้าเชียร์ หรือพัด หรือการ์ด ของเมนแต่ละคน เค้าจะประกาศทางทวิตเตอร์หรือหน้าเว็บก่อนงาน วิธีการคือเอาบัตรคอนมาแลกค่ะ เพราะถ้าไม่มีบัตรคอน แจกไปก็ไม่มีประโยชน์ใช่มั้ย ศิลปินก็คงไม่เห็น แล้วคือของแจกทำดีนะคะ ผ้าเชียร์ พัด คุณภาพดีมาก แม่ๆ แฟนไซต์ เงินดีมากจริงๆ บางบ้านแจกล็อตเตอรี่จ้า คนเข้าแถวกันยาวเหยียดเลย แต่เรารู้สึกจะร่างพัง เลยกลับมาอาบน้ำก่อนออกไปคอนกัน เพราะคอนเริ่มตั้ง 2 ทุ่มแน่ะ (ตอนนั้นมีคนต่อคิวบัตรของวันที่ 2 แล้วนะคะ ขุ่นแม๊)

ก่อนเข้าไปบัตรนั่ง ก็จะมีสตาฟของแฟนคลับแจกกระดาษเชียร์ พร้อมวิธีการใช้ แบบ 4 ภาษา (เกา,จีน, ญป, อังกฤษ) ซึ่งเรียกว่าโปรเจคท์ โดยแต่ละวัน จะมีโปรเจคท์แค่อันเดียว วันแรกคือ EXO I love you วันที่สอง EXO Thank you และวันที่สาม จากนี้ไปคือการเริ่มต้น (From now on, this is the beginning) ทุกประโยคจริงๆ เป็นภาษาเกานะคะ พอเข้ามาในคอน รู้แล้วว่าบัตรที่เป็นจุดพีคๆ จะอยู่ใกล้กับ Happy family zone ค่ะ เพราะดาราจะมานั่งเยอะ เป็นที่ๆ เอสเอ็มกั๊กให้คนใน ครอบครัวศิลปินหรือดารามาดู แล้วตรงนั้นศิลปินก็ไปเล่นเยอะด้วย ฮอลไม่สูงมากค่ะ มันตื่นเต้นมากจริงๆ แต่เราไม่ชินกับการนั่งด้วยมั้ง ทั้งที่เป็นแถวนั่งแถวแรกของชั้น 3 เลยไม่รู้จะกรี๊ดอะไรกับใคร จะเต้นก็อาย 5555 แต่คนเกากรี๊ดได้ใจจริงๆ ค่ะ จบวันแรกไปแบบ VTR  เหมือนยังตัดไม่เสร็จ แล้วพอมาวันที่ 2 VTR เพิ่มมา แล้วก็คนละตัวด้วย รอบแถมสินะกรู

พอวันที่ 2 เราได้บัตรยืนค่ะ แต่เราดันมือใหม่ ไม่รู้ว่าการยืนเกาะรั้วมันดีนะ ดันเข้าสาย ทั้งที่ได้คิวดี (ใบนี้ได้จากอปก่อนคอนค่ะ) เพราะไม่คิดจะเกาะรั้วไง แล้วเกาหลีมันรันเลขตามลำดับสุดฤทธิ์ ตอนได้ตั๋วยืน ต้องไปรับสายคล้องข้อมือก่อนนะคะ จะบอกว่ามีของปลอมด้วย มีคนโดนจับได้แล้วเชิญออกจากแถว หลอนสัด แล้วถ้าเลขรันไปแล้ว ต้องไปต่อแถวใหม่นะ แต่ดีอย่างค่ะ คนเกาหลีและติ่งชาติอื่น เคารพคิวมากๆ ถ้าเรามาไม่ทันแถวแรก (ที่เราควรจะอยู่) แต่เราไปต่อแถว 2 นางจะไล่ให้ไปอยู่หน้าของแถว 2 หรือถามสตาฟได้เลย ว่าให้ลัดคิวพาเข้า (ขอโทษจริงๆ เพราะป้าต้องไปฝากของนิ กระเป๋าใหญ่กว่า A4 นางให้ฝากหมดค่ะ) สุดท้ายก็ได้เข้ามา พอกูอยู่ในหลุมยกมือถือจะถ่ายบรรยากาศ อีสตาฟพุ่งมาจ้ะ บอกให้ลบรูป เอิ่ม โหดไปป่ะมึง ไปตามจับแม่ๆ ฟซมั้ย แม่งซ่อนกล้องมาเป็นดุ้น ตอนคอนเริ่มคือวันนั้นเหมือนจะมีเชื้อป่วยๆ อยู่นิดหน่อยค่ะ แต่ต้องกินยาดักไว้ พอเจอทะเลคน สงครามเกาหลีในหลุม มันสยองมากจริงๆ คนเบียดแบบไม่มีปราณีกัน แล้วมันเหมือนจะขาดน้ำ สตาฟก็จะยื่นน้ำมาให้ผู้หิวโหย กลัวมันเป็นลมสินะ สรุปคือ หลุมในคอนเกาหลีมันโหดมากจริงๆ แทบจะไม่ได้เห็นศิลปิน โมเม้นท์เหี้ยห่าไรเลย มีแต่ชะนีใส่ส้นสูงเดินเหยียบกูไปมา อีเห้…. โกรธ

ส่วนหนึ่งที่เข้าคอนช้า เพราะเพื่อนติ่งอีกคนบินมาคืนวันแรกค่ะ กะจะมาดูวันที่ 2 เหมือนกัน เพราะมีน้องหาบัตรให้ได้ แต่สุดท้ายก็โดนหลอก (เสียใจ รู้งี้กูซื้อโอปป้าคนนั้นไว้เก็งกำไรดีกว่า) เพราะราคาบัตรวันที่ 2 ถีบตัวสูงมากค่ะ ยังกะตลาดหุ้น แต่คนมันมาแล้วทั้งที มันต้องได้ดู ดีนะ กูแอดคาเคาคนที่ขายบัตรผีไว้ เลยติดต่อไปได้ แล้วซื้อจากนาง เพื่อนได้ AR ค่ะ ติดเวทีเลอ ใกล้สะใจ พอเสร็จคอนวันที่ 2 เราไปผับต่ออีกค่ะ ขุ่นแม๊…. ชีวิตเต็มที่จริงๆ ค่ะกรู วันที่ 3 เลยป่วยเลย ฝนตกอีก สรุปคือ ป่วย เสียใจมากที่ไม่ได้ไปหน้าคอน เพราะเค้าเปิดทีวีต่อจอให้ดูข้างนอกด้วย ฮือออออ ร่างป้าไม่ไหวแล้ว ป้าต้องหยุด

จบทริปเกาหลีไปอย่างป่วยๆ ค่ะ แต่ก็มันส์ดี ชีวิต

ต่อกันที่คอนที่ฮ่องกง อันนี้ บัตรผีพรีเซลอีกละ เพราะตอนแรกบอกจัดรอบเดียววันอาทิตย์ พอกูซื้อบัตรผีปุ๊ป แม่งเพิ่มรอบอีก ทีนี้บัตรเหลือเฟือ กดเองจากไทยได้เลยค่ะ ก็เลยดูแม่งสองรอบเลย สะใจ ที่ตัดสินใจไปฮ่องกงเพราะค่าตั๋วและที่พักค่อนข้างถูกค่ะ ไม่ต้องขอวีซ่าด้วย และเคยไปฮ่องกงแล้วก็โอเคนะ อาหารกินได้ คุ้นเคยสถานที่ไม่น่าหลง ปรากฎไปวันแรก อากาศร้อนมาก กูไม่ชินกับคนจีน ตอนนี้คนจีนแผ่นดินใหญ่เยอะด้วย ไม่พูดอังกฤษกับกูอีก ด่าช้งเช้งไปหมด อีดอก! โกรธ กูหงุดหงิดมาก ฮ่องกงที่กูรักมันเป็นอดีตไปแล้วสินะ มีแต่ป้าคนจีนนิสัยเสีย โอ๊ย อย่าให้ด่าอีกเลย ไปที่คอนกัน ก็ต่อแถวตามปกติค่ะ แต่คิดว่ามีคนเนียนเยอะนะแบบแซงเลขอ่ะ เพราะไม่ได้ตรวจกันละเอียด บัตรยืนวันแรก ดีสุดๆ ค่ะ เกาะรั้วตรงฝั่งซ้าย (ก็ไม่รู้หรอกว่าดีโอจะขึ้นกระเช้า) ผังไม่เหมือนกับเกานะคะ แต่แบบอีเห้……ฟินมากกกกก เพื่อนได้ดอกไม้จากเทาอีก ยื่นมากับมือ ทั้งที่เพื่อนเมนคริส เอิ่ม แล้วคือที่นี่เอากล้องเข้าได้หมดค่ะ เลยกลายเป็นการถ่ายคอนเสิร์ตแบบฟินๆ ไม่ค่อยมีคนสนุกกับคอน เสียงกรี๊ดก็แบบธรรมดา โปรเจคก็ไม่สามัคคีกัน แผ่นเล็ก เราว่าเฉยๆ มากแล้วผังเวทีคือไม่ใกล้คนดูเลยค่ะ ค่อนข้างไกล วันแรกก็ฟินกับการใกล้จุดตรงนั้น แต่พออีกวัน เราเลือกไปยืนอีกค่ะ แต่ไกลกว่าเดิม ก็ว่าจะเลือกฝั่งขวาลองดู แต่ก็ตัดใจไม่ได้ ยืนฝั่งซ้ายใกล้คอนโทรลละกัน แนวเส้นกระเช้าเลยค่ะ ปรากฎคือมีเหตุการณ์รอกของกระเช้าดีโอมันดีดกลับ แล้วดีดลงมาที่คนดูฝั่งเรา ซึ่งเรากำลังถ่ายคลิปฟินๆ ใกล้ๆ อยู่ๆ นางก็มาดีดใกล้เรามาก ประมาณ ไม่เกิน 2 เมตร วินาทีนั้นทั้งตกใจ และอยากจับตัวนางไว้ แต่ก็….ทุกคนพยายามดันขึ้นค่ะ เพราะมีน้องๆ เด็กๆ ได้รับบาดเจ็บด้วย ซึ่งตอนหลังชั้นอิจฉามาก เพราะดีโอและซูโฮไปเยี่ยมนางและถ่ายรูปด้วย ฮืออออออออออออออออออออออออ ห่างแค่เพียงเอื้อมมือเอง แต่ถ้าเป็นชั้น ไม่รู้จะสมงสมองไปมั้ย นี่ก็ไม่รู้จะคุ้มมั้ย เอาวะ นี่ก็ใกล้ละ เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างบน ถ่ายคลิปไว้พอดี เลยเอาลงไอจี ปรากฎมีคนเอาไปรีอัพโหลด โกรธมาก ดวกส์ แล้วตอนเราเอาลงบ้าง ซึ่งกล้องเราซูมนะคะ จริงๆ ในเหตุการณ์ไม่ได้ใกล้ขนาดนั้น คือ เห็นหน้าดีโอเหวอชัดมาก เลยกลายเป็นไอจีเรามีคนฟอลหลักพันตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา (ไม่รับฝากร้านนะคะ แต่รับฝากเงิน เอิ่ม) แล้วเราก็ลงคลิปอื่นๆ ด้วย เช่น ลู่หาน หรือเทาไรงี้ ซึ่งวันเดียวกันนั้น เทาก็ตกหลุมค่ะ โอย นี่มันคอนอะไร เจ้าที่ฮ่องกงแรงหรือไง ดีนะ ที่เทาไม่เอาหัวฟาดขอบอ่ะ พี่ลู่จับไม่ทันค่ะ ส่วนตอนปีเตอร์แพน ชานยอลกับไค ก็ไม่ขึ้นจักรยานเหลืองแล้ว แล้วกะจะติ่งในเกตค่ะ อุตส่าห์คิดว่าเอ็กโซจะกลับคืนนั้นเลย กลายเป็นว่าเลื่อนกลับ เพราะอาจจะไปเยี่ยมเด็กๆ ที่บาดเจ็บจากกระเช้าค่ะ (ยังอยากเป็นเด็กคนนั้นอยู่) กลายเป็นแผนนอนค้างสนามบินเป็นหมันไป เพราะเอกโซกลับอีกวันตอนเช้าค่ะ สภาพการนอนสนามบินฮ่องกง มันแย่อ่ะ ไม่รู้สิ 55555 เพลียมาก พังมาก แต่ก็ต้องไปทำงานต่อ เพราะลางานมาแค่นี้ ทริปเฉพาะกิจมากๆ แล้วจากนั้นก็พักค่ะ เพื่อรอคอนที่ไทยเลย อ่อ ลืมเล่า ไปติ่งหน้าเกตตอน EXO มาถึงฮ่องกงด้วยนะ กรี๊ดๆๆๆๆๆ คยองซูคือแบบเตี้ยลืม เห็นแต่เซฮุน ชานยอลว่ะ

คยองซู

ตอนคยองซูกระเช้าร่วงค่ะ หน้าเหวอมาก กล้องเราซูมนะคะ ไม่ได้อยู่ใกล้ขนาดนั้น

 

มาถึงสงครามคอนไทยค่ะ นี่แหละ ประเทศที่ทุกคนต้องแก่งแย่งกัน ตั้งแต่รอบพรีเซลที่ต้องมีสเปเชียลการ์ด ที่แถมมากับอัลบั้มแรก ดราม่ามาตั้งแต่สเปเชียลการ์ด ที่บางคนทิ้งไปตั้งแต่สมัยอัลบั้ม MAMA ค่ะ 55555 ถุยชีวิต ทีนี้ วันจองก็มีน้องไปต่อแถวตั้งแต่ 6 โมงเย็นก่อนวันขาย ที่ทรูสยาม ทั้งที่ทีมงานแจ้งแล้วว่า เริ่มแจกบัตรคิวตอน 10 โมงเช้า ไม่รันคิวที่มาก่อน ปรากฎทีมงานใช้วิธีตั้งแถวแล้วจับฉลากเอาตามดวงเลยค่ะ เพราะฉะนั้นมาก่อนมาหลังไม่มีผลค่ะ เริ่ดตรงเน้ มีน้องๆ ได้บัตรมาจากทุกโซน เปิดขายโซนละครึ่งนึงค่ะ

คอนไทยมีงานแถลงข่าวด้วยนะคะ กว่าจะฝ่าดงคนเข้าไปอีก ร้อนอีก แต่เด็กๆ มากัน 10 คนค่ะ ขาดลู่หาน เหมือนมีสัญญาณเตือนเบาๆ ในช่วงนั้นนะ ว่าต่อไปพี่เค้าจะไม่อยู่ EXO แล้ว แต่ในคอน เด็กๆ เต้นดี สนุกสนานมาก และลั้นลามากค่ะ ดีใจ คอนไทยสนุกมาก เพราะเด็กไทยคือตะโกนเชียร์ทุกคนดังมาก และมีโปรเจคท์เยอะจนหยิบทำตามไม่ทันเลยทีเดียว ประทับใจกับคอนไทยมาก

อ่อ แต่คอนไทยมีติ่งนิสัยไม่ดีบางส่วนนะคะ สำหรับหลุมยืน คือถ้าคนจองบัตรยืนจะรู้ว่า SM True เอาระบบรันเลขคิวมาใช้ และให้คนดูไปตั้งแถวตั้งแต่เที่ยง ปิดคิวตอนบ่าย 3 หลังจากบ่ายสามจะไม่รันคิวอีก และปล่อยเข้าทั้งบัตรพรีเซลและบัตรปกติพร้อมกัน เช่น เลข 001 กับ 701 เป็นต้น ทีนี้เจอติ่งไม่รักษากฎในวันที่ 2 ค่ะ นางไม่ยอมเรียงตามเลขบัตร และมีปัญหาในหลุม BL เพราะรปภ.ไม่ยอมเปิดแผงเหล็กให้เข้าคิวตอนเที่ยงเหมือนวันที่ 1 เลยกลายเป็นพอปล่อยคนเข้า เหมือนปล่อยฝูงลิงวิ่งเข้าป่าน่ะค่ะ ระเบียบอะไรไม่มีแล้ว ทั้งๆ ที่แถวเขียนว่า 701 (ประมาณนี้) แต่กลับไม่เรียงคิวกัน และหน้าด้านบอกว่า ก็พี่รปภ.บอกมาว่าไม่ต้องเรียง เอ๊า น้องคะ กฎมีไว้ทำไม เราวีนเลย โทรหาพี่ที่รู้จักให้มาดูแลรปภ.หน่อย (สตาฟตรวจบัตร) ว่าไม่สามารถควบคุมฝูงติ่งไร้มารยาทเหล่านี้ได้แล้ว แต่รปภ.ก็ไม่ทำไร แถมพ่อแม่น้องบางคนอุตส่าห์มาท้วงติงว่าลูกชั้นโดนแซงคิว ก็ยังยอม อ้างว่ากลัวติ่งวีนแล้วมีเรื่อง เอ้า มึงไม่คิดว่ากูก็มีเรื่องบ้างเหรอ ที่หนักสุดค่ะ สมมติคิวเริ่ม 701 นางคิว 769 งี้ นางไม่ยอมออกไปเรียงลำดับค่ะ นางบอก มาต่อแถวตั้งแต่ 6 โมงเช้า เอ่าน้อง พูดแบบนี้ก็ไม่สวยนะ แล้วงี้ พี่จะรีบไปจ่ายตังค์ให้บัตรคิวดีๆ ทำไมอ่ะ ถ้าน้องจะหน้าด้านด้วยเหตุผลแบบนี้ ไม่ธรรมดานะคะ นางมีคนหน้ามึนแถวหน้า (เพื่อนนาง) เถียงแทนกันด้วยค่ะ เดี๊ยนไม่มีพวกเยอะค่ะ ไม่งั้นมีตบแน่ เด็กๆ บางคนคือ ดูผู้ดีมาก ไม่กล้าเถียง ก็ปล่อย 10 คนแรกแซงคิวไป ซึ่งแบบโกรธมากนะ ทำไมเราไม่ลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเองวะ ยอมให้เค้าแซงงี้เหรอ? น้องรู้มั้ยได้เข้าคนแรกๆ น้องได้เกาะรั้ว มีที่พักพิง ถ่ายคลิป และใกล้ศิลปินมากนะคะ มาถึงหลักๆ ซักคนที่ 100 จะเริ่มเกาะรั้วแถวสองแล้ว มันจะโดนซัดไปซัดมา พี่ไม่แนะนำ ถ้าไม่งั้นก็ไม่ต้องแคร์คิว ยืนเต้นอยู่ข้างหลังแบบฟรีมูฟไปเลยค่ะ พี่แค่เจ็บใจที่โดนคนไม่รักษากฎมาทำแบบนี้

ฝากถึง SM TRUE ด้วยนะคะ รบกวนดูแลสตาฟที่จัดคิว ให้เคร่งครัดด้วยค่ะ อย่าให้เกิดเหตุการณ์ฝูงลิงวิ่งอีก แล้วขอให้บรีฟให้เหมือนๆ กัน เข้าใจตรงกันด้วยว่า เรียงตามเลข อย่ามั่วนิ่ม
สตาฟของ SM ที่เกาหลี นางเชื่อตัวเลขที่เขียนบนข้อมือของทุกคนและตรวจเช็คอย่างละเอียดค่ะ ถึงจะแค่ต่อคิวซื้อบัตรก็ตาม

แต่ถ้าถามถึงความสนุก เรียงความประทับใจ เรายกให้คอนที่ไทยอันดับ 1 นะคะ รองมา เกาหลี เพราะเป็นรอบแรกๆ และคอนที่ฮ่องกง ชอบเพราะถ่ายรูปได้ แฮ่ๆๆๆๆ

ไม่ทันถึงปี แต่บล็อกกูจะดองเกือบปี วันที่ 7-8-13-14-15 มีนา 2015 EXO นางก็ออกคอนเสิร์ตใหม่อีกแล้วค่ะ คุณผู้โชม ถามว่ากูต้องเอาเงินจากไหนมาซัพมันหมดคะเนี่ย ติดตามชีวิตติ่งต่อไปใน episode หน้าค่ะ EXO PLANET#2 จะรอดูว่านางจะมีเพลงใหม่มั้ย คัมแบ็คก็ไม่มี หรือจะหากินกับของเก่าค่ะคุณ จริงๆ คอนพวกนางดูอินเตอร์มากนะคะ สำหรับปีที่แล้ว เพราะมีโปรดิวเซอร์มาจากเมืองนอกมาคุมการแสดงโชว์เลย แต่เด็กๆ ยังดูเกร็งและติดสคริปท์ค่ะ ไม่กล้าออกนอกบท ไม่เหมือนคอนของเอสเจ หรือทงบัง แต่รอบหลังๆ น้องก็พัฒนาขึ้น ไม่ร้องลิปซิ้งค์เยอะ โดยเฉพาะช่วงออกรายการท้ายปี แต่ในคอน 2014 ยอมรับเลยว่าซิ้งเยอะมาก จนเพลีย เรื่องเต้นเราไม่ห่วง ค่าย SM คือทำดีมากอยู่แล้วในเรื่องโชว์) แต่อยากฟังโชว์สดๆ ของน้องนะคะ น้องมีความสามารถ อยากให้ฝึกและแสดงออกมาให้ดูมากกว่านี้

บรัย

รีวิวที่พักแบบต่างๆ ในเกาหลี และรีวิวที่พักที่ใช้ Airbnb

มีเพื่อนเดี๊ยนมาถามเยอะมาก เวลาไปเกา (เกาหลีน่ะนะ) ว่าจะพักย่านไหน พักที่ไหน จองยังไง
เอางี้ตอนนี้หลังจากหลุดพ้นมาจากเพื่อนจินที่ชื่นชอบมยองดงมากเป็นชีวิตจิตใจ เดี๊ยนก็ลองเลือกที่พักและย่านใหม่ๆ ดูบ้าง เลยจัดมาเป็นรีวิว เผื่อหลายคนสนใจ และกำลังจะจองเพื่อไปเที่ยวเกาหลีกันนะคะ (เน้นเกาหลีนะ แต่มีแถมลอนดอนให้อีก 1)


ทำเล
ก่อนอื่นต้องเลือกย่านที่ชอบก่อน เพราะถ้าอยู่ผิดย่าน การเดินทางในทริปและการใช้ชีวิตจะลำบากและเสียเวลาค่ะ
ถ้าไม่เคยไปเลย จะเลือกยังไง เอางี้ โซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้จะมีสองฝั่งใหญ่ๆ แบ่งโดยแม่น้ำฮันค่ะ 

  • ฝั่งด้านบนของแม่น้ำ มีสถานที่พวกเมียงดง(หรือมยองดง ที่คนไทยชอบไปช้อปปิ้งเครื่องสำอาง), ทงแดมุน (ตลาดค้าแฟชั่นปลีกและส่ง), อินซาดง (ถนนวัฒนธรรม), อิแทวอน (ที่เที่ยวกลางคืนและต่างชาติอาศัย), ฮงอิกและอีฮวา (ย่านมหาลัย) เป็นต้น เอาแต่ที่เด่นๆ ที่คนไทยน่าจะรู้จักมานะคะ
  • ฝั่งล่าง จะเป็นฝั่งที่ดูไฮโซกว่า (ตามความคิดเราเองนะ) คือ ส่วนใหญ่เป็นออฟฟิศ บริษัทห้างร้าน จะมีย่านคังนัม (โอปป้ากังนัมสไตล์ ก็ดูดีมีระดับ คนทำงานหรือคนรวยๆ ก็อาศัย), อัปกูจอง (เป็น subset ของคังนัมอีกที เป็นย่านของร้านค้าและห้างหรู), กาโรซูกิล (ถนนที่มีต้นแปะก้วยและร้านคูลๆ ชิคๆ คนสวยๆ หล่อๆ ชอบเดิน), Coex, สวนสนุก Lotte, โอลิมปิคพาร์ค (ที่ชอบจัดคอนเสิร์ต)

ถ้าชอบช้อปปิ้งพวกเสื้อผ้าหรือเครื่องสำอาง แนะนำให้พักฝั่งบนค่ะ รถไฟฟ้าปิดดึกกว่า และค่าเดินทางไม่เยอะ เพราะย่านช้อปปิ้งก็อยู่ใกล้ๆ กันหมด ถ้าพักทงแดมุน เดินลงมาก็จะเจอคนแก่ๆ ถุยน้ำลายใส่บ้างไรบ้าง และคนจีนเยอะค่ะ เนื่องจากเป็นย่านค้าขายโนะ ไม่ค่อยเจริญหู เจริญตาแต่เดินไปช้อปปิ้งได้ตอนตี 2 แฮปปี้มากค่ะ แต่ถ้าชอบใช้ชีวิตกลางคืน เที่ยวคลับ ก็อยู่แถวคังนัม อัปกูจองได้ค่ะ จะมีบาร์ และผับดีๆ แต่มีอายุนิดนึงนะ
ถ้าผับเด็กๆ แนะนำย่านฮงอิกเลยจ้า…ย่านฮงอิกนี่เป็นย่านที่เด็กหนุ่มหน้าตาดี เดินกันให้ว่อนจนอิ่มผู้เกาเลยนะคะ ถ้าชอบย่านที่เดินลงมาก็เจอคนหล่อเลย ก็แนะนำ เอะ จริงๆ ฮงอิกมีดีอีกอย่างนะคะ คือ สามารถนั่งรถไฟจากสถานีใต้ดินไปสนามบินได้เลย ทั้งกิมโป และอินชอน อีกย่านที่มาใหม่ คือ ชินชน (Sinchon) ค่ะ ย่านมหาลัย ถัดจากฮงอิกอีกสถานีเดียว ห้างร้านก็เยอะดี เด็กมหาลัยเดินกันขวักไขว่ค่ะ

ประเภทของที่พัก
เมื่อเลือกย่านได้แล้วก็มาเลือกแบบที่พักที่ชอบกันค่ะ จะมีทั้งแบบดอร์ม (Dorm) แยกเพศหรือผสม, Hostel, Guesthouse และ โรงแรม
1. ดอร์ม (หอ)
คือห้องที่จะมีเตียงสองชั้น (Bunk bed) ไรงี้เหมือนหอพักน่ะค่ะ หลายคนกลัวเรื่องความเป็นส่วนตัว หรือห้องน้ำห้องท่า หรือแบบไม่สะอาด นอนไม่สบายงี้ แต่ถ้าไปคนเดียวหรือกับเพื่อนแค่ 2-3 คน ก็นอนดอร์มก็ได้นะคะ ยิ่งเยอะเรายิ่งครองห้องค่ะ บางที่ดอร์มมีห้องน้ำในตัวด้วยค่ะ (ให้ดูคำว่า ensuite ค่ะ แปลว่าห้องน้ำในตัว) ลองเลือกดูนะ ส่วนตัวถ้าไปคนเดียว พักดอร์มนี่จะประหยัดเงินมากค่ะ เคยพักที่ Bong House ย่าน Hyehwa คืนละ 500 บาทไทย! (รีวิวด้านล่าง) ราคาดอร์มรวมก็จะประมาณ 600-800 บาท ราคาดอร์มหญิงล้วนก็คืนละ 700-900 บาทไม่เกินนี้ ขึ้นอยู่กับย่านและสภาพดอร์ม แต่ที่พักที่กำลังจะไปรอบมีนา 2015 นี่อยู่นอก city center นะ แต่ตกคนละ 1200 บาทต่อคนต่อคืน เอาอะไรมาแพง (โอเค เราไม่บ่น) เดี๋ยวมาแปะรีวิวเพิ่มหลังจากกลับมานะ
ส่วนการใช้ห้องน้ำรวม บางที่คือเจอแต่คนต่างชาติ (ชาติตะวันตก) ซึ่งค่อนข้างคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในดอร์มและค่อนข้างรักษาความสะอาด แล้วดอร์มอ่ะค่ะจะให้ความรู้สึกเหมือนบ้านหรือมหาลัยด้วย เพราะจะมีแอดมินประจำคอยช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำด้านต่างๆ ดีไม่ดีก็พากันไปแดกเหล้าด้วยกันค่ะ

2. Hostel 
คือตามรากศัพท์มันคือบ้านที่มี Host หรือเจ้าบ้านดูแลนะคะ Hostel ก็อาจจะรวมห้องแบบ Dorm ไปด้วยหรือมีห้องส่วนตัว ศัพท์ของเกาหลีก็มีแบ่งประเภทของ Hostel เหล่านี้เหมือนกันนะ คือ โกชีวอน (고시원) กับฮาซุกจิบ-하숙집 (Homestay) ดูความแตกต่างได้จากลิงค์นี้ โกชีวอนเหมาะสำหรับคนที่มาอยู่เป็นระยะเวลานานหน่อยค่ะ เช่น เดือนนึงขึ้นไป คำว่า โกชี แปลว่า สอบ ก็คือที่มาของที่พักแบบนี้คือ เป็นที่พักที่เอาไว้สำหรับนักเรียนที่มารอสอบหรือรอเข้าเรียนมหาลัย จะอาศัยเป็นเดือนๆ ราคา 200,000-400,000 วอนต่อเดือน แต่ที่จะเล็กมากนะคะ มีห้องน้ำ ทีวีส่วนตัวค่ะ มีห้องอาหารส่วนกลางให้กินมาม่า ขนมปังตอนเช้า ดูเพิ่มได้ที่นี่

ส่วนที่พักแบบฮาซุกจิบ จะเป็นสไตล์โบราณเหมือนในซีรีส์เรื่อง Reply 1994 น่ะค่ะ คือเป็นบ้านพักที่ให้นักเรียนอาศัยอยู่ แต่อาจุมม่าประจำบ้านจะดูแลเหมือนลูก มีข้าวให้ทั้งเช้าและเย็น มีการเรียกมากินข้าวไรงี้ ว้ายยยย ใครอยากสัมผัสชีริตเกาหลีอย่างแท้จริง ลองฝึกภาษาเกาหลี ราคาประมาณ 270,000-300,000 วอน ก็ลองพักแบบนี้ดูนะคะ มีคนรีวิวไว้เยอะเลย คลิกอ่านต่อที่ลิงค์นี้ พอพูดถึงเรื่อง Reply 1994 กระทู้นี้เค้ามีเกร็ดมาเล่าเยอะดี ตามไปอ่านพลัน

ห้องของโกชีวอนจะเล็กกว่าฮาซุกจิบเล็กน้อยค่ะ แต่รูหนูพอกัน เพื่อนมาเยี่ยมไม่ได้นะ เข้าห้องได้คนเดียว 55555
คนที่สนใจอยากพักแบบฮาซุกจิบ หรือโกชีวอน ค้นหาบ้านที่ชอบได้เลยที่เว็บ http://www.habang.co.kr/ นะจ๊ะ

3. เกสเฮ้าส์ (Guest house)
ที่เกาหลีจะมีที่พักที่ดีกว่าดอร์มและ Hostel แต่ยังไม่ถึงระดับโรงแรมค่ะ คือ เกสเฮ้าส์ค่ะ เกสเฮ้าส์บางส่วนจะเป็นส่วนหนึ่งของตึกสูง หรือเอาตึกแถวธรรมดามาดัดแปลงซอยห้องค่ะ ห้องก็ค่อนข้างเล็กแต่ก็ใหญ่กว่ามาตรฐานฮ่องกงนะคะ ใหญ่กว่าโกชีวอนและฮาซุกจิบ แต่ไม่ใหญ่เท่าโรงแรม งงมะ คือแบบเปิดกระเป๋าเดินทางไซส์ 28 นิ้วมาก็เต็มห้องเลยประมาณนั้น คนไทยนิยมพักแบบนี้มาก เพราะราคาไม่แพงเกินไป ทำเลโอเค ราคาจะประมาณ 900-1500 ต่อคนต่อคืนค่ะ แพงกว่านี้ ขอแนะนำให้นอนโรงแรมนะคะ มันแพงไป บางที่คือลักษณะเป็นเกสเฮ้าส์แต่ชื่อว่า Hotel ก็มีค่ะ

4. โรงแรม
คำว่าโรงแรมในโซล ก็คือส่วนใหญ่เป็นเชนโรงแรมที่คุ้นกัน เช่น ibis, renaissance, shilla, Grand Hyatt, Ramada และโรงแรมขนาดย่อยอีกมากมาย ส่วนใหญ่จะขนาด 3 ดาวอัพ พออัพเกรดให้นอนโรงแรมความคาดหวังคือห้องกว้าง ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำชิมิคะ ก็แล้วแต่อีกค่ะ บางโรงแรมเป็นบูทีคโฮเตลด้วย สวยและรวยมากค่ะ เช่น Snow Hotel ที่คังนัมค่ะ บางที่ต้องซื้ออาหารเช้าเพิ่มนะคะ ไม่ได้อยู่ในแพคเกจ ส่วนตัวเคยนอนเรเนซองส์ค่ะ กลางใจเมืองเลย เดี๋ยวเพื่อนจะไปพัก ibis gangnam เดี๋ยวจะฝากรีวิวให้นะคะ ส่วน ibis เมียงดง มีคุณยุ่งชะมัดฯ รีวิวแล้วในทู้นี้ ทำเลดีมากค่ะ มีอีกโรงแรมกลางเมียงดง คือ Savoy กลางกว่านี้ก็อีทูดี้เมียงดงแล้วค่ะ ถ้าชอบย่านเมียงดงมีอีกหลายโรงแรมนะคะ เช่น Metro Hotel, Seoul Royal Hotel เป็นต้น


ช่องทางการจอง
เอาล่ะถ้าเลือกแบบที่ชอบได้แล้วก็หาที่พักได้เลยค่ะ ถ้าชอบแบบที่ 1-3 แนะนำเว็บ booking.com ค่ะ ซึ่งจะดีกว่า agoda เล็กน้อยตรงที่ cancel ไม่เสียตังค์ ไม่เหมือน agoda หรือ expedia แต่ทางเจ้าของโรงแรมก็โอดครวญมา ว่าไม่อยากรับแขกจาก booking.com เลย มันชอบจองที่พักแล้วไม่มาจริง เสียโอกาสทำมาหากินหมด
ถ้าชอบแบบ Hostel ไปเลย นอนดอร์มก็ลองเข้า Hostelbookers.com หรือ Hostelworld ก็ได้ค่ะ หรือจะลองหาเยอะๆ แล้วเข้าเว็บทางการของแต่ละโฮสเตลก็ได้ เช่น kimcheeguesthouse.com, Theja.co.kr แต่ถ้าชอบแบบโรงแรมก็ลองเทียบราคาดูหลายๆ เจ้า บวก fee แล้ว บวกโน่นนี่นั่นแล้วรับได้มั้ย มีส่วนลดไรมั้ย ตามปกตินะคะ

ที่จะแนะนำอีกแบบที่กำลังมาแรงในหมู่คนชอบเที่ยวคือ airbnb ค่ะ วิธีการสมัครก็ง่ายมาก ใช้ Log in Facebook ของคุณสมัครได้เลยที่เว็บ airbnb.com แล้วในการใช้งานครั้งแรกจะมีส่วนลด หรือให้เพื่อนที่เคยสมัครแล้วส่ง invitation ให้ก็ได้ ซึ่งตอนนี้มีโปรโมชั่นอยู่คือ ทั้งคนเชิญและคุณถูกเชิญจะได้รับส่วนลด 816 บาทไทย ในการใช้งานครั้งแรก และถ้าเพื่อนได้ใช้งาน airbnb ก็จะได้เครดิตเงินคืนมาเป็นส่วนลดครั้งต่อไป เรียกว่าเป็นแชร์ลูกโซ่นั่นเองค่ะ
ส่วนตัวเคยใช้บริการตอนทริปเกาช่วงตุลาปีที่แล้วค่ะ คืออยากกระแดะพักแถวกังนัมบ้างค่ะ อยากลองดูความไฮโซบ้าง เลยเลือกแบบ Duplex apartment สำหรับ 4 คนไป ซึ่งใกล้ทางออกสถานีรถใต้ดินแค่ 1-2 นาทีเท่านั้นค่ะ เจ้าของจะมาเจอเราแค่วันแรก อาจจะมีทักทายเล็กน้อย ถ้าเราคุ้นเคยกับสถานที่แล้วก็จะไม่พูดไรมากมาย ส่วนใหญ่จะ nice นะคะ ถ้าสงสัย หรืออยากให้แนะนำที่เที่ยว Host เหล่านี้ก็สามารถบอกได้ค่ะ ส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษได้ด้วย
วิธีการติดต่อเจ้าของที่พัก ทางเว็บจะมีระบบข้อความให้ได้ซักถาม และมีอัตราการตอบกลับให้ด้วยว่าเจ้าของที่พักตอบกลับเร็วมากน้อยแค่ไหน เพื่อความมั่นใจและตัดสินใจเร็วขึ้นค่ะ
การเลือกที่พัก แนะนำนิดนึง คือการที่เจ้าของที่พักเปิดให้บริการ ก็หมายถึงเค้ามีห้องว่างตกแต่งพร้อม แต่ไม่มีคนอยู่มาให้เราเช่าชั่วคราว บางห้องก็อาจจะอยู่รวมกับคนอื่นๆ บางห้องคืออพาร์ทเมนท์ห้องแยกในตึกนั้น ซึ่งผู้เช่าคนอื่นเค้าก็เป็นส่วนตัวกัน ดังนั้นการเปิดเผยเลขที่บ้าน หรือที่อยู่ในเว็บ จึงไม่สามารถค่ะเพราะ Airbnb เคยโดนแคมเปญต่อต้านจากผู้เช่าใน New york มาแล้ว เรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้เช่ารายอื่นๆ จึงเป็นเหตุให้เราต้องตกลงจ่ายเงินก่อน เจ้าของห้องจึงจะส่งรายละเอียดและวิธีการไปที่พักมาให้ บางเจ้าคือไปรับที่สนามบินเลยจ้า หรือมีไข่ไวไฟให้ใช้ฟรี หรือมีโน่นนี่นั่น ดึงดูดคนเช่า ขึ้นอยู่กับการดีลค่ะ บางที่คืออาศัยร่วมกับเจ้าของ บางที่คือเจ้าของอยู่อีกที่เลย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรานะคะ ยังไม่เคยพักแบบมีเจ้าของอยู่ด้วยค่ะ


Airbnb
เรามารีวิวห้องที่พักที่คังนัมให้เล็กน้อยนะคะ ทำเลดีงาม facility ครบ อันได้แก่ เครื่องดูดฝุ่น เครื่องซักผ้า ที่ปิ้งขนมปัง ไมโครเวฟ ห้องน้ำและ amenity เช่น แชมพู ครีมอาบน้ำ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ทิชชู ทีวีและเคเบิล แอร์คอนฯ พัดลมเผื่อร้อน หมอนผ้าห่ม ร่ม คือ เหมือนบ้านหลังหนึ่งเลยอ่ะค่ะ คือรู้สึกเหมือนบ้านและเป็นส่วนตัว ไม่มีโฮสต์มาเผือกมาคุยเจ๊าะแจ๊ะด้วยค่ะ คือดีจ์ คือไม่ชอบสร้างมิตรไง สร้างแต่ศัตรู 5555

แต่ข้อสังเกตในการจอง airbnb เวลาเปรียบเทียบ นอกจากทำเล ราคา และรีวิวจากผู้ใช้บริการแล้ว ยังมีค่าทำความสะอาดด้วย ซึ่งจะแตกต่างกัน แต่บวกกันแล้วแพงกว่ากัน ต้องดูดีๆ และจะมีค่าธรรมเนียมของ airbnb เองด้วยค่ะ อยากให้เลือกจากทำเล, ราคาและความช่วยเหลือของเจ้าของที่พักในการตอบคำถามที่เราสงสัยนะคะ ตอนขามาพอดีเรานั่งแท็กซี่ป้ายดำจากแอร์พอร์ตมาค่ะ เจอทั้งค่าทางด่วน ทั้งค่ารถติด แพงเลยเชียว ดีที่มีสปอนเซอร์ค่ะ ซื้อความสบายนะคะ ขากลับก็สบายค่ะ หน้าตึกที่พักมี airport bus เลย มาทุก 15 นาที ฟิ้ววววว ค่ารถ 12,000 วอนต่อคนค่ะ ตอนนี้ที่พักนี้ เราหาไม่เจอแล้วนะคะ แต่เจอที่พักใกล้ๆ แทน ที่ๆ เคยพักอยู่ Gangnam Station exit 12 นะคะ
Airbnb-Gangnam1
ภาพภายในห้องถ่ายจากชั้นสองค่ะ

แถมรีวิวเกสเฮ้าส์ไปด้วยเลยแล้วกันค่ะ อีก 2 ที่ ที่แรกเราไปตอน พ.ค. 2014 นะคะ ชื่อ Hi5 Hostel อยู่สถานีจงกัก (Jonggak station) exit 7 เดินมา 100 เมตร ในตรอก ถึงเลยค่ะ ไม่มีลิฟท์ มี 4 ชั้น มีอาหารเช้าแบบหากินเองให้ชั้นใต้ดินค่ะ ห้องน้ำส่วนตัว แต่ค่อนข้างเล็กนะคะ ไม่มีเตียงแต่เป็นฟูกค่ะ ราคาประมาณคนละ 1000 บาทค่ะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินอินซาดง, ทงแดมุน เพราะติดรถไฟฟ้าใต้ดินสีน้ำเงินเข้ม สาย 1 ดูรูปห้องเพิ่มที่ http://hi5hostel.byus.net/
ส่วนอยากจองที่นี่ คลิกเลยจ้า เจ้าของใจดี (ตาบงจาก Bong House นั่นเอง) พูดอังกฤษได้ดี แต่ไม่รู้ได้ส่วนลดมั้ยนะคะ คิคิคิ

Hi5

เกสเฮ้าส์ที่ 2 ที่ไปคือเปิดใหม่ช่วงนั้นพอดีค่ะ เราไปตอน ก.ค. 2014 พักที่โรงแรม (เกสเฮ้าส์) ชื่อ Hotel Gaon ทงแดมุนค่ะ อยู่ซอยเดียวกับเกสเฮ้าส์ที่ชื่อ Hotel Tong ค่ะ อันนี้เดาเอานะ ว่าเจ้าของเดียวกัน เพราะมันสไตล์คล้ายกันมาก คาดว่า (อีก) ว่าเจ้าของเป็นคนจีนเพราะขนาดรีเซปชั่นก็ไม่พูดเกา ไม่พูดอิ๊ง แต่พูดจีน วอตดาฟัค…. โรงแรมไม่มีลิฟท์อีกเช่นเคย แต่มีเตียง ที่นอนนุ่มมาก หมอนนุ่มมาก แต่ที่ว่างในห้องขนาด 3 คน คือกางกระเป๋า 28 นิ้วแทบไม่พอนะคะ กางได้ทีละ 1-2 อัน แล้วต้องผลัดกัน ห้องน้ำกว้างนะคะ มี amenity พร้อม และมีไดร์เป่าผม แต่ไม่มีอาหารเช้าให้นะคะ มีแต่กาแฟซองและน้ำเปล่ากดฟรี
อ่อ ที่เกาหลี เกสเฮ้าส์ส่วนใหญ่มีน้ำให้กดฟรีนะคะ (ตามห้างร้านก็กดฟรีเช่นกัน) โรงแรมนี้เดินลัดไปทงแดมุนขายส่งใกล้มากค่ะ ในซอยทางเดินอาจจะดูเปลี่ยวแต่ไม่มีอาชญากรรมนะคะ แต่รอบๆ โรงแรมอาจจะไม่ค่อยมีหนุ่มหน้าตาดีให้กินเท่าไหร่ค่ะ มีแต่คุณตาคุณยายแก่ๆ เดิน ฮือออออ สงสาร ตอนมา airport bus จะจอดซอยใกล้ๆ รร.ค่ะ ลากกระเป๋ามา 2 ซอย แต่ตอนกลับ ต้องขึ้น airport bus ตรงเกาะกลางถนนค่ะ คือจริงๆ โรงแรมก็ดีค่ะ ทำเลก็ดี แต่พอดีเกลียดแอดมิน ถ้าใครอยากใช้ชีวิตกับคนจีน ก็เชิญจองได้ค่ะ ลิงค์นี้
Hotel gaon

photo 3  photo 2  photo 1

และสำหรับทริปกระยาจก ไปคนเดียวหรือสองคนแบบไม่ซีเรียสมาก นอนไม่กี่ชั่วโมง ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ แนะนำ Bong House ค่ะ เจ้าของเดียวกับ Hi5 จะรีวิวแบบดอร์มนะคะ เราเป็นดอร์มรวมเพศ ไมใช่ร่วมเพศนะคะ! จะเจอรูมเมทหลากหลายชาติ ส่วนใหญ่จะผู้ชายยุโรป หุ่นดี แต่ไม่ค่อยอาบน้ำ เอ๊ะ กูรู้ได้ไง ส่วนมากจะอยู่ระยะยาวเพื่อรอเรียนต่อมหาลัยค่ะ หรือพวกแบ็คแพ็คมาค้นหาชีวิตก่อนเรียนมหาลัย โชคดีเจอคนมีมารยาทก็ดีค่ะ โชคไม่ดีเจอคนนอนกรน หรือนิสัยน่ารำคาญก็ซวยไป (ยังดีไม่ค่อยเจอ) ราคาต่อคืนประมาณ 600 บาทไทยเท่านั้นค่ะ ห้องน้ำรวม มีขนมปังทาแยมให้ตอนเช้า เก็บตอน 11 โมง ที่จำได้เพราะคนดูแลเก็บขนมปังไปซ่อน วันนั้นตื่นสาย หิวโซมากค่ะ เจ็บ รูปในห้องไม่แย่นะคะ แต่ไม่ได้ถ่ายมา เพราะจะมีหน้ารูมเมทด้วย ติดมาจะดูไม่ดีค่ะ ห้องมันรุงรังด้วยค่ะ เราของเยอะแขวนโน่นนี่นั่นเยอะไปหมด แต่สะอาดนะ ของไม่เคยหาย และไม่มีอาชญากรรมใดๆ ค่ะ ถ้าโอกาสดีและเป็นคนเฟรนด์ลี่พอ จะมีเพื่อนไปกินเหล้าด้วยทุกคืนค่ะ แต่พอดีเป็นติ่งไม่สนใจ 5555
photo 2 photo 1

แถมให้สำหรับทริปลอนดอนค่ะ ไปแค่สองวันแถมจนด้วย เลยเลือกพัก Hostel เช่นกัน น้องบอกว่าถ้าชอบช้อปปิ้งในเมืองหน่อย ให้เลือกแถวๆ สถานี Victoria เพราะเป็นสถานีที่เชื่อมต่อกับสนามบินได้เลย ซึ่งเราเลือกสถานี tube (พูดแบบคนอังกิด) ชื่อ Pimlico ที่ถัดมาจาก Victoria 1 สถานี ชื่อ Travel Joy hostel ค่ะ รีวิวในเว็บดีงามมาก ทั้งสตาฟและมีอาหารเช้าให้ด้วยในราคาถูกมากๆ คืนละ 35 ปอนด์เองค่ะ แต่ก็นะ ห้องน้ำรวม ต้องทำใจ เราเลือกดอร์มแบบ 8 เตียง พื้นที่ตรงกลางน้อยกว่าของ Bong House ที่เกาหลีนะคะ กางกระเป๋าแล้วแทบไม่มีที่เลย แต่อาหารเช้าคือออมเลตทำสด ขนมปัง น้ำผลไม้ ผลไม้สด กาแฟ ดีงามจริงๆ ค่ะ แล้วถ้าหิวมาตอนกลางคืน ข้างล่างเป็นผับสั่งอาหารได้ โดยเฉพาะมีอาหารไทยจากแม่ครัวไทย เดี๋ยวมารีวิวทั้งทริปลอนดอนอีกที ตอนกูว่างนะคะ อันนี้เน้นที่พักเนาะ

photo 1

photo 2
ผับด้านล่างค่ะ

เอาล่ะค่ะ วันนี้เป็นอันจบค่ะ เลือกได้ตามอัธยาศัย อยากปรึกก็มาปรึกได้ค่ะ สัสดี

รีวิว สอบ TOPIK แบบใหม่

อันยอง…. เอิ่ม กระแดะมาก คือแบบ เล่าก่อนว่าเรียนภาษาเกาหลีมาได้ระยะนึงแล้ว ทุกวันอาทิตย์ วีคละ 3 ชั่วโมงค่ะ เป็นเด็กหลังห้องที่ไม่ค่อยเก่ง ตอนสอบเลื่อนชั้นก็งูๆ ปลาๆ แต่ว่าอาจารย์ใจดี อีนี่ไม่ได้โง่ขนาดนั้น ก็ผ่านมาได้จนถึงหนังสือเล่ม 4 แล้วค่ะ สิริรวมเวลาเรียนก็เกือบ 2 ปีเลยทีเดียวนะคะ
เกริ่นมาก็คือ มันจะมีสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาเกาหลี หรือเรียกว่า TOPIK (Test of proficiency in Korean) น่ะค่ะ จริงๆ จุดประสงค์ที่สำคัญของการสอบก็คล้ายกับ TOEFL,IELTS,TOEIC นะคะ คือเอาไว้วัดระดับความรู้ของภาษาเพื่อใช้ในการสมัครเรียน หรือทำงานค่ะ (แต่ของเกาหลีมีสอบสำหรับทำงานโดยเฉพาะชื่อ EPS อีกนะคะ) ทีนี้เราก็พวกร้อนวิชาน่ะค่ะ อยากลองของ ก็เลยสมัครไปดู ตอนแรกก็ว่าจะเล่นๆ แต่รุ่นพี่ที่จะสอบด้วยไม่ค่อยเล่น ก็เลยเริ่มฟิตบ้าง

วิธีการสมัคร จะสมัครช่วงกลางเดือนสิงหาคมนะคะ ส่งเป็นไปรษณีย์หรือสมัครด้วยตัวเองที่รร.นานาชาติเกาหลี แถวหนองจอกค่ะ เราเองส่งใบสมัครไปกับรร.โคซันค่ะ ไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่เสียค่าสมัคร ระดับต้น (TOPIK 1) 700 ระดับสูง (TOPIK 2) 700 บาทค่ะ ต้องมีรูปถ่ายติดบัตรด้วยนะคะ ระดับละ 2 ใบแล้วก็สำเนาบัตรประชาชน
การกรอกใบสมัครก็มีจุดต้องระวังเช่นกันค่ะ เพราะต้องเขียนนามสกุลก่อน แล้วสะกดเป็นภาษาเกาหลีด้วย

วันสอบ จะเป็นช่วงเดือนตุลาคมของทุกปีค่ะ สำหรับสนามสอบต่างประเทศ จะมีรอบเดียว แต่ถ้าสอบที่เกาหลี จะมี 4 รอบต่อปี ปีนี้ของไทย มีวันที่ 12 ตุลาคมค่ะ
กึบ = Level (มี 6 กึบค่ะ ต่ำสุดคือ กึบ 1 สูงสุดคือ กึบ 6)
TOPIK 1 คือ กึบ 1-2 (สอบได้สูงสุดคือ กึบ 2) มีสอบฟังกับอ่าน
TOPIK 2 คือ กึบ 3-6 (คือรวบตึง กึบ 3-4 กับ 5-6 มาเลยทีเดียว) มีฟัง อ่าน เขียน
TOPIK-Kosan
เตรียมตัวก่อนสอบ
สามารถดาวน์โหลดข้อสอบเก่ามาซ้อมทำได้จากเว็บนี้ ทั้งเทปเสียงด้วยค่ะ http://www.topikguide.com (ข้อสอบย้อนหลังอยู่ที่ http://www.topikguide.com/previous-papers)
หรือจะดาวน์โหลดแอพมาไว้เล่นในมือถือก็ได้ จะได้ไม่ต้องปรินท์ลงกระดาษให้เปลือง แถมยังอยากหาคำแปลคำไหนก็แค่จิ้มค้างไว้เท่านั้นเอง ชื่อแอพ TOPIK ONE (beginner) กับ TOPIK ONE (intermediate) และ TOPIK ONE (advance) หน้าตาแบบนี้

IMG_2304.PNG

วันสอบ ต้องไปรับบัตรประจำตัวก่อนเวลาสอบจริงนะคะ เพราะนั้นเราเลยไปถึงแต่ไก่โห่ เพราะเส้นทางค่อนข้างซับซ้อนและไกลมากกกกกกกกกกก นี่ขนาดบ้านเราอยู่บางกะปินะ
แล้วโรงเรียนคือ อยู่ในทุ่งนาซับซ้อนมาก อีกนิดนึงคือฉะเชิงเทราละ คุณพระ ดังนั้นหลายๆ คนจึงมักรวมตัวกันมาสอบ เช่ารถตู้มาค่ะ แต่ทางโรงเรียนมีรถตู้รับส่งจากตลาดมีนบุรีให้ตอน 8.00 น. นะคะ
ตอนเข้าห้องสอบก็ต้องเข้าก่อนเวลา เพื่ออธิบายวิธีการสอบ ซองที่แจกให้คือเอาไว้ใส่มือถือนะคะ ต้องเขียนเลขที่สอบไว้หน้าซอง คือ จริงๆ ตอนแรกไม่รู้ 5555 เห็นคนอื่นทำเลยทำตาม ส่วนกระเป๋าเอาไว้หน้าห้อง
การกาข้อสอบจะต้องใช้ปากกาที่แจกให้เท่านั้น มีสองด้าน หัวเล็กไว้เขียนชื่อ หัวใหญ่ไว้ระบายช้อยส์ (ใช้ดี๊ดี เลยเอามาใช้งานต่อ)

Monami pen
สำหรับ TOPIK II มีส่วนของการเขียนด้วย แนะนำให้พกดินสอและยางลบไปด้วยค่ะ
วิธีการลบหากกาผิด สามารถยกมือให้ผู้คุมสอบมาลบให้ได้ แต่ถ้าไม่อยากเสียเวลา ให้เอาที่ลบคำผิดแบบเทปไปค่ะ ห้ามใช้แบบลิควิดเด็ดขาด

TOPIK I มีการสอบแค่ 2 ส่วนค่ะ คือฟังและอ่าน ช่วงแรกจะฟังก่อน ซึ่งจะพูดค่อนข้างช้าและย้ำสองรอบ ก็เหมาะสำหรับขั้นต้นดีค่ะ ส่วนอ่านพูดเลยว่านี่ชะล่าใจ คิดว่าอีกชั่วโมงนึง ชิวๆ ที่ไหนได้ ไปๆมาๆ ทำแทบไม่ทันค่ะ กามั่ว (เพราะจริงๆ ก็ไม่รู้ตอบไรดีอ่ะนะ)
พอสอบเสร็จก็จะพักกลางวันค่ะ ถ้าใครอยากแอดแวนซ์ก็รอสอบ TOPIK IIได้เลย แนะนำว่าควรเตรียมเสบียงอาหารมาจากบ้านนะคะ เพราะหน้าโรงเรียน มีแค่ซุ้มของชาวบ้านแถวนั้นมาขายค่ะ อาจจะคนเยอะ บางกลุ่มคือมาเป็นหมู่คณะ เช่น จากมหาลัยหรือบริษัท ก็ชิวดีค่ะ มีฝ่ายเสบียงเตรียมอาหารให้เรียบร้อย
เริ่มสอบ TOPIK II กันค่ะ พูดเลยว่าหนังท้องตึง(ไม่มาก) แต่หนังตาและสมองหย่อนไปแล้ว พูดเลยว่าช็อค เพราะคิดว่าไม่น่าจะยากขนาดนี้ แต่มันยากมากกกกกกกกกกกก เพราะรวมเลเวลทั้ง 4 เข้าด้วยกัน ไม่มีความง่ายตรงกลางค่ะ ข้อสอบฟังคือพูดเร็ว เสียงอู้อี้แก่ๆ เหมือนอาจอชี่เจ้านายแก่ๆ พูดในลำคอน่ะค่ะ แล้วแบบพูดเร็วมาก รอบเดียว ช็อค! ตั้งตัวไม่ทัน คือ ต้องรู้ศัพท์เยอะมากนะคะ ก่อนจะมาสอบเลเวลนี้ได้ แล้วคือข้อสอบอ่านคือ บทความยาวเกือบเต็มหน้า ถามมา 2 ข้อ แล้วช้อยส์คือ ยาวอีก จะซับซ้อนไปไหน คือง่อยแดกค่ะ นั่งกาให้หมดทุกข้อ แล้วเขียนคือเป็นหัวข้อนะคะ แล้วมีสองข้อ ข้อนึง 200-300 ตัวอักษร อีกหัวข้อคือ 600 ตัวอัพ คือ จะเอาไรไปเขียนคะ ไหนจะเวลาอันน้อยนิด เพลียจ์ค่ะ บวกกับอาหารกลางวันน้อยเกินไป ทำให้หิวจนตาลาย มือสั่นตอนออกจากห้องสอบเลยค่ะ โกรธก็โกรธ ทำไมกูต้องมาทำตัวเองให้ลำบากด้วยวะ ทำก็ไม่ได้ แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์นะคะ สำหรับการสอบวัดระดับทางภาษาที่จะได้ทดสอบความรู้ตัวเองไปในตัว ทำให้เราขยันท่องศัพท์มากขึ้น
ตอนไปสอบ เราดูข้อมูลจากบล็อกนี้นะคะ ค่อนข้างละเอียดทีเดียวค่ะ คุณคุกกี้รูปปลา คนนี้ได้ทุนเรียนต่อเกาหลีด้วยค่ะ เก่งมากๆ

ส่วนบล็อกเรา เป็นแนวเล่าประสบการณ์เนาะ ไร้สาระ มีไร ถามได้ในเพจนะคะ Facebook.com/POMPOKOBLOG ค่ะ

บล็อกหน้า ยังมีทริปติ่งเกาหลี (คอนเสิร์ต 6 รอบของเรา), ทริปเนเธอร์แลนด์, ทริปเกาหลีหน้าร้อนจั๊กเปียกเที่ยวแต่ทงแดมุน และทริปเกาหลีตอนใบไม้เปลี่ยนสี และอยากมีบล็อกประสบการณ์ติ่งระดับ intermediate ของเรา โอ๊ย เยอะมาก เอาเวลาไหนเขียน ประเด็นคือมึงดองบล็อกได้เปรี้ยวมากละนะ เสียดาย อยากแชร์นะคะ แต่เวลาทำบล็อกมันต้องใช้เวลา

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง Day6-7: เก็บตก รวบตึง

ม่รู้จะเขียนไรดี หลังจากฟินไปในวันที่ 5 ของทริปแล้ว ที่เหลือคือโบนัส เอิ่ม 5555

ช่วงนั้นกำลังเข้าสู่ต้นเดือนเมษาค่ะ แต่อากาศก็ยังเย็นบ้าง อุ่นๆ บ้าง วันต่อมา เราเลยไปดูดอกบ๊วยบานที่ยออึยโด (Yeouido) ออกเสียงยากเลย ออกเป็นยออีโดละกันนะ
เราไปไม่ทันกับกรุ๊ปพี่เปรียวค่ะ แถมหลงด้วย อนาถแท้ เวลาลงสถานียออิโดมันมีหลายอัน บางอันก็ไปสถานีโทรทัศน์ KBS บ้างไรบ้าง
สรุปคือ วันนั้นเสือกเป็นวันที่มรสุมเข้าหรืออะไรซักอย่างเนี่ย ลมแรงมาก หนาวมาก ขนาดชะนีเกายังบ่น(อ้อนผัว) เลยว่า หน๊าวหนาวอะตัว
วันนั้นคือ จะลองไปดูดอกบ๊วยในเมืองซิ ว่าจะสวยเท่าจินเฮมั้ย ปรากฎ ลมแรงมาก ดอกปลิวค่ะ ฝุ่นเข้าตา สรุปคือ Horrible มาก ใช้คำนี้ละกัน
หน้าเน่อ ผมกระเซิง เปียกไปหมดค่ะ หมดสภาพ ว่าจะถ่ายรูปคู่ดอกบ๊วยอีกซักหน่อย แม๊ง….
แถมจะไปซื้อกาแฟ ร้านก็ปิดอีก เออ กูชื่อมิสชัตดาวน์ของจริงละ

Yeouido

sakura

เอาล่ะ เป็นวันเก็บตก เราก็ไปทุกที่ๆ อยากซ้ำอ่ะ แล้วพอตอนเย็นๆ เจ้าของเกสเฮ้าส์ก็นัดให้ไปดูเกสเฮ้าส์ใหม่ที่กำลังจะเปิดที่ จงกัก (Jonggak station) ชื่อว่า Hi5 hostel ค่ะ
คือใกล้กับรถใต้ดินมาก แล้วใหม่มาก (คือตอนไปยังไม่แกะพลาสติกเลยอ่ะนะ) มี 4 ชั้นค่ะ ห้องก็น่ารักดี มีมาม่าให้กิน นางถามว่าอาหารเช้า แทนที่จะเป็นนมกล้วย ให้เป็นน้ำข้าว (กระป๋องเหลืองๆ) นี่ดีมั้ย กับ Choco pie (คนเกาหลีเป็นอะไร ชอบขนมนี้มากเหรอ?) นางก็ให้ลองกินค่ะ เราก็แบบ ยูๆ นี่มันไม่ใช่อาหารเช้าของคนเอเชีย ยูเอามาม่าหรือขนมปังปิ้งแบบเดิมเถอะ
วันนั้นนางก็พาไปกินร้านเหล้าค่ะ สั่งมอกกอลีกับชอนอีกแล้ว เสร็จกู ชะนีแดกกับแกล้ม มีเพื่อนนางอีกสองคนค่ะ เป็นผู้ชายอายุเท่าเรา (ไม่บอกเนาะว่า 30 อัพ) เรานึกว่าเด็กมหาลัยค่ะ!!!
คุณพระ เคยได้ยินมาว่าคนเกาหลีหน้าเด็ก ไม่คิดว่าจะเด็กขนาดนี้ กูอายมาก อยากจะทาลาแมร์กลบหนังหน้าสุดๆ แต่แบบไม่ทันแล้ว ตอนนั้นทาลาแมร์ก็หน้าลอกเป็นขุยเลย ต้องโปะนีเวียตลับฟ้า ราคา 2000 วอน (60 บาท) ประทังผิวไปวันๆ อ่อ เค้าก็มีธรรมเนียมเนาะ ผู้น้อยต้องรินให้คนแก่กว่า ชะนีก็ต้องรินให้ผู้ป่ะ? (กูก็เขินๆ แต่นางก็ดูเป็นมิตรดี ก็ทำก็ได้)
มอกกอลีนี่ใครกินก็เหมือนจะอร่อยนะคะ แต่ดูแต่ละคนที่กิน ดูเมาง่ายจัง ดังนั้น ชะนีอย่าเห็นว่าเป็นเหล้าข้าว หวานๆ มันก็แรงอยู่นะคะ

Chon near Jongkak
ร้านเหล้าที่เจ้าของเกสเฮ้าส์พาไปกิน

พอกินเสร็จก็ต้องรีบบึ่งไปติ่งที่ร้านแม่ของสามีเพื่อนค่ะ คือ Grill 5 taco ร้าน ทงเฮ Super Junior
วิธีการคือ มาลงที่ฝั่งตรงข้าม ห้างแกลเลอเรีย อับกูจอง เดินเข้าซอย หาร้าน KFC เลี้ยวซ้ายเข้าซอย 152 ร้านอยู่ในซอยแยก ที่อยู่ 88-10 ชั้น 1 อาคาร Sambo (서울 강남구 청담동 88-10 삼보빌딩1층) ถ้าใช้รถใต้ดิน สายสีเหลือง Apgujoeng ro-deo station (Credit มาทวงเอานะจ๊ะ ก๊อปมาจากเพื่อนอีกทีค่ะ)

maps2

grill5taco

เจอแม่ทงเฮด้วย คุณแม่น่ารักมาก กูนึกว่าป้าทำความสะอาดร้าน แกขยันมาก ทำงานทุกอย่างในร้าน น้องที่ไปบ่อยๆ นางบอกว่า เนี่ย เวลาสั่งน้ำแล้วอย่าทิ้งแก้วนะ หรือเอาแก้วออกจากร้าน คุณแม่จะค้อน เพราะคุณแม่จะเอาแก้วมารีใช้ใหม่ แต่เปลี่ยนหลอดเอาค่ะ เอิ่ม
อาหารแนะนำคือ ชีสฟราย เอิ่ม ได้ข่าวว่าขายทาโก้ ที่เราชอบจะเป็นไก่ฮาวายมั้งคะ จำไม่ค่อยได้ แต่เราไม่กินเนื้อเลยไม่ได้ลอง หมูเฉยๆ

Me with Donghae omma

ก่อนนั้นเราแวะร้าน Kona Beans ของคุณแม่คยู ซองมิน และอีทึกค่ะ
พิกัด :
13 Apgujeong-ro 42-gil (640-9 Sinsa-dong) Gangnam-gu
มีติ่งไปนั่งเฝ้าคุณแม่คยูเต็มเลยแฮะ คุณแม่คยูนี่คนละลุคกับคุณแม่ด๊องเลยนะคะ ดูคุณนายมาก ดูไฮโซอ่ะ กูกลัว แต่หน้าเหมือนคยูได้อีก ไม่ต้องบอกเลยว่าแม่ใครอ่ะ
วันนั้นเห็นพี่สาวคยูด้วยมั้งคะ แต่เราไม่รู้ว่าคนไหน เราว่าไอดอลที่มีตังค์หน่อย ควรเปิดกิจการให้ครอบครัวดูแลนะ เพราะอย่างน้อยจะมีติ่งที่อยากใกล้ชิดดารา ขอแค่ไปนั่งที่ร้านก็พอใจ มาช่วยอุดหนุนกิจการตลอดอยู่แล้ว แล้วถ้าอร่อยนะ ก็ยิ่งติดตลาดไปเลย โดยไม่ต้องโปรโมทมาก

Konabeans

coffee drinker
รวมกาแฟที่ฉันกิน (แต่ไม่ได้ถ่ายรูปทุกวัน)

food

วันสุดท้ายก็ไม่มีไรค่ะ กลับถึงไทย ด้วยสายการบินเจจูแอร์ที่โกลาหล เพราะเพชรชี่ กระเป๋าขึ้นเครื่องไม่ได้ ต้องโหลดเพิ่มเสียตังค์ ทีนี้ดันพาสปอร์ตติดไปกับพี่อีกคน
หากันทั้งสนามบิน รอบที่แล้ว กูตกเครื่องเจจูนี่แหละค่ะ เลยฝังใจมาก กูจะมาตกอีกรอบไม่ได้แล้วนะ
สุดท้ายก็วิ่งสู้ฟัดที่ตม.ค่ะ Duty free ก็ไม่ต้องทำละ ไม่ทันละ เฮ้อ….. ชีวิต

กลับมาก็ร่างพังนะคะ แต่ก็สนุกดี ไปนานสุดละรอบนี้
แต่ยังค่ะ บอกไว้แล้วว่าดีกรีติ่ง EXO เรายังไม่จบ เหลือคอนเสิร์ตอีก 2 รอบที่เราจะต้องเขียนถึงก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ที่กรุงเทพฯ และทริปเดือนก.ค. ฉลอง 10 ปี การไปเกาหลีครั้งแรกของเราอีก โอย….. ติดตามกันต่อนะคะ

อันนยอง…..

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง Day5: โอปป้า ซารังเฮ!

อุ่ย เกริ่นเอาไว้ขนาดนี้ ก็คงรู้จุดไคลแมกซ์แล้วชิมิคะ วันนี้จริงๆ เป็นวันที่พี่เปรียวจะไปทำธุระแถวอัปกูจองค่ะ
หลังจากที่เราวืดหน้าตึกในคืนแรกของทริปไปแล้ว เราก็เลยคิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ ไปแถวอัปกูจองทั้งที ก็เอาของขวัญที่เตรียมมาไปหน้าตึกซะหน่อยแล้วกันโนะ

day5
เลยออกตัวไปจิบกาแฟเบาๆ แถวอัปกูจองค่ะ แล้วเดินไปอัปกูจองโรดีโอ ถนนที่มีคนหน้าตาดีเดินเยอะมาก (โดยเฉพาะตอนเย็น) ให้อารมณ์ทองหล่อนะ แบบรถสปอร์ตขับกันเยอะ คนรวยนี่รวยจริงๆ พอทำธุระกับพี่เปรียวเสร็จก็กะจะไปกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ตของแกลเลอเรีย เห็นว่าโอเคอยู่ แต่พอไปถึงก็คนเต็ม เลยจะเปลี่ยนไปร้านไก่ทอดซอส 18 อย่างแถวกาโรซูแทน เพราะคิดว่าใกล้ๆ เลยจะนั่งแท็กซี่จากหน้าแกลเลอเรียไป (นึกภาพสถานีอัปกูจองโรดีโอ) โบกแท็กซี่ 3 คันไม่ไป นางบอก ใกล้ไป เดินเอาสิ เวงกำ กว่าจะหารถเมล์ไป ก็ผิดสายอีก เลยลงที่สถานีอัปกูจองแล้วนั่งรถใต้ดินไป ชัวร์สุด กูเพลียจ์

กว่าจะถึงสถานีชินซา ประตู 8 เราก็หิวโซ พร้อมกินได้ทุกอย่างแล้วค่ะ ขนาดเดินผ่านแมคโดนัลด์ยังจะแวะ แต่ก็ยังดื้ออยู่ เพื่อไปร้านไก่ทอด แล้วพบว่า มันปิด (เปิดบ่ายสาม ตอนนั้นบ่ายโมง) เอาวะ เดินไปกินไก่ยอลบงของเว่นที่ปากซอยกาโรซูก็ได้ แม่งเดินมาร้านเว่นย้ายไปในซอยค่ะ จากนั้นพี่เปรียวก็ตั้งชื่อให้เราใหม่ว่า มิสชัตดาวน์ แม่งไปไหน ร้านปิดหมด จนสุดท้ายได้มากิน School food สาขาที่ EXO มาถ่ายทำค่ะ โฮ่…….. อาหารแนะนำคือ อุด้งบุลโกกิ (เพื่อนบอก สไปซี่ต๊อกชีส ก็อร่อย) มีสาขาที่ไทย เนื้อไม่ค่อยเหมือนกันนะ แต่ซอสอร่อย มีสองสาขาแล้วตอนนี้ (สยามเซ็นเตอร์ชั้น 4 กับเมอคิวรี่วิลล์ ชิดลม – ขอค่าโฆษณาด้วยค่ะ)

schoolfood
School Food

แล้วก็เดินชมวิวซักพัก เราแยกไปติ่งหน้าตึกค่ะ กะว่าเอาวะ ไม่เจอเด็กก็ทิ้งถุงไว้ที่ลุงยามหน้าตึกแล้วกัน ผลไม้ไทยน่าจะถูกใจคนเกาหลีเนาะ (ตอนนั้นไม่รู้จริงๆ ว่าเด็กๆ มันชอบขนมกรอบๆ นิ เด๊กเด็กอ่ะ) ตอนเราเดินไปตึก (ตอนนั้นเหมือนเพื่อนบอกแล้วว่าเด็กเข้า) คราวนี้เราจะไม่อ้อยอิ่งแล้วค่ะ รีบเดินไป แผนที่ก็รู้แล้ว ชิวมาก พอไปถึงก็กะจะรอซัก 1 ชั่วโมง (สำหรับเรานานมากนะ เราไม่ชอบรออะไรจริงๆ) ตอนแรกจะกลับตั้งแต่ 15 นาทีแรกละ แต่เพื่อนในกรุ๊ปติ่งห้ามไว้ บอกว่ารอเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้ว ปรากฎ รอแค่ 20 นาทีกว่าๆ เด็กๆ ก็ออกมาค่ะ คือ EXO-K ออกมาทั้งกรุ๊ปเลย โอ้ แม่เจ้า……. พูดไม่เป็นภาษาคนแล้วจุดนั้น เมเนมาลากคอเด็กคนนึงออกไปจากทางด้วย แล้วเสียงดังมาก โวยวาย ด่าทอสุดๆ ฮือ….อย่าโหดเลยโอปป้า

sm town
ก่อนออก
เราก็แบบเอาไงดีวะ ของที่เอามาฝากเนี่ย ไม่อยากแบกกลับแล้วนะเว้ย เอาวะ ระหว่างที่เค้าเหมือนรอไรซักอย่าง เราก็เดินไปหาเมเนเจอร์แบบสุภาพ (แต่กูแต่งตัวสก๊อยแสด) ยื่นถุงให้ พร้อมบอกว่า “เมเนเจอร์ชิ ดีโอชิ ซอนมุล” ภาษาเกาหลีกระท่อนกระแท่นจากเด็กหลังห้อง นางถามย้ำ “ดีโอ?” เราตอบ “เน่….ดีโอชิ แทกุกซารัมแพนอีเยโย” (ค่ะ ให้คุณดีโอนะ เป็นแฟนคลับจากไทยแลนด์จ้า) นางก็รับถุงแล้วยื่นเข้าไปในรถค่ะ คุณพระ…..โอเคอ่ะ จะเอาไปทิ้งไปทำไรก็เชิญละ กูฟินละ กูจบ กูโอเค เออ จะร้องไห้เลยตอนนั้น พูดตง……สรุปคือ วันนั้น หลังจากน้องๆ ออกจากตึก เราก็เดินยิ้มไม่หุบออกมาจากตึกเลยค่ะ เหมือนคนบ้า เดินออกมาหน้าอัปกูจองแล้วยังไม่หยุดใจสั่นเลยอ่ะ ครุคริ

DO-140404
DO-140404-2

จะเดินเร็วไปไหนแก…. ตัวก็เล็ก ชั้นแคพแทบไม่ทัน

คือ โคตรฟินอ่ะ ในที่สุดเราก็ได้เจอกันใกล้ที่สุดเท่าที่ดีกรีความติ่งเราจะพาไปเจอนะ น้องตัวเล็กมาก ไม่มีออร่าได้อีก คือแบบคนออร่าสุดๆ จะเป็นชานยอลนะคะ รองมาแบคฮยอน เซฮุน ส่วนไค กับจุนมยอน ดูยากมาก ปิดหน้าอ่ะ ดูคลิปได้ที่ไอจีเรา (@pompoko35) คือตอนนั้นเพิ่งชอบได้ไม่นาน ก็คลั่งชิบหายแล้ว นี่แบบไม่คิดว่าจะได้เจอ (แต่หวังฝุดๆ ว่าจะเจอ) แล้วได้เจอ มันแบบ…เพิ่มดีกรีติ่งเรามากๆ ค่ะ 55555 กลับมาก็ขายบ้าน ขายรถ เตรียมเป็นสาวก EXO เต็มที่เลย

เทคนิคการติ่งหน้าตึกที่เพื่อนสอนไว้คือ
1. หาทำเลดีๆ ที่รถต้องมาจอด
2. ถ้าผูกมิตรได้ให้คุยกับติ่ง แต่ปกติ ติ่งญี่ปุ่นจะไม่ชอบคุย ติ่งเกาหลีมากันเป็นแกงค์ ติ่งไทยเป็นแกงค์เสียงดังก็มี ติ่งเมกาใต้ก็มา พูดเลยว่ามาคนเดียวแอบจะเปลี่ยว แต่เอาเถอะ ถามไปเลย อย่าได้อาย
3. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ถ้าคิดจะปักหลักนาน ให้พกแบตสำรอง น้ำดื่ม ขนม ถ้ามีเพื่อนไปด้วย ให้เพื่อนช่วยส่งเสบียง
4. หาทีมงาน (ถ้ามี) ทีมงานของเรามีหน้าที่คือ หาเสบียง ถ่ายรูป ถ่ายคลิปเป็น second source กันขาดกันเหลือให้เรา เพื่อนที่อดทนรอกับเรานี่ต้องอดทนมากนะคะ
5. เวลาถ่ายตอนออกมาจากตึก ควรถ่ายเป็นคลิป แล้วเอามาแคพเอา เพราะมันเร็วมาก บางคนก้าว 2 ก้าวถึงรถแล้ว คือ ไม่ถึง 5 วิ อะที่เราจะได้เห็นเค้า
6. เวลารอ อย่าไปกรี๊ดมาก บางทีมโนว่ามาขึ้นลิฟท์ ติ่งก็กรี๊ดละ เอิ่ม อย่ากรี๊ดสิแก ศิลปินเค้าตกใจ มึงติ่งกันเงียบๆ ไม่ได้หรอวะ
7. ถ้าเมเนเจอร์ออกมาไล่ แปลว่าใกล้เวลาออกแล้ว เตรียมอุปกรณ์เลยจ้า
8. ถ้ารถมาจอด หลีกทางให้รถจอด อย่าไปเคาะกระจก หรือส่องดูเลยแก น่าเกลียด
9. ติดตามข่าวจากซาแซงให้ไว ไม่รู้สายเค้ามายังไง ไม่เคยทันตอนเข้าตึก แต่เรากะเวลาออกตึกไม่ได้ บางทีคนเค้าก็รอหลายชั่วโมง
10. ต้องเสียเวลาจากการได้เที่ยวมาเฝ้าหน้าตึกนะ ถ้าไม่คิดจะเสียดายเวลา ก็นั่งไปเลยจ้า ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าไม่เคยมาเที่ยวเกาหลี แล้วจะมานั่งเฝ้าแต่หน้าตึก พี่ว่ามันน่าเสียดายนะ ออกไปใช้ชีวิตดีกว่า
11. เวลาศิลปินออกมา อย่าเข้าไป approach เพราะจะโดนเมเนเจอร์ลากคอเอานะคะ ศิลปินที่นี่ไม่ค่อยมีโมเม้นท์รับของเท่าที่อื่นอะ รอแก่กว่านี้ก่อนเถอะ แทบจะยื่นมือมาเอง (คุ้นๆ เนาะ)

นี่ด์ วันนี้สาระไม่ค่อยมี คือแค่อยากอวดว่าได้ไปติ่งหน้าตึกน่ะนะ 55555
ตอนดึกก็ไปเปลี่ยนชุด ออกไปคลับค่ะ (เคยพูดว่าออกไปผับ คนเกาหลีตกใจ เพราะผับของเค้าคือ อโคจร โลกีย์มากๆ) พอดีมีคนรู้จักของพี่เปรียวเป็นดีเจที่คลับนี้ชื่อ Van Guard ค่ะ แถวโรงแรมฝั่งคังนัม เราก็แต่งชุดอย่างเกาะอก ส้นสูงไปเลยเนาะ ปรากฎ ไปเจอคนในคลับใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์มางี้ รมณ์เสีย เพลงก็ไม่ใช่สไตล์อ่ะค่ะ บุหรี่สูบเต็มไปหมด ป้าจะเป็นลม เกือบจะกลับละ พอดีเจอดีเจเลิกงานพอดี เลยขอถ่ายรูป หืม….เด็กหนุ่มอายุ 20 นี่มันตัวแน่นดีจริงๆ อุ่ย…..หลุดอะไรออกไปนะเรา 55555555 กลับบ้านดีกว่า

vanguard

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง Day4: ช้อปปิ้งคังนัม แวะดู DDP

กว่าจะกลับมาเขียนต่อจาก Day3 ก็เกือบลืมไปแล้ว ต้องระลึกชาติอีก เพลียจ์ เวลากลับมาเขียนทีหลัง มันชอบลืมรายละเอียดไปนะคะ บางทีต้องอาศัยดูจากรูปเอา แล้วเรียงตามลำดับเวลา ไม่ดีเลย นิสัยดองบล็อกมาอีกแล้ว

วันนี้เป็นวันสบายๆ ค่ะ เพราะร่างพังจากเมื่อวานที่วิ่งรอกไปจินเฮและปูซานแล้ว เลยพักผ่อนด้วยการไปช้อปปิ้งที่สถานีใต้ดินคังนัม Gangnam station
ถ้าใครเคยไปทงแดมุน หรือเมียงดง ก็จะพบว่ามันคือเสื้อผ้าแบบเดียวกันแหละ แต่ขายปลีกและราคาย่อมเยา เช่น ตัวละ 5,000 วอน 10,000 วอน (ประมาณ 300 บาท) แต่บางร้านก็แปะไว้ทั้งราว 10,000 วอน จริงๆ ตอนจ่ายมันสับขาหลอกเป็น 20,000 วอนก็ต้องระวังกลโกงนะคะ

Shopping

ที่นี่เหมาะสำหรับชะนีชอบซื้อของถูกค่ะ ไม่เหมาะกับผู้ชายเท่าไหร่ ถึงจะมีส่วนของตึกที่อยู่ต่อไปอีกเยอะก็ตาม รองเท้า เสื้อน่ารักๆ เพียบ
มีร้านเครื่องสำอางด้วย พอดีวันนั้นไป ETUDE ลด 30% ทั้งร้านพอดี ก็เลยจัดเต็มค่ะ มี Nature’s republic ที่บีเอน่ารักสุดๆ บอกว่าอยากได้ปฏิทิน EXO นางก็จัดให้ค่ะ 55555 ถามว่าชอบใคร เสียดายลิปมันดีโอเหลืออันเดียว ที่นี่ตอนนั้นยังขายปลีกนะคะ พออีกเดือนนึงไป นางขายเป็นแพคค่า….กลัวบางคนขายไม่หมดสินะ หึหึ

shopping-1

DDP

ddp3

ก่อนหน้านั้นเราไปที่ DDP มาค่ะ หรือที่เรียกว่า Dongdaemun Design Plaza (ลงสถานี Dongdaemun Design and Cultural park) เป็นคล้ายๆ มิวเซียมที่รวมเอางานออกแบบเก๋ๆ ของดีไซเนอร์เกาหลีเอามาออกนิทรรศการกันค่ะ บางโซนต้องเสียค่าเข้านะคะ เลยไม่เข้า แต่ที่เราไป เพราะมันคือภารกิจติ่งค่ะ ไปซื้อ merchandise ของศิลปินที่ Stardium นั่นเอง เราซื้อเสื้อยืดโง่ๆ ที่มีเลขวันเกิดศิลปินมาค่ะ เพราะคิดว่าอย่างน้อย เค้าก็มีเงินจ้างศิลปินเรานะเว้ย ถ้าสินค้าขายดี เค้าจะได้จ้างลูกเราอีก ตอนหลังเลยรู้ว่า มันคือกิจการของ SM entertainment นี่แหละ ที่เอาสินค้ามาใส่ Value ของศิลปินลงไปแล้วขายแพงๆ หึ แต่กูก็ซื้อ….

DDP

stardium
ที่ DDP มีที่นั่งพักสำหรับผู้เข้าชม มีเก้าอี้ และเปียโนกลางห้องด้วยนะคะ มีปลั๊กให้เสียบชาร์จแบต มีตู้น้ำ (อันนี้มีทุกที่นะ) ห้องน้ำก็ดีค่ะ
เอิ่ม นี่คือ รีวิวห้องน้ำ ขอเชิญเพจรีวิวห้องน้ำสาธารณะค่ะ
DDP2
วันนี้ค่อนข้างยาวนานนะคะ แต่เราเขียนไม่ยาว เพราะไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่ เขียนเป็นไดอารี่ประจำวันบันทึกเหตุการณ์แทน
เพราะหลังจากช้อปที่คังนัมแล้ว เราก็ไปกินข้าวกับพี่เปรียวและเพื่อนพี่เปรียวค่ะ เป็นร้านเหล้าน่ะแหละ มีขาย”ชอน” (ของทอด) หอมมากๆๆๆๆ อร่อยด้วย กินซะหมดเกลี้ยงเลย เวลาฝนตก คนเกาหลีชอบกินเหล้ามอกกอลี (Moggoli) กันค่ะ เค้าว่ากัน แล้วกินคู่กับของทอดไรงี้ เหล้านี่เหมือนจะหวานๆ แต่เมาเร็วอยู่นะคะ ยังค่ะ กินข้าวเสร็จแล้วยังไม่จบ จริงๆ คนเกาหลีเค้าชอบต่อกันอีกหลายร้านก่อนจะจบการพบปะกัน แต่เราร่างพังแล้ว ต้องไปทงแดมุนด้วยสิ เลยกลับหอก่อน

Food-1

ภารกิจยามค่ำคืนเริ่มแล้วค่ะ ที่ทงแดมุนขายส่ง 5555 ก็แยกกันช้อปตามสไตล์แต่ละคนนะคะ แต่บางร้านชอบขายส่งอ่ะค่ะ เลยซื้อยากหน่อย ไปกินร้านเพิงข้างๆ ทงแดมุนด้วย ได้อารมณ์มาก…. กินโอเด้ง ของทอดกับโซจูค่ะ แก้หนาว เอิ่ม ไม่ได้กินนะ แต่พี่ที่กินคือร้อนไปหมด แหะๆ

food-2

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง Day3: ไปปูซานและจินเฮ ดูดอกไม้บาน

IMG_0955

เรียกว่าเป็นทริปที่ทำอะไรแปลกใหม่กว่าที่เคยเยอะนะคะ หลายครั้งที่ผ่านมา ไม่นับครั้งแรกที่มากับทัวร์ ปกติเรามักใช้เวลากลางวันเดินมยองดง อัปกูจอง กาโรซู แล้วใช้ชีวิตค่ำคืนที่ทงแดมุน ฮงอิก เท่านั้น ครั้งนี้เพิ่งเคยมาตอนที่ดอกไม้บานค่ะ ปกติดอกบ๊วยจะบานช่วงต้นเมษาเป็นต้นไป จะบานไล่จากทางใต้ของเกาหลีขึ้นมาโซลค่ะ และที่จินเฮ (Jinhae) เมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ก็มีงานเทศกาลนี้โดยเฉพาะ โปรโมทกระหน่ำทาง KBS World ทีเดียว แล้วเมืองนี้สามารถนั่งรถต่อจากปูซานได้ค่ะ เราเลยกะจะแวะไปปูซานดูซักครั้ง ตอนแรกกะจะไปวันที่ 4 ของทริปค่ะ แต่เกิดเปลี่ยนแผน เพราะกลัวจะไปชนกับงานเทศกาลไรด้วย แล้วก็มีนัดด้วย เลยเลื่อนมาเร็วขึ้น (ข้อมูลของงานที่จินเฮ http://english.visitkorea.or.kr/enu/SI/SI_EN_3_2_1.jsp?cid=700520)

*** คำเตือน รูปกระหน่ำมาก เน็ตสามจีใครไม่พอ ขอให้โทรไปซื้อเพิ่ม หรือใช้ไวไฟจะเริ่ดมาก ***

ดอก cherry Blossom หรือดอกบ๊วย หรือดอกซากุระ ชาวเกาหลีเค้าเรียกว่า พอต-กต (벚꽃) นะคะ อย่าไปเรียกซากุระแบบญี่ปุ่นนะ อย่างน้อยเรียกว่า Cherry blossom ก็ยังดี ให้เกียรติเค้าหน่อย เค้ามีพยากรณ์เลยว่าจะบานกี่เปอร์เซ็นต์ที่ไหนยังไง ที่จินเฮ เริ่ม 1-10 เมษาค่ะ ส่วนที่ยออิโดของโซล จะบานช่วง 12-20 เมษาที่ผ่านมาค่ะ ใครไปเที่ยวเกาหลีปีหน้าก็อย่าลืมแวะไปนะ (ข้อมูลเพิ่มเติม http://english.visitkorea.or.kr/enu/SI/SI_EN_3_6.jsp?cid=957144) ** แต่ปีนี้บานเร็วกว่าเดิมอีก แถมพายุเข้า เพื่อนที่ไปยออิโดบอกว่า ร่วงหมดแล้ว ตอนสงกรานต์ค่ะ

แต่หนทางใช่ว่าจะง่ายค่ะ ถึงเราจะศึกษามาอย่างดีแล้วว่า มีรถไฟ KTX กี่รอบที่ไปปูซาน หรือไปจินเฮ แต่เราก็ชะล่าใจ คิดว่ามาซื้อได้เลยที่ Seoul station ปรากฎมาถึง ที่นั่งเต็มค่ะ ถอดใจละ กะจะไปวันอื่น แต่ก็เอาวะ ไหนๆ ก็แต่งมาเต็มละ ไปวันนี้แหละ แต่เราต้องจองตั๋ว KTX ทางออนไลน์แล้วปรินท์มาซื้อที่ Seoul station เท่านั้นค่ะ (จองตั๋วที่เว็บนี้ http://www.korail.com/en/) ถ้าจองมากกว่า 2 คนจะถูกลง ให้เลือกแบบ Saver ตกคนละ 60,400 วอนค่ะ เราไปเช้าเย็นกลับก็ซื้อวันเดียว เปรี้ยวได้หมด ยกเว้นรถใต้ดินกับบัสค่ะ พอจองเสร็จ อย่าคิดว่าทุกอย่างมันดิจิตอลนะคะ ที่นี่ยังต้องการกระดาษค่ะ ต้องไปปรินท์แล้วเซ็นค่ะ ถ้าจองตั้งแต่อยู่ไทยจะดีมาก ปรินท์ไปเลยค่ะ ตอนนั้นเราก็ใช้เน็ตในมือถือจองแม่งเลยตรงนั้น แล้วลงไปปรินท์ชั้น B2 ค่ะ แผ่นละ 1000 วอน แต่พนักงานนางเบลอ บอกชั้น 10,000 วอน เวนกำ (เทนเต๊าซั่น) คุยไปคุยมา ป้ายบอก 1,000 เอ่า นางพูดอังกิดผิดค่ะ เพลีย แล้วจากนั้นก็มาเซ็นและจ่ายบัตรเครดิตต่อหน้าพนักงานซื้อตั๋ว และสามารถออกตั๋วไปและกลับได้เลยค่ะ โดยเป็นตั๋วแบบ one day ค่ะ เราเลือกลง Busan และกลับจาก Masan ที่ใกล้จินเฮที่สุดค่ะ

IMG_2706

จองในมือถือก็ได้นะ

IMG_2763
นีด์ ยังมาเถียงชั้นอีกว่า 1 หมื่น ในรูป 1 พันนะยะ

Seoul station
มีร้านอาหารขายเอาไว้ซื้อกินบนรถได้นะคะ มีคิมบับ ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว (ห๊ะ) ขนมปัง ราเมน ค่ะ หรือจะซื้อเครื่องดื่มกินบนรถไฟก็ได้

เราใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงจาก Seoul station ถึงสถานี Busan (ปูซาน) นะคะ พอออกมาก็จะไปหาดแฮอุนแด (Haeundae Beach 해운대해수욕장) กัน ซึ่งดูจากรูปแล้วก็เฉยๆ นะ แต่ไหนๆ มาละก็ไปซะหน่อย นั่งรถบัสไปค่ะ หน้าสถานีรถไฟเลย หรือจะนั่งซับเวย์ก็ได้ ลงสถานีชื่อ HAEUNDAE แต่เดินไกลกว่า รสบัสคือ ถึงเลย นี่หัวเมืองใหญ่นะ มีรถใต้ดินเยอะเหอะ อิจฉาจุง อยากมีรถไฟความเร็วสูงไปเชียงใหม่ ภูเก็ต และเที่ยวในเมืองได้แบบนี้ นั่งมาประมาณ 30 นาทีก็ถึงหาดค่ะ เอ๊ะ นี่หาดทุ่งวัวแล่นป่ะเนี่ย ชุมพรยังสวยกว่า ฮ่าๆ แต่ก็ถ่ายรูปเก็บแล้วไปกินอาหารในย่านตลาดค่ะ

Busan
ถึง KTX สถานี Busan แล้ว….มีรถ City Tour Bus 2 สายนะคะ วนสองทาง มีรายละเอียดในเว็บ Busan ค่ะ

haeundae
ใช้รถบัสสะดวกกว่า ไม่ต้องเดินไกลค่ะ ลงปุ๊ป หาดปั๊ป ถามว่าสวยกว่าทุ่งวัวแล่นมะ

IMG_0900

เลือกร้านที่ดูมีแฟรนไชส์ แล้วสั่งเมนูที่เรากินเรียกว่า นักกึมแช 낙금새 เป็นหม้อไฟต้มยำปลาหมึก มีกุ้งจิ๋วนิดหน่อย กิมจิเครื่องเคียงกับสาหร่ายอร่อยเฟ่อ ข้าวในบาตรค่ะ ถูกละค่ะ เรียกว่าบาตรน่าจะเหมาะ หมดไปคนละ 10000 มั้ง จริงๆ ไม่รู้หรอกอะไร ชี้ๆ ตามคนอื่นไป 55

IMG_0890
ก่อนปลาหมึกจะสุก

IMG_0897
สุกแล้วไปไหน?

IMG_0898
อยากให้รู้ว่าอร่อยแม่ก

จากนั้นก็นั่งรถใต้ดินกลับมาท่ารถบัสระหว่างเมืองค่ะ อันนี้ใช้เวลาเยอะเหมือนกันนะคะ เกือบชั่วโมงแน่ะ
ไปที่ท่ารถตามรูปค่ะ แล้วก็…วิ่งดิเอ๋วิ่ง ซื้อตั๋วจินเฮ ราคา 5100 วอนค่ะ รอรถเหมือนเอกมัยงี้ พอรถออก ระหว่างทางดันเห็นดอกซากุระสวย ตอนนั้นก็เกือบ 4 โมงละ กลัวไปถึงค่ำ เลยคิดว่าจะลงกลางทางแล้วถ่ายรูปที่ปูซานนี่แหละ เดินไปคุยกับคนขับไม่เข้าใจ อยู่ๆ ก็มีนางฟ้าเกาหลีหน้าสวยที่พูดไทยได้ค่ะ (ฟลุคไปมั้ย?) มาช่วยคุย เลยถามนาง นางบอกอดทนเถอะ จินเฮสวยกว่าปูซานนะ เราเลยจ๋อย กลับไปนั่งที่ค่ะ สภาพคือ หลับเป็นตาย

jinhae

ประมาณ 1.30 ชม ก็ถึงจินเฮค่ะ จะเดินไปงานเทศกาลดอกไม้ก็ได้ หรือจะนั่งแท็กซี่ก็ได้ แต่ด้วยความมีงานไง รถเลยติดมากกกกกกกก สต็อปแรกของเราคือ สถานีรถไฟค่ะ เป็น landmark หนึ่งจุดที่ควรไปนะคะ สวยดีค่ะ แต่แนะนำว่าชะนีควรใส่รองเท้าพื้นเรียบมานะคะ เพราะทางรถไฟโรยด้วยหินหยาบใหญ่ เดินลำบากม๊าก ต้องเดินตามหมอนรองรถไฟแทน มีชะนีบางคนใช้ส้นสูงมาเลยจ้า กะมาสวยเต็มที่ บางคนก็มากับคู่รัก (กลอกตา//เบะปาก) มาถ่ายพรีเวดดิ้งหรอมึง? อิจฉาน่ะนะ คนเกาหลีมันชอบแสดงความรักแบบเปิดเผย เพลีย ได้รูปมาไม่เยอะมาก เพราะอยากไปอีกที่นึง คือ คลองค่ะ ทีนี้ก็ไปไม่ถูก เลยถามคนแถวนั้น เค้าก็ใจดีมากๆ (คนต่างจังหวัด เป็นมิตรมากๆ ค่ะ) ลุงแกเดินมาส่งที่ป้ายรถเมล์พร้อมบอกสายรถเมล์ด้วย แต่รถมันติดมาก รถเมล์ไม่ยอมมาซักที เลยโบกแท็กซี่ ปรากฎ รถวิ่งตรงๆ มาอีก 2-3 ป้ายก็ถึงงานค่ะ เป็นงานโชว์ไฟกับดอกบ๊วยตอนกลางคืน

Jinhae-pom  jinhae-pom2        IMG_0913-edit IMG_0914-edit
ควรมาถ่ายตอนรถไฟมานะคะ เป็นเรื่องท้าทายมาก พอดีรถไฟหมดแล้ว เลยไม่ได้ถ่ายค่ะ ถ่ายมาแต่รางและคน เอิ่ม
IMG_0915-edit IMG_0954-edit IMG_0956-edit IMG_0989 IMG_0992-edit IMG_0996-edit IMG_1000-edit IMG_1003-edit IMG_1004-edit IMG_1005-edit

แต่เราถ่ายรูปได้นิดหน่อยก็เริ่มพลบค่ำละค่ะ เราต้องเผื่อเวลาเดินทางไปสถานี Masan อีก 1ชั่วโมง ให้ทันรถค่ะ ไม่งั้นก็ต้องเปลี่ยนเที่ยวรถ ซึ่งยากละ เพราะเราไม่มีโทรศัพท์โทรไปเปลี่ยนหรือสอบถามคนแถวนั้นก็ไม่รู้เรื่องค่ะ แถมยังจะเนียนบอกว่าไปไม่ทันหรอก ค้างที่จินเฮมั้ยอีก (โอปป้า…ไม่เอาน่ะ) พอเรียกแท็กซี่ได้ก็ภาวนาว่าให้ทันรถไฟค่ะ ลงรถปุ๊ป ม้าเร็วขาสั้น วิ่งก่อนเลยจ้า ไปถึงเจอนกแก้ว (เอ่อ พนักงานต้อนรับ ยืนรอรับเราขึ้นรถไฟจ้า) พี่ๆ ขายาววิ่งตามมาทีหลัง ปล่อยคนขาสั้นสองคนวิ่งนำเลอ! ชอบตรงที่อ่านตั๋วก่อนว่า ชานชาลาอะไร รถเบอร์อะไร จะได้ไม่วิ่งผิดทาง (เหมือนตอนเราตกเครื่องคราวนั้น)

IMG_2857

พอกลับมาถึงโซล น้ำตาจิไหล อากาศก็หนาวมากๆ แล้วค่ะ เกือบเที่ยงคืน หากินหมูเกาหลีแถวบ้าน ที่เลือกหมู หรือเนื้อแล้วย่างเลย! อร่อยมาก (หรือกูหิว?) แล้วแยกย้ายกลับไปนอน ไม่ได้ไปขายส่งทงแดมุนอีกละ พักร่างก่อนละกันนะ หน้าโทรมฝุดๆ

IMG_2865

พรุ่งนี้ไปช้อปกัน!

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง DAY2: ทัวร์มหาลัย ไม่ไปไม่รู้

วันนี้เป็นการเริ่มต้นวันเบาๆ ด้วยการจะไปเที่ยวหมู่บ้านบุกชนฮานก (Bukchon Hanok Village) ค่ะ ซึ่งคิดว่าคนไม่เที่ยววัด เที่ยววังอย่างดิชั้นและเพื่อนจะไปกันหรอคะ? แต่ก็บอกแล้วว่าทริปเราติ่ง เพราะนั้นจุดหมายคือบ้านที่ใช้ถ่ายทำละครเรื่อง Personal taste ของพระเอกขวัญใจเพื่อนร่วมทริป คือ “อีมินโฮ” พระเอกเรื่อง The HEIRS (หยุดหัวใจนายไฮโซ) อ่ะค่ะ

เริ่มต้นวันด้วยข้าวต้ม (ไม่เคยกินเลยนะ แต่คิดว่าจืดตามสไตล์เกา) ซึ่งเราจัดหนัก ที่ร้านข้าวต้มต้นถนน Insadong ข้าวต้มใส่กิมจิ โปะชีส ชามใหญ่สะใจค่ะ ร้อนด้วย 5555

IMG_2619

001

IMG_0726

จากนั้นก็เดินข้ามจากอินซาดงมาที่บุกชนค่ะ ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าเดินไปแล้วจะมีศูนย์ท่องเที่ยวอยู่ ค่อยไปเอาแผนที่ตรงนั้นอีกที พอไปถึง เจ้าหน้าที่ก็ชี้ช่องมาค่ะ เดินไปร้อนไป แดดออก จั๊กเปียกแระ พอเข้าหมู่บ้านบุกชนฮานกก็จะมีเจ้าหน้าที่เสื้อแดงคอยให้คำแนะนำอีกทีค่ะ คนเยอะค่ะ แต่ก็สงบเงียบ สวยงาม เป็นบ้านของคนจริงๆ อาศัยอยู่ เพราะนั้นอย่ามาตลาดแตกค่ะ และอยู่ได้ถึง 6 โมงเย็นเท่านั้น

IMG_0744

Cheery Blossom - Edae
นี่แหละค่ะ หน้าบ้านที่ถ่ายทำ … เอ่อ


IMG_0765

IMG_0794

พอถ่ายรูปหน้าบ้านสมใจ ก็ไปต่อที่อีฮวา (Ehwa Woman University) ค่ะ พี่ในทริปบอกว่าจะไปถ่ายกับทางเข้า เค้าว่าฮวงจุ้ยดี เออ ไปก็ไป ไปเกาหลีมา 5 ครั้ง ไม่เคยไปเลย เพราะเพื่อนบอกว่าไม่มีไร (ซึ่งก็จริง เรารู้สึกเฉยๆ นะคะ ชอบฮงอิกมากกว่า) แต่ที่อีฮวา มีต้นซากุระให้เป็นพรอพอีกแล้วค่ะ จัดไปอีกหนึ่งช็อต

IMG_0806

IMG_0797

IMG_3278

Cheery Blossom - Edae

IMG_0824-crop

จากนั้นก็ไปกินหมูผัดเส้นบุกกัน (เรียกว่าไรหว่า?) ที่โน่นต้องสั่งตามจำนวนคนนะคะ จะมา 4 สั่ง 2 แล้วหารกันไม่ได้ แล้ว portion ของอาหารก็ใหญ่เฟ่อ แต่ก็กินหมดตลอดนะ ขั้นตอนคือ เค้าจะเอากระทะที่มีเครื่องปรุงมาแล้ว ตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นก็ผัดๆ แล้วปิดไฟจกกินตามสะดวก พอตอนท้าย ข้าวที่ให้มาตอนแรกจะเอาลงไปคลุกน้ำมันหมู ที่ละลายออกมาค่ะ เป็นอาหารอีกแบบหนึ่งด้วย

IMG_2703

IMG_0835

พอคาวแล้วก็ตามด้วยหวาน ชั้นบนของร้านเป็นร้านน้ำแข็งไส ที่เค้าเรียกว่า พัตบิงซู สั่งแบบมะม่วงและโอรีโอ้ค่ะ เกล็ดน้ำแข็งเป็นแบบเส้นๆ ไม่เหมือนที่น้องป๋องเคยพาไปกินจะละเอียดกว่านี้ค่ะ ก็อร่อยคนละแบบ

Oreo Bingsoo

คืนนี้ยังไม่จบค่ะ หลังจากแยกย้ายรีบกลับไปนอนเพราะพรุ่งนี้จะไปปูซาน และจินเฮ เพื่อดูซากุระ เดี๊ยนก็ได้รับสารจากเพื่อนคนเดิมจากไทยว่าให้ไปร้านกาแฟของพี่เท็ดดี้ วายจี ชื่อ Twosome STUDIO ค่ะ สรุปเลยละกันว่า กว่ากูจะหาเจอ ห่านจิก นี่กูจะหลงทุกที่เลยชิมะ ปกติมาคนเดียวไม่เคยหลงระเบิดขนาดนี้นะ นี่กูเบลอจริงๆ ชิป่ะแต่มาถึงแล้วก็ฟินนะ มีทั้งปลั๊กไฟ ที่นั่งทำเลดีให้มองบาริสต้าเด็ก กาแฟก็รสเข้มเชียะ กะจะให้ดีดถึงเช้า แต่สุดท้ายก็รีบกลับค่ะ เพราะพรุ่งนี้ไปทริปต่างจังหวัดดูดอกบ๊วยบาน

IMG_2733

IMG_0839

IMG_0842

Pom’s note: ตอนเราไป คนเค้าใส่กระโปรงสั้นไรงี้ เค้าจะใส่ถุงน่องนะ แต่บางทีก็เนียนมากจนนึกว่าขาจริง คือถ้าฤดูหนาว ใส่เลกกิ้งสีดำ ก็คงไม่แปลกอะไร แต่ตอนนี้อากาศมันเริ่มร้อนขึ้นแล้ว และคนก็ใส่เสื้อผ้าบางลงค่ะ แต่คนไทยส่วนใหญ่จะไม่ใส่เนอะ เปลือยขา คนเกาเปลือยขาก็มี เราก็เลยอยากลองซื้อถุงน่องมาลองใส่บ้างจ้า….ไงล่ะ รอบแรก ซื้อมาตั้ง 3000 วอน ใส่ออกมา นึกว่าจะไปเต้นบัลเล่ต์ว่ะ เสียเซ้วชิบหาย มันหนามาก ปลอมมาก เลยไปซื้อถุงน่องในเซเว่นมาเปลี่ยนเลย เออ บางเบาดี บางเบามาก จนเล็บเกี่ยวถุงน่องขาดง่ายมากเลย แต่ให้ความรู้สึกขาสวยเรียวขึ้นมา 30% มีแบบสีเบจอ่อน เบจเข้ม (คนเกาบางคนก็ใส่ถุงน่องดำกว่าตัวจริงนะ) แล้วก็สีดำไปเลย