Review Trip คอนเสิร์ต EXO PLANET#1 แบบรวบตึง

หลังจากทริป Spring in my heart เอิ่ม In Korea ไปแล้ว เราก็กลับประเทศมาพร้อมกับข่าวคัมแบ็คของ EXO พอดีจ้า ช่วงนั้นที่เด็กๆ เข้าตึกแล้วเราเห็น ก็คงซ้อมก่อนขึ้นโชว์เคสคัมแบ็คแหละ ตอนแรกก็ว่าจะไม่อยากดูนะ แต่พอมีโชว์เคสเท่านั้นแหละ ติ่งแตกตอนสงกรานต์เลย แล้วการแยกโปรโมทเป็น K กับ M ไม่เหมือนตอนเพลงอือรือรอง (Growl) พอ EXO มีโชว์เคสได้วันเดียว วันต่อมาก็เกิดเหตุเรือ Sewol ล่ม แล้วทั้งวงการบันเทิงประเทศเกาหลีก็หยุดชะงักไปเลย แบบไม่มีรายการตลก รายการสดก็งด กลายเป็นว่างดออกงานในประเทศ เลยทำให้ EXO-M ได้ไปโปรโมทในจีน แล้วพี่คริสก็ไปแล้วไม่กลับ เอิ่ม
แต่ช่วงนั้นคือ K ก็ไม่มีงานนะเงียบมาก แบบพักผ่อนกับครอบครัวไปเลย กำหนดการที่จะมีคอนเสิร์ตที่ประกาศตอนโชว์เคสก็เงียบไปด้วย ไม่รู้ว่าเกาหลีจะหายโศกเศร้าทันคอนมั้ย เพราะคอนอีกหลายที่ เช่น คอนลอตเต้ หรือโชว์ตัวของดาราคนอื่นๆ ก็เลื่อนไปหมดในช่วงนั้น แต่สุดท้ายความหวังของเราก็กลับมา คอนเสิร์ตมีทั้งหมด 3 วันคือ ตอนแรกเปิดแค่ 24-25 พ.ค. แต่เปิดเพิ่มรอบ 23 พ.ค. อีกวันค่ะ เมื่อเปิดจองบัตรคอนแล้วขายหมดใน 0.01 นาที พูดง่ายๆ ว่าเปิดขายปุ๊ปคอมแฮงค์ ระบบล่ม เปิดมาอีกทีบัตรเต็มค่ะ เพลีย (แต่ชะนีติ่งที่รู้จักกันหน้าคอน นางบอกรีเฟรชอีกที นางเลยจอง Happy FAMILY Seat ได้หลังจากนั้น) แต่คนจะไปมันก็ต้องไปค่ะ งานนี้มีสปอนเซอร์คือติ่งเพื่อนวัยมัธยมต้น ที่อยู่ๆ ก็เพิ่งรู้ว่านางติ่งว่ะ 55555 เออ ไม่ขอเอ่ยนาม เพราะนางก็เป็นถึงผู้บริหารแล้ว เราจะเอ่ยถึงนางแค่นี้ สรุปคือ พอคอนเสิร์ตไม่ยกเลิกและเพิ่มรอบวันศุกร์ เราก็เลยคิดว่าจะไปซื้อเอาดาบหน้าวะ หาเอาหน้าคอนน่ะแหละ จากนั้นก็จองตั๋วเครื่องบิน ลางาน แล้วบินไปฟิ้ววววว เร็วมาก ตัดภาพมาคืนแรก (23 พ.ค. 2014) ที่เราเล็งไว้ว่าควรมาก่อน เพื่อดูลาดเลา และอาจจะได้ตั๋วก่อนงาน มีเพื่อนติ่งในอีกกรุ๊ปช่วยหาให้ โอปป้าคนนี้ก็แอดคาเคา (Kakao) กันเรียบร้อย นัดรับบัตรยืน วันเสาร์ค่ะ บล็อก BL ไม่บอกราคาเนอะ แต่ราคาปกติ ประมาณ 99,000 วอนทุกที่นั่ง ไม่ว่านั่งหรือยืน เอาล่ะ ได้บัตรสมใจ เตรียมตัวไปนอนให้เต็มอิ่ม เพื่อประคองชีวิตคอนวันแรกกันค่ะ

เอาจริงๆ สมัยชอบเซเว่น (เมื่อ 11 ปีที่แล้ว) ไม่เคยบินมาดูคอน หรือต้องไฟว้ขนาดนี้นะ แต่นี่สงสัยทำบาปกรรมไว้เยอะ อีวงนี้ก็ดันเป็นวงที่ยากไปซะทุกอย่าง ทุกอย่างก็แพงไปหมด ทั้งบัตรผี ทั้งโน่นนี่นั่น ที่เล่านี่แค่ส่วนหนึ่งนะ ถ้าเล่าทั้งหมด คนไม่ใช่ติ่งก็คงส่ายหัวแล้วบอกว่า “มึงทำไปได้เนาะ” ก็ความสุขกูเนาะ มึงไม่เข้าใจก็ไม่ต้องเข้าใจหรอก คนเข้าใจกูมีก็พอแล้ว เงินก็เงินกูเนาะ

เออ เล่าต่อ พอดีมีเพื่อนมัธยมอีกคนซึ่งติ่งวายจีมานานแล้ว นางเป็นตัวกลางและคอยแนะนำติ่งป้าอย่างเราและเพื่อนอีกสองคน ในการดำรงชีวิตค่ะ จะบอกว่า ชีวิตของติ่งมือโปรของเพื่อนคนนี้ควรเอามาเขียนหนังสือหรือสร้างหนังค่ะ วีรกรรมนางแต่ละอย่าง กูนี่อึ้งไปเลย เดี๋ยวเล่าทีละสเต็ปสำหรับประสบการณ์ของเราก่อนละกันเนาะ คือ วันศุกร์เนี่ย เป็นรอบพิเศษค่ะ แก็งค์เราไม่มีบัตรกันทั้งสามคน ติ่งโปรเลยแนะนำว่า แกต้องไปรถไฟฟ้าเที่ยวแรกนะ แล้วไปต่อแถว Happy Box ซึ่งจะเปิดขายบัตรที่ยังเหลืออยู่ (เกาหลีจะไม่ขายหมดเกลี้ยงค่ะ จะเหลือไว้หน้างานส่วนหนึ่ง) แล้วก็ถ้าแกอยากได้ของหน้าคอน (Official goods/merchandise) ก็ต้องแบ่งทีมกัน ซึ่งของหน้าคอนที่น่าซื้อของ SM ก็ดูจะมีแค่แท่งไฟนะคะ
ทีนี้การต่อคิวของประเทศเกาหลี พูดเลยว่าทรหด ตอนเราไปถึง 7.30 น. เนี่ย ก็มีคนมาต่อแถวแล้วค่ะ ตั้งแต่คืนวันพุธ (เหย่ดแหม่) นางเป็นหัวคิวค่ะ เอาผ้าห่มมาปูนอน เลยทีเดียว หน้าที่ของนางคือจดชื่อและเขียนเลขให้ทุกคน ซึ่งทุกคนดูเข้าใจประเพณีนี้กัน และรักษาระเบียบดีนะคะ (ไม่เหมือนเด็กไทย โอ๊ย เด๋วเมาท์ กูอยากด่ามาก) ทีนี้ นางบอกว่า จะเช็คชื่อตอน 10.00 และ 11.00 น. นะ  (คอนเริ่ม 20.00 น. ย้ำ 2 ทุ่มน่ะค่ะ) แล้วจะมีคนจากเอสเอ็มมารันคิวซื้อบัตรอีกที (นี่แค่ซื้อบัตรนะคะ ยังไม่ถึงตอนเข้า) เราก็นั่งรอกันไปค่ะ คนจีน คนไทย เต็มไปหมด ด้วยความที่เรามี 3 คน เลยต้องผลัดกันไปซื้อข้าว และเปลี่ยนเวรกับของหน้าคอนค่ะ ซี่งแถวของของหน้าคอนมี 2 แบบ คือแบบซื้อทุกอย่างกับแบบซื้อแท่งไฟเท่านั้น เราอยู่แถวแท่งไฟเท่านั้นค่ะ ซึ่งจะสั้นกว่า ไม่อยากได้ปลอกหมอนหรือแหวนนี่นา เลยได้ผูกมิตรกับติ่งเกาหลีแถวนั้นค่ะ นางดูเด็กมากๆ แต่ปรากฎเรียนจบแล้ว อุ่ย เป็นคนเดียวที่คุยภาษาอังกฤษกับเรา เพราะสตาฟที่มาพูด พูดแต่เกาหลี เราฟังไม่ออกค่ะ แล้วนั่งกลางแดดกันตั้งแต่ 8 โมงอ่ะ เปิดจริงบ่ายโมง คิดดูละกันว่าชั้นนั่งกี่ชั่วโมง แต่ตอนนั้น ได้บัตรคอนแล้วนะคะ เป็นบัตรนั่ง เพราะติ่งป้าทั้งสาม เห็นพ้องกันแล้วว่า พวกกูสู้ด้วยกำลังรอไม่ไหว กูขอสู้ด้วยเงินค่ะ เลยเห็นคนมาเดินแถวๆ ท้ายๆ แล้วท่าทางดูมีพิรุธ เลยเข้าไป approach เลยได้บัตรนั่งมา เป็นนั่งคู่ กับนั่งเดี่ยว ชั้น 3 ครบคนพอดี จ่ายสดงดเชื่อ เบื่อจะรอ เอาวะ ได้บัตรมาตั้งแต่ 11 โมงเช้าค่ะ ตอนไปจ่ายเงิน คือ อีตาคนนี้มีบัตรเป็น 10 ค่ะ ไหนว่าขายหมดไง นี่อัลลัย!!!!
สรุปคือ ชีวิตติ่งป้าหลังจากซื้อของหน้าคอนแล้ว ก็จะมีกิจกรรมจากทางบ้านแฟนไซต์ค่ะ คือการแจกผ้าเชียร์ หรือพัด หรือการ์ด ของเมนแต่ละคน เค้าจะประกาศทางทวิตเตอร์หรือหน้าเว็บก่อนงาน วิธีการคือเอาบัตรคอนมาแลกค่ะ เพราะถ้าไม่มีบัตรคอน แจกไปก็ไม่มีประโยชน์ใช่มั้ย ศิลปินก็คงไม่เห็น แล้วคือของแจกทำดีนะคะ ผ้าเชียร์ พัด คุณภาพดีมาก แม่ๆ แฟนไซต์ เงินดีมากจริงๆ บางบ้านแจกล็อตเตอรี่จ้า คนเข้าแถวกันยาวเหยียดเลย แต่เรารู้สึกจะร่างพัง เลยกลับมาอาบน้ำก่อนออกไปคอนกัน เพราะคอนเริ่มตั้ง 2 ทุ่มแน่ะ (ตอนนั้นมีคนต่อคิวบัตรของวันที่ 2 แล้วนะคะ ขุ่นแม๊)

ก่อนเข้าไปบัตรนั่ง ก็จะมีสตาฟของแฟนคลับแจกกระดาษเชียร์ พร้อมวิธีการใช้ แบบ 4 ภาษา (เกา,จีน, ญป, อังกฤษ) ซึ่งเรียกว่าโปรเจคท์ โดยแต่ละวัน จะมีโปรเจคท์แค่อันเดียว วันแรกคือ EXO I love you วันที่สอง EXO Thank you และวันที่สาม จากนี้ไปคือการเริ่มต้น (From now on, this is the beginning) ทุกประโยคจริงๆ เป็นภาษาเกานะคะ พอเข้ามาในคอน รู้แล้วว่าบัตรที่เป็นจุดพีคๆ จะอยู่ใกล้กับ Happy family zone ค่ะ เพราะดาราจะมานั่งเยอะ เป็นที่ๆ เอสเอ็มกั๊กให้คนใน ครอบครัวศิลปินหรือดารามาดู แล้วตรงนั้นศิลปินก็ไปเล่นเยอะด้วย ฮอลไม่สูงมากค่ะ มันตื่นเต้นมากจริงๆ แต่เราไม่ชินกับการนั่งด้วยมั้ง ทั้งที่เป็นแถวนั่งแถวแรกของชั้น 3 เลยไม่รู้จะกรี๊ดอะไรกับใคร จะเต้นก็อาย 5555 แต่คนเกากรี๊ดได้ใจจริงๆ ค่ะ จบวันแรกไปแบบ VTR  เหมือนยังตัดไม่เสร็จ แล้วพอมาวันที่ 2 VTR เพิ่มมา แล้วก็คนละตัวด้วย รอบแถมสินะกรู

พอวันที่ 2 เราได้บัตรยืนค่ะ แต่เราดันมือใหม่ ไม่รู้ว่าการยืนเกาะรั้วมันดีนะ ดันเข้าสาย ทั้งที่ได้คิวดี (ใบนี้ได้จากอปก่อนคอนค่ะ) เพราะไม่คิดจะเกาะรั้วไง แล้วเกาหลีมันรันเลขตามลำดับสุดฤทธิ์ ตอนได้ตั๋วยืน ต้องไปรับสายคล้องข้อมือก่อนนะคะ จะบอกว่ามีของปลอมด้วย มีคนโดนจับได้แล้วเชิญออกจากแถว หลอนสัด แล้วถ้าเลขรันไปแล้ว ต้องไปต่อแถวใหม่นะ แต่ดีอย่างค่ะ คนเกาหลีและติ่งชาติอื่น เคารพคิวมากๆ ถ้าเรามาไม่ทันแถวแรก (ที่เราควรจะอยู่) แต่เราไปต่อแถว 2 นางจะไล่ให้ไปอยู่หน้าของแถว 2 หรือถามสตาฟได้เลย ว่าให้ลัดคิวพาเข้า (ขอโทษจริงๆ เพราะป้าต้องไปฝากของนิ กระเป๋าใหญ่กว่า A4 นางให้ฝากหมดค่ะ) สุดท้ายก็ได้เข้ามา พอกูอยู่ในหลุมยกมือถือจะถ่ายบรรยากาศ อีสตาฟพุ่งมาจ้ะ บอกให้ลบรูป เอิ่ม โหดไปป่ะมึง ไปตามจับแม่ๆ ฟซมั้ย แม่งซ่อนกล้องมาเป็นดุ้น ตอนคอนเริ่มคือวันนั้นเหมือนจะมีเชื้อป่วยๆ อยู่นิดหน่อยค่ะ แต่ต้องกินยาดักไว้ พอเจอทะเลคน สงครามเกาหลีในหลุม มันสยองมากจริงๆ คนเบียดแบบไม่มีปราณีกัน แล้วมันเหมือนจะขาดน้ำ สตาฟก็จะยื่นน้ำมาให้ผู้หิวโหย กลัวมันเป็นลมสินะ สรุปคือ หลุมในคอนเกาหลีมันโหดมากจริงๆ แทบจะไม่ได้เห็นศิลปิน โมเม้นท์เหี้ยห่าไรเลย มีแต่ชะนีใส่ส้นสูงเดินเหยียบกูไปมา อีเห้…. โกรธ

ส่วนหนึ่งที่เข้าคอนช้า เพราะเพื่อนติ่งอีกคนบินมาคืนวันแรกค่ะ กะจะมาดูวันที่ 2 เหมือนกัน เพราะมีน้องหาบัตรให้ได้ แต่สุดท้ายก็โดนหลอก (เสียใจ รู้งี้กูซื้อโอปป้าคนนั้นไว้เก็งกำไรดีกว่า) เพราะราคาบัตรวันที่ 2 ถีบตัวสูงมากค่ะ ยังกะตลาดหุ้น แต่คนมันมาแล้วทั้งที มันต้องได้ดู ดีนะ กูแอดคาเคาคนที่ขายบัตรผีไว้ เลยติดต่อไปได้ แล้วซื้อจากนาง เพื่อนได้ AR ค่ะ ติดเวทีเลอ ใกล้สะใจ พอเสร็จคอนวันที่ 2 เราไปผับต่ออีกค่ะ ขุ่นแม๊…. ชีวิตเต็มที่จริงๆ ค่ะกรู วันที่ 3 เลยป่วยเลย ฝนตกอีก สรุปคือ ป่วย เสียใจมากที่ไม่ได้ไปหน้าคอน เพราะเค้าเปิดทีวีต่อจอให้ดูข้างนอกด้วย ฮือออออ ร่างป้าไม่ไหวแล้ว ป้าต้องหยุด

จบทริปเกาหลีไปอย่างป่วยๆ ค่ะ แต่ก็มันส์ดี ชีวิต

ต่อกันที่คอนที่ฮ่องกง อันนี้ บัตรผีพรีเซลอีกละ เพราะตอนแรกบอกจัดรอบเดียววันอาทิตย์ พอกูซื้อบัตรผีปุ๊ป แม่งเพิ่มรอบอีก ทีนี้บัตรเหลือเฟือ กดเองจากไทยได้เลยค่ะ ก็เลยดูแม่งสองรอบเลย สะใจ ที่ตัดสินใจไปฮ่องกงเพราะค่าตั๋วและที่พักค่อนข้างถูกค่ะ ไม่ต้องขอวีซ่าด้วย และเคยไปฮ่องกงแล้วก็โอเคนะ อาหารกินได้ คุ้นเคยสถานที่ไม่น่าหลง ปรากฎไปวันแรก อากาศร้อนมาก กูไม่ชินกับคนจีน ตอนนี้คนจีนแผ่นดินใหญ่เยอะด้วย ไม่พูดอังกฤษกับกูอีก ด่าช้งเช้งไปหมด อีดอก! โกรธ กูหงุดหงิดมาก ฮ่องกงที่กูรักมันเป็นอดีตไปแล้วสินะ มีแต่ป้าคนจีนนิสัยเสีย โอ๊ย อย่าให้ด่าอีกเลย ไปที่คอนกัน ก็ต่อแถวตามปกติค่ะ แต่คิดว่ามีคนเนียนเยอะนะแบบแซงเลขอ่ะ เพราะไม่ได้ตรวจกันละเอียด บัตรยืนวันแรก ดีสุดๆ ค่ะ เกาะรั้วตรงฝั่งซ้าย (ก็ไม่รู้หรอกว่าดีโอจะขึ้นกระเช้า) ผังไม่เหมือนกับเกานะคะ แต่แบบอีเห้……ฟินมากกกกก เพื่อนได้ดอกไม้จากเทาอีก ยื่นมากับมือ ทั้งที่เพื่อนเมนคริส เอิ่ม แล้วคือที่นี่เอากล้องเข้าได้หมดค่ะ เลยกลายเป็นการถ่ายคอนเสิร์ตแบบฟินๆ ไม่ค่อยมีคนสนุกกับคอน เสียงกรี๊ดก็แบบธรรมดา โปรเจคก็ไม่สามัคคีกัน แผ่นเล็ก เราว่าเฉยๆ มากแล้วผังเวทีคือไม่ใกล้คนดูเลยค่ะ ค่อนข้างไกล วันแรกก็ฟินกับการใกล้จุดตรงนั้น แต่พออีกวัน เราเลือกไปยืนอีกค่ะ แต่ไกลกว่าเดิม ก็ว่าจะเลือกฝั่งขวาลองดู แต่ก็ตัดใจไม่ได้ ยืนฝั่งซ้ายใกล้คอนโทรลละกัน แนวเส้นกระเช้าเลยค่ะ ปรากฎคือมีเหตุการณ์รอกของกระเช้าดีโอมันดีดกลับ แล้วดีดลงมาที่คนดูฝั่งเรา ซึ่งเรากำลังถ่ายคลิปฟินๆ ใกล้ๆ อยู่ๆ นางก็มาดีดใกล้เรามาก ประมาณ ไม่เกิน 2 เมตร วินาทีนั้นทั้งตกใจ และอยากจับตัวนางไว้ แต่ก็….ทุกคนพยายามดันขึ้นค่ะ เพราะมีน้องๆ เด็กๆ ได้รับบาดเจ็บด้วย ซึ่งตอนหลังชั้นอิจฉามาก เพราะดีโอและซูโฮไปเยี่ยมนางและถ่ายรูปด้วย ฮืออออออออออออออออออออออออ ห่างแค่เพียงเอื้อมมือเอง แต่ถ้าเป็นชั้น ไม่รู้จะสมงสมองไปมั้ย นี่ก็ไม่รู้จะคุ้มมั้ย เอาวะ นี่ก็ใกล้ละ เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างบน ถ่ายคลิปไว้พอดี เลยเอาลงไอจี ปรากฎมีคนเอาไปรีอัพโหลด โกรธมาก ดวกส์ แล้วตอนเราเอาลงบ้าง ซึ่งกล้องเราซูมนะคะ จริงๆ ในเหตุการณ์ไม่ได้ใกล้ขนาดนั้น คือ เห็นหน้าดีโอเหวอชัดมาก เลยกลายเป็นไอจีเรามีคนฟอลหลักพันตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา (ไม่รับฝากร้านนะคะ แต่รับฝากเงิน เอิ่ม) แล้วเราก็ลงคลิปอื่นๆ ด้วย เช่น ลู่หาน หรือเทาไรงี้ ซึ่งวันเดียวกันนั้น เทาก็ตกหลุมค่ะ โอย นี่มันคอนอะไร เจ้าที่ฮ่องกงแรงหรือไง ดีนะ ที่เทาไม่เอาหัวฟาดขอบอ่ะ พี่ลู่จับไม่ทันค่ะ ส่วนตอนปีเตอร์แพน ชานยอลกับไค ก็ไม่ขึ้นจักรยานเหลืองแล้ว แล้วกะจะติ่งในเกตค่ะ อุตส่าห์คิดว่าเอ็กโซจะกลับคืนนั้นเลย กลายเป็นว่าเลื่อนกลับ เพราะอาจจะไปเยี่ยมเด็กๆ ที่บาดเจ็บจากกระเช้าค่ะ (ยังอยากเป็นเด็กคนนั้นอยู่) กลายเป็นแผนนอนค้างสนามบินเป็นหมันไป เพราะเอกโซกลับอีกวันตอนเช้าค่ะ สภาพการนอนสนามบินฮ่องกง มันแย่อ่ะ ไม่รู้สิ 55555 เพลียมาก พังมาก แต่ก็ต้องไปทำงานต่อ เพราะลางานมาแค่นี้ ทริปเฉพาะกิจมากๆ แล้วจากนั้นก็พักค่ะ เพื่อรอคอนที่ไทยเลย อ่อ ลืมเล่า ไปติ่งหน้าเกตตอน EXO มาถึงฮ่องกงด้วยนะ กรี๊ดๆๆๆๆๆ คยองซูคือแบบเตี้ยลืม เห็นแต่เซฮุน ชานยอลว่ะ

คยองซู

ตอนคยองซูกระเช้าร่วงค่ะ หน้าเหวอมาก กล้องเราซูมนะคะ ไม่ได้อยู่ใกล้ขนาดนั้น

 

มาถึงสงครามคอนไทยค่ะ นี่แหละ ประเทศที่ทุกคนต้องแก่งแย่งกัน ตั้งแต่รอบพรีเซลที่ต้องมีสเปเชียลการ์ด ที่แถมมากับอัลบั้มแรก ดราม่ามาตั้งแต่สเปเชียลการ์ด ที่บางคนทิ้งไปตั้งแต่สมัยอัลบั้ม MAMA ค่ะ 55555 ถุยชีวิต ทีนี้ วันจองก็มีน้องไปต่อแถวตั้งแต่ 6 โมงเย็นก่อนวันขาย ที่ทรูสยาม ทั้งที่ทีมงานแจ้งแล้วว่า เริ่มแจกบัตรคิวตอน 10 โมงเช้า ไม่รันคิวที่มาก่อน ปรากฎทีมงานใช้วิธีตั้งแถวแล้วจับฉลากเอาตามดวงเลยค่ะ เพราะฉะนั้นมาก่อนมาหลังไม่มีผลค่ะ เริ่ดตรงเน้ มีน้องๆ ได้บัตรมาจากทุกโซน เปิดขายโซนละครึ่งนึงค่ะ

คอนไทยมีงานแถลงข่าวด้วยนะคะ กว่าจะฝ่าดงคนเข้าไปอีก ร้อนอีก แต่เด็กๆ มากัน 10 คนค่ะ ขาดลู่หาน เหมือนมีสัญญาณเตือนเบาๆ ในช่วงนั้นนะ ว่าต่อไปพี่เค้าจะไม่อยู่ EXO แล้ว แต่ในคอน เด็กๆ เต้นดี สนุกสนานมาก และลั้นลามากค่ะ ดีใจ คอนไทยสนุกมาก เพราะเด็กไทยคือตะโกนเชียร์ทุกคนดังมาก และมีโปรเจคท์เยอะจนหยิบทำตามไม่ทันเลยทีเดียว ประทับใจกับคอนไทยมาก

อ่อ แต่คอนไทยมีติ่งนิสัยไม่ดีบางส่วนนะคะ สำหรับหลุมยืน คือถ้าคนจองบัตรยืนจะรู้ว่า SM True เอาระบบรันเลขคิวมาใช้ และให้คนดูไปตั้งแถวตั้งแต่เที่ยง ปิดคิวตอนบ่าย 3 หลังจากบ่ายสามจะไม่รันคิวอีก และปล่อยเข้าทั้งบัตรพรีเซลและบัตรปกติพร้อมกัน เช่น เลข 001 กับ 701 เป็นต้น ทีนี้เจอติ่งไม่รักษากฎในวันที่ 2 ค่ะ นางไม่ยอมเรียงตามเลขบัตร และมีปัญหาในหลุม BL เพราะรปภ.ไม่ยอมเปิดแผงเหล็กให้เข้าคิวตอนเที่ยงเหมือนวันที่ 1 เลยกลายเป็นพอปล่อยคนเข้า เหมือนปล่อยฝูงลิงวิ่งเข้าป่าน่ะค่ะ ระเบียบอะไรไม่มีแล้ว ทั้งๆ ที่แถวเขียนว่า 701 (ประมาณนี้) แต่กลับไม่เรียงคิวกัน และหน้าด้านบอกว่า ก็พี่รปภ.บอกมาว่าไม่ต้องเรียง เอ๊า น้องคะ กฎมีไว้ทำไม เราวีนเลย โทรหาพี่ที่รู้จักให้มาดูแลรปภ.หน่อย (สตาฟตรวจบัตร) ว่าไม่สามารถควบคุมฝูงติ่งไร้มารยาทเหล่านี้ได้แล้ว แต่รปภ.ก็ไม่ทำไร แถมพ่อแม่น้องบางคนอุตส่าห์มาท้วงติงว่าลูกชั้นโดนแซงคิว ก็ยังยอม อ้างว่ากลัวติ่งวีนแล้วมีเรื่อง เอ้า มึงไม่คิดว่ากูก็มีเรื่องบ้างเหรอ ที่หนักสุดค่ะ สมมติคิวเริ่ม 701 นางคิว 769 งี้ นางไม่ยอมออกไปเรียงลำดับค่ะ นางบอก มาต่อแถวตั้งแต่ 6 โมงเช้า เอ่าน้อง พูดแบบนี้ก็ไม่สวยนะ แล้วงี้ พี่จะรีบไปจ่ายตังค์ให้บัตรคิวดีๆ ทำไมอ่ะ ถ้าน้องจะหน้าด้านด้วยเหตุผลแบบนี้ ไม่ธรรมดานะคะ นางมีคนหน้ามึนแถวหน้า (เพื่อนนาง) เถียงแทนกันด้วยค่ะ เดี๊ยนไม่มีพวกเยอะค่ะ ไม่งั้นมีตบแน่ เด็กๆ บางคนคือ ดูผู้ดีมาก ไม่กล้าเถียง ก็ปล่อย 10 คนแรกแซงคิวไป ซึ่งแบบโกรธมากนะ ทำไมเราไม่ลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเองวะ ยอมให้เค้าแซงงี้เหรอ? น้องรู้มั้ยได้เข้าคนแรกๆ น้องได้เกาะรั้ว มีที่พักพิง ถ่ายคลิป และใกล้ศิลปินมากนะคะ มาถึงหลักๆ ซักคนที่ 100 จะเริ่มเกาะรั้วแถวสองแล้ว มันจะโดนซัดไปซัดมา พี่ไม่แนะนำ ถ้าไม่งั้นก็ไม่ต้องแคร์คิว ยืนเต้นอยู่ข้างหลังแบบฟรีมูฟไปเลยค่ะ พี่แค่เจ็บใจที่โดนคนไม่รักษากฎมาทำแบบนี้

ฝากถึง SM TRUE ด้วยนะคะ รบกวนดูแลสตาฟที่จัดคิว ให้เคร่งครัดด้วยค่ะ อย่าให้เกิดเหตุการณ์ฝูงลิงวิ่งอีก แล้วขอให้บรีฟให้เหมือนๆ กัน เข้าใจตรงกันด้วยว่า เรียงตามเลข อย่ามั่วนิ่ม
สตาฟของ SM ที่เกาหลี นางเชื่อตัวเลขที่เขียนบนข้อมือของทุกคนและตรวจเช็คอย่างละเอียดค่ะ ถึงจะแค่ต่อคิวซื้อบัตรก็ตาม

แต่ถ้าถามถึงความสนุก เรียงความประทับใจ เรายกให้คอนที่ไทยอันดับ 1 นะคะ รองมา เกาหลี เพราะเป็นรอบแรกๆ และคอนที่ฮ่องกง ชอบเพราะถ่ายรูปได้ แฮ่ๆๆๆๆ

ไม่ทันถึงปี แต่บล็อกกูจะดองเกือบปี วันที่ 7-8-13-14-15 มีนา 2015 EXO นางก็ออกคอนเสิร์ตใหม่อีกแล้วค่ะ คุณผู้โชม ถามว่ากูต้องเอาเงินจากไหนมาซัพมันหมดคะเนี่ย ติดตามชีวิตติ่งต่อไปใน episode หน้าค่ะ EXO PLANET#2 จะรอดูว่านางจะมีเพลงใหม่มั้ย คัมแบ็คก็ไม่มี หรือจะหากินกับของเก่าค่ะคุณ จริงๆ คอนพวกนางดูอินเตอร์มากนะคะ สำหรับปีที่แล้ว เพราะมีโปรดิวเซอร์มาจากเมืองนอกมาคุมการแสดงโชว์เลย แต่เด็กๆ ยังดูเกร็งและติดสคริปท์ค่ะ ไม่กล้าออกนอกบท ไม่เหมือนคอนของเอสเจ หรือทงบัง แต่รอบหลังๆ น้องก็พัฒนาขึ้น ไม่ร้องลิปซิ้งค์เยอะ โดยเฉพาะช่วงออกรายการท้ายปี แต่ในคอน 2014 ยอมรับเลยว่าซิ้งเยอะมาก จนเพลีย เรื่องเต้นเราไม่ห่วง ค่าย SM คือทำดีมากอยู่แล้วในเรื่องโชว์) แต่อยากฟังโชว์สดๆ ของน้องนะคะ น้องมีความสามารถ อยากให้ฝึกและแสดงออกมาให้ดูมากกว่านี้

บรัย

Advertisements

รีวิว สอบ TOPIK แบบใหม่

อันยอง…. เอิ่ม กระแดะมาก คือแบบ เล่าก่อนว่าเรียนภาษาเกาหลีมาได้ระยะนึงแล้ว ทุกวันอาทิตย์ วีคละ 3 ชั่วโมงค่ะ เป็นเด็กหลังห้องที่ไม่ค่อยเก่ง ตอนสอบเลื่อนชั้นก็งูๆ ปลาๆ แต่ว่าอาจารย์ใจดี อีนี่ไม่ได้โง่ขนาดนั้น ก็ผ่านมาได้จนถึงหนังสือเล่ม 4 แล้วค่ะ สิริรวมเวลาเรียนก็เกือบ 2 ปีเลยทีเดียวนะคะ
เกริ่นมาก็คือ มันจะมีสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาเกาหลี หรือเรียกว่า TOPIK (Test of proficiency in Korean) น่ะค่ะ จริงๆ จุดประสงค์ที่สำคัญของการสอบก็คล้ายกับ TOEFL,IELTS,TOEIC นะคะ คือเอาไว้วัดระดับความรู้ของภาษาเพื่อใช้ในการสมัครเรียน หรือทำงานค่ะ (แต่ของเกาหลีมีสอบสำหรับทำงานโดยเฉพาะชื่อ EPS อีกนะคะ) ทีนี้เราก็พวกร้อนวิชาน่ะค่ะ อยากลองของ ก็เลยสมัครไปดู ตอนแรกก็ว่าจะเล่นๆ แต่รุ่นพี่ที่จะสอบด้วยไม่ค่อยเล่น ก็เลยเริ่มฟิตบ้าง

วิธีการสมัคร จะสมัครช่วงกลางเดือนสิงหาคมนะคะ ส่งเป็นไปรษณีย์หรือสมัครด้วยตัวเองที่รร.นานาชาติเกาหลี แถวหนองจอกค่ะ เราเองส่งใบสมัครไปกับรร.โคซันค่ะ ไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่เสียค่าสมัคร ระดับต้น (TOPIK 1) 700 ระดับสูง (TOPIK 2) 700 บาทค่ะ ต้องมีรูปถ่ายติดบัตรด้วยนะคะ ระดับละ 2 ใบแล้วก็สำเนาบัตรประชาชน
การกรอกใบสมัครก็มีจุดต้องระวังเช่นกันค่ะ เพราะต้องเขียนนามสกุลก่อน แล้วสะกดเป็นภาษาเกาหลีด้วย

วันสอบ จะเป็นช่วงเดือนตุลาคมของทุกปีค่ะ สำหรับสนามสอบต่างประเทศ จะมีรอบเดียว แต่ถ้าสอบที่เกาหลี จะมี 4 รอบต่อปี ปีนี้ของไทย มีวันที่ 12 ตุลาคมค่ะ
กึบ = Level (มี 6 กึบค่ะ ต่ำสุดคือ กึบ 1 สูงสุดคือ กึบ 6)
TOPIK 1 คือ กึบ 1-2 (สอบได้สูงสุดคือ กึบ 2) มีสอบฟังกับอ่าน
TOPIK 2 คือ กึบ 3-6 (คือรวบตึง กึบ 3-4 กับ 5-6 มาเลยทีเดียว) มีฟัง อ่าน เขียน
TOPIK-Kosan
เตรียมตัวก่อนสอบ
สามารถดาวน์โหลดข้อสอบเก่ามาซ้อมทำได้จากเว็บนี้ ทั้งเทปเสียงด้วยค่ะ http://www.topikguide.com (ข้อสอบย้อนหลังอยู่ที่ http://www.topikguide.com/previous-papers)
หรือจะดาวน์โหลดแอพมาไว้เล่นในมือถือก็ได้ จะได้ไม่ต้องปรินท์ลงกระดาษให้เปลือง แถมยังอยากหาคำแปลคำไหนก็แค่จิ้มค้างไว้เท่านั้นเอง ชื่อแอพ TOPIK ONE (beginner) กับ TOPIK ONE (intermediate) และ TOPIK ONE (advance) หน้าตาแบบนี้

IMG_2304.PNG

วันสอบ ต้องไปรับบัตรประจำตัวก่อนเวลาสอบจริงนะคะ เพราะนั้นเราเลยไปถึงแต่ไก่โห่ เพราะเส้นทางค่อนข้างซับซ้อนและไกลมากกกกกกกกกกก นี่ขนาดบ้านเราอยู่บางกะปินะ
แล้วโรงเรียนคือ อยู่ในทุ่งนาซับซ้อนมาก อีกนิดนึงคือฉะเชิงเทราละ คุณพระ ดังนั้นหลายๆ คนจึงมักรวมตัวกันมาสอบ เช่ารถตู้มาค่ะ แต่ทางโรงเรียนมีรถตู้รับส่งจากตลาดมีนบุรีให้ตอน 8.00 น. นะคะ
ตอนเข้าห้องสอบก็ต้องเข้าก่อนเวลา เพื่ออธิบายวิธีการสอบ ซองที่แจกให้คือเอาไว้ใส่มือถือนะคะ ต้องเขียนเลขที่สอบไว้หน้าซอง คือ จริงๆ ตอนแรกไม่รู้ 5555 เห็นคนอื่นทำเลยทำตาม ส่วนกระเป๋าเอาไว้หน้าห้อง
การกาข้อสอบจะต้องใช้ปากกาที่แจกให้เท่านั้น มีสองด้าน หัวเล็กไว้เขียนชื่อ หัวใหญ่ไว้ระบายช้อยส์ (ใช้ดี๊ดี เลยเอามาใช้งานต่อ)

Monami pen
สำหรับ TOPIK II มีส่วนของการเขียนด้วย แนะนำให้พกดินสอและยางลบไปด้วยค่ะ
วิธีการลบหากกาผิด สามารถยกมือให้ผู้คุมสอบมาลบให้ได้ แต่ถ้าไม่อยากเสียเวลา ให้เอาที่ลบคำผิดแบบเทปไปค่ะ ห้ามใช้แบบลิควิดเด็ดขาด

TOPIK I มีการสอบแค่ 2 ส่วนค่ะ คือฟังและอ่าน ช่วงแรกจะฟังก่อน ซึ่งจะพูดค่อนข้างช้าและย้ำสองรอบ ก็เหมาะสำหรับขั้นต้นดีค่ะ ส่วนอ่านพูดเลยว่านี่ชะล่าใจ คิดว่าอีกชั่วโมงนึง ชิวๆ ที่ไหนได้ ไปๆมาๆ ทำแทบไม่ทันค่ะ กามั่ว (เพราะจริงๆ ก็ไม่รู้ตอบไรดีอ่ะนะ)
พอสอบเสร็จก็จะพักกลางวันค่ะ ถ้าใครอยากแอดแวนซ์ก็รอสอบ TOPIK IIได้เลย แนะนำว่าควรเตรียมเสบียงอาหารมาจากบ้านนะคะ เพราะหน้าโรงเรียน มีแค่ซุ้มของชาวบ้านแถวนั้นมาขายค่ะ อาจจะคนเยอะ บางกลุ่มคือมาเป็นหมู่คณะ เช่น จากมหาลัยหรือบริษัท ก็ชิวดีค่ะ มีฝ่ายเสบียงเตรียมอาหารให้เรียบร้อย
เริ่มสอบ TOPIK II กันค่ะ พูดเลยว่าหนังท้องตึง(ไม่มาก) แต่หนังตาและสมองหย่อนไปแล้ว พูดเลยว่าช็อค เพราะคิดว่าไม่น่าจะยากขนาดนี้ แต่มันยากมากกกกกกกกกกกก เพราะรวมเลเวลทั้ง 4 เข้าด้วยกัน ไม่มีความง่ายตรงกลางค่ะ ข้อสอบฟังคือพูดเร็ว เสียงอู้อี้แก่ๆ เหมือนอาจอชี่เจ้านายแก่ๆ พูดในลำคอน่ะค่ะ แล้วแบบพูดเร็วมาก รอบเดียว ช็อค! ตั้งตัวไม่ทัน คือ ต้องรู้ศัพท์เยอะมากนะคะ ก่อนจะมาสอบเลเวลนี้ได้ แล้วคือข้อสอบอ่านคือ บทความยาวเกือบเต็มหน้า ถามมา 2 ข้อ แล้วช้อยส์คือ ยาวอีก จะซับซ้อนไปไหน คือง่อยแดกค่ะ นั่งกาให้หมดทุกข้อ แล้วเขียนคือเป็นหัวข้อนะคะ แล้วมีสองข้อ ข้อนึง 200-300 ตัวอักษร อีกหัวข้อคือ 600 ตัวอัพ คือ จะเอาไรไปเขียนคะ ไหนจะเวลาอันน้อยนิด เพลียจ์ค่ะ บวกกับอาหารกลางวันน้อยเกินไป ทำให้หิวจนตาลาย มือสั่นตอนออกจากห้องสอบเลยค่ะ โกรธก็โกรธ ทำไมกูต้องมาทำตัวเองให้ลำบากด้วยวะ ทำก็ไม่ได้ แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์นะคะ สำหรับการสอบวัดระดับทางภาษาที่จะได้ทดสอบความรู้ตัวเองไปในตัว ทำให้เราขยันท่องศัพท์มากขึ้น
ตอนไปสอบ เราดูข้อมูลจากบล็อกนี้นะคะ ค่อนข้างละเอียดทีเดียวค่ะ คุณคุกกี้รูปปลา คนนี้ได้ทุนเรียนต่อเกาหลีด้วยค่ะ เก่งมากๆ

ส่วนบล็อกเรา เป็นแนวเล่าประสบการณ์เนาะ ไร้สาระ มีไร ถามได้ในเพจนะคะ Facebook.com/POMPOKOBLOG ค่ะ

บล็อกหน้า ยังมีทริปติ่งเกาหลี (คอนเสิร์ต 6 รอบของเรา), ทริปเนเธอร์แลนด์, ทริปเกาหลีหน้าร้อนจั๊กเปียกเที่ยวแต่ทงแดมุน และทริปเกาหลีตอนใบไม้เปลี่ยนสี และอยากมีบล็อกประสบการณ์ติ่งระดับ intermediate ของเรา โอ๊ย เยอะมาก เอาเวลาไหนเขียน ประเด็นคือมึงดองบล็อกได้เปรี้ยวมากละนะ เสียดาย อยากแชร์นะคะ แต่เวลาทำบล็อกมันต้องใช้เวลา

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง Day6-7: เก็บตก รวบตึง

ม่รู้จะเขียนไรดี หลังจากฟินไปในวันที่ 5 ของทริปแล้ว ที่เหลือคือโบนัส เอิ่ม 5555

ช่วงนั้นกำลังเข้าสู่ต้นเดือนเมษาค่ะ แต่อากาศก็ยังเย็นบ้าง อุ่นๆ บ้าง วันต่อมา เราเลยไปดูดอกบ๊วยบานที่ยออึยโด (Yeouido) ออกเสียงยากเลย ออกเป็นยออีโดละกันนะ
เราไปไม่ทันกับกรุ๊ปพี่เปรียวค่ะ แถมหลงด้วย อนาถแท้ เวลาลงสถานียออิโดมันมีหลายอัน บางอันก็ไปสถานีโทรทัศน์ KBS บ้างไรบ้าง
สรุปคือ วันนั้นเสือกเป็นวันที่มรสุมเข้าหรืออะไรซักอย่างเนี่ย ลมแรงมาก หนาวมาก ขนาดชะนีเกายังบ่น(อ้อนผัว) เลยว่า หน๊าวหนาวอะตัว
วันนั้นคือ จะลองไปดูดอกบ๊วยในเมืองซิ ว่าจะสวยเท่าจินเฮมั้ย ปรากฎ ลมแรงมาก ดอกปลิวค่ะ ฝุ่นเข้าตา สรุปคือ Horrible มาก ใช้คำนี้ละกัน
หน้าเน่อ ผมกระเซิง เปียกไปหมดค่ะ หมดสภาพ ว่าจะถ่ายรูปคู่ดอกบ๊วยอีกซักหน่อย แม๊ง….
แถมจะไปซื้อกาแฟ ร้านก็ปิดอีก เออ กูชื่อมิสชัตดาวน์ของจริงละ

Yeouido

sakura

เอาล่ะ เป็นวันเก็บตก เราก็ไปทุกที่ๆ อยากซ้ำอ่ะ แล้วพอตอนเย็นๆ เจ้าของเกสเฮ้าส์ก็นัดให้ไปดูเกสเฮ้าส์ใหม่ที่กำลังจะเปิดที่ จงกัก (Jonggak station) ชื่อว่า Hi5 hostel ค่ะ
คือใกล้กับรถใต้ดินมาก แล้วใหม่มาก (คือตอนไปยังไม่แกะพลาสติกเลยอ่ะนะ) มี 4 ชั้นค่ะ ห้องก็น่ารักดี มีมาม่าให้กิน นางถามว่าอาหารเช้า แทนที่จะเป็นนมกล้วย ให้เป็นน้ำข้าว (กระป๋องเหลืองๆ) นี่ดีมั้ย กับ Choco pie (คนเกาหลีเป็นอะไร ชอบขนมนี้มากเหรอ?) นางก็ให้ลองกินค่ะ เราก็แบบ ยูๆ นี่มันไม่ใช่อาหารเช้าของคนเอเชีย ยูเอามาม่าหรือขนมปังปิ้งแบบเดิมเถอะ
วันนั้นนางก็พาไปกินร้านเหล้าค่ะ สั่งมอกกอลีกับชอนอีกแล้ว เสร็จกู ชะนีแดกกับแกล้ม มีเพื่อนนางอีกสองคนค่ะ เป็นผู้ชายอายุเท่าเรา (ไม่บอกเนาะว่า 30 อัพ) เรานึกว่าเด็กมหาลัยค่ะ!!!
คุณพระ เคยได้ยินมาว่าคนเกาหลีหน้าเด็ก ไม่คิดว่าจะเด็กขนาดนี้ กูอายมาก อยากจะทาลาแมร์กลบหนังหน้าสุดๆ แต่แบบไม่ทันแล้ว ตอนนั้นทาลาแมร์ก็หน้าลอกเป็นขุยเลย ต้องโปะนีเวียตลับฟ้า ราคา 2000 วอน (60 บาท) ประทังผิวไปวันๆ อ่อ เค้าก็มีธรรมเนียมเนาะ ผู้น้อยต้องรินให้คนแก่กว่า ชะนีก็ต้องรินให้ผู้ป่ะ? (กูก็เขินๆ แต่นางก็ดูเป็นมิตรดี ก็ทำก็ได้)
มอกกอลีนี่ใครกินก็เหมือนจะอร่อยนะคะ แต่ดูแต่ละคนที่กิน ดูเมาง่ายจัง ดังนั้น ชะนีอย่าเห็นว่าเป็นเหล้าข้าว หวานๆ มันก็แรงอยู่นะคะ

Chon near Jongkak
ร้านเหล้าที่เจ้าของเกสเฮ้าส์พาไปกิน

พอกินเสร็จก็ต้องรีบบึ่งไปติ่งที่ร้านแม่ของสามีเพื่อนค่ะ คือ Grill 5 taco ร้าน ทงเฮ Super Junior
วิธีการคือ มาลงที่ฝั่งตรงข้าม ห้างแกลเลอเรีย อับกูจอง เดินเข้าซอย หาร้าน KFC เลี้ยวซ้ายเข้าซอย 152 ร้านอยู่ในซอยแยก ที่อยู่ 88-10 ชั้น 1 อาคาร Sambo (서울 강남구 청담동 88-10 삼보빌딩1층) ถ้าใช้รถใต้ดิน สายสีเหลือง Apgujoeng ro-deo station (Credit มาทวงเอานะจ๊ะ ก๊อปมาจากเพื่อนอีกทีค่ะ)

maps2

grill5taco

เจอแม่ทงเฮด้วย คุณแม่น่ารักมาก กูนึกว่าป้าทำความสะอาดร้าน แกขยันมาก ทำงานทุกอย่างในร้าน น้องที่ไปบ่อยๆ นางบอกว่า เนี่ย เวลาสั่งน้ำแล้วอย่าทิ้งแก้วนะ หรือเอาแก้วออกจากร้าน คุณแม่จะค้อน เพราะคุณแม่จะเอาแก้วมารีใช้ใหม่ แต่เปลี่ยนหลอดเอาค่ะ เอิ่ม
อาหารแนะนำคือ ชีสฟราย เอิ่ม ได้ข่าวว่าขายทาโก้ ที่เราชอบจะเป็นไก่ฮาวายมั้งคะ จำไม่ค่อยได้ แต่เราไม่กินเนื้อเลยไม่ได้ลอง หมูเฉยๆ

Me with Donghae omma

ก่อนนั้นเราแวะร้าน Kona Beans ของคุณแม่คยู ซองมิน และอีทึกค่ะ
พิกัด :
13 Apgujeong-ro 42-gil (640-9 Sinsa-dong) Gangnam-gu
มีติ่งไปนั่งเฝ้าคุณแม่คยูเต็มเลยแฮะ คุณแม่คยูนี่คนละลุคกับคุณแม่ด๊องเลยนะคะ ดูคุณนายมาก ดูไฮโซอ่ะ กูกลัว แต่หน้าเหมือนคยูได้อีก ไม่ต้องบอกเลยว่าแม่ใครอ่ะ
วันนั้นเห็นพี่สาวคยูด้วยมั้งคะ แต่เราไม่รู้ว่าคนไหน เราว่าไอดอลที่มีตังค์หน่อย ควรเปิดกิจการให้ครอบครัวดูแลนะ เพราะอย่างน้อยจะมีติ่งที่อยากใกล้ชิดดารา ขอแค่ไปนั่งที่ร้านก็พอใจ มาช่วยอุดหนุนกิจการตลอดอยู่แล้ว แล้วถ้าอร่อยนะ ก็ยิ่งติดตลาดไปเลย โดยไม่ต้องโปรโมทมาก

Konabeans

coffee drinker
รวมกาแฟที่ฉันกิน (แต่ไม่ได้ถ่ายรูปทุกวัน)

food

วันสุดท้ายก็ไม่มีไรค่ะ กลับถึงไทย ด้วยสายการบินเจจูแอร์ที่โกลาหล เพราะเพชรชี่ กระเป๋าขึ้นเครื่องไม่ได้ ต้องโหลดเพิ่มเสียตังค์ ทีนี้ดันพาสปอร์ตติดไปกับพี่อีกคน
หากันทั้งสนามบิน รอบที่แล้ว กูตกเครื่องเจจูนี่แหละค่ะ เลยฝังใจมาก กูจะมาตกอีกรอบไม่ได้แล้วนะ
สุดท้ายก็วิ่งสู้ฟัดที่ตม.ค่ะ Duty free ก็ไม่ต้องทำละ ไม่ทันละ เฮ้อ….. ชีวิต

กลับมาก็ร่างพังนะคะ แต่ก็สนุกดี ไปนานสุดละรอบนี้
แต่ยังค่ะ บอกไว้แล้วว่าดีกรีติ่ง EXO เรายังไม่จบ เหลือคอนเสิร์ตอีก 2 รอบที่เราจะต้องเขียนถึงก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ที่กรุงเทพฯ และทริปเดือนก.ค. ฉลอง 10 ปี การไปเกาหลีครั้งแรกของเราอีก โอย….. ติดตามกันต่อนะคะ

อันนยอง…..

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง Day5: โอปป้า ซารังเฮ!

อุ่ย เกริ่นเอาไว้ขนาดนี้ ก็คงรู้จุดไคลแมกซ์แล้วชิมิคะ วันนี้จริงๆ เป็นวันที่พี่เปรียวจะไปทำธุระแถวอัปกูจองค่ะ
หลังจากที่เราวืดหน้าตึกในคืนแรกของทริปไปแล้ว เราก็เลยคิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ ไปแถวอัปกูจองทั้งที ก็เอาของขวัญที่เตรียมมาไปหน้าตึกซะหน่อยแล้วกันโนะ

day5
เลยออกตัวไปจิบกาแฟเบาๆ แถวอัปกูจองค่ะ แล้วเดินไปอัปกูจองโรดีโอ ถนนที่มีคนหน้าตาดีเดินเยอะมาก (โดยเฉพาะตอนเย็น) ให้อารมณ์ทองหล่อนะ แบบรถสปอร์ตขับกันเยอะ คนรวยนี่รวยจริงๆ พอทำธุระกับพี่เปรียวเสร็จก็กะจะไปกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ตของแกลเลอเรีย เห็นว่าโอเคอยู่ แต่พอไปถึงก็คนเต็ม เลยจะเปลี่ยนไปร้านไก่ทอดซอส 18 อย่างแถวกาโรซูแทน เพราะคิดว่าใกล้ๆ เลยจะนั่งแท็กซี่จากหน้าแกลเลอเรียไป (นึกภาพสถานีอัปกูจองโรดีโอ) โบกแท็กซี่ 3 คันไม่ไป นางบอก ใกล้ไป เดินเอาสิ เวงกำ กว่าจะหารถเมล์ไป ก็ผิดสายอีก เลยลงที่สถานีอัปกูจองแล้วนั่งรถใต้ดินไป ชัวร์สุด กูเพลียจ์

กว่าจะถึงสถานีชินซา ประตู 8 เราก็หิวโซ พร้อมกินได้ทุกอย่างแล้วค่ะ ขนาดเดินผ่านแมคโดนัลด์ยังจะแวะ แต่ก็ยังดื้ออยู่ เพื่อไปร้านไก่ทอด แล้วพบว่า มันปิด (เปิดบ่ายสาม ตอนนั้นบ่ายโมง) เอาวะ เดินไปกินไก่ยอลบงของเว่นที่ปากซอยกาโรซูก็ได้ แม่งเดินมาร้านเว่นย้ายไปในซอยค่ะ จากนั้นพี่เปรียวก็ตั้งชื่อให้เราใหม่ว่า มิสชัตดาวน์ แม่งไปไหน ร้านปิดหมด จนสุดท้ายได้มากิน School food สาขาที่ EXO มาถ่ายทำค่ะ โฮ่…….. อาหารแนะนำคือ อุด้งบุลโกกิ (เพื่อนบอก สไปซี่ต๊อกชีส ก็อร่อย) มีสาขาที่ไทย เนื้อไม่ค่อยเหมือนกันนะ แต่ซอสอร่อย มีสองสาขาแล้วตอนนี้ (สยามเซ็นเตอร์ชั้น 4 กับเมอคิวรี่วิลล์ ชิดลม – ขอค่าโฆษณาด้วยค่ะ)

schoolfood
School Food

แล้วก็เดินชมวิวซักพัก เราแยกไปติ่งหน้าตึกค่ะ กะว่าเอาวะ ไม่เจอเด็กก็ทิ้งถุงไว้ที่ลุงยามหน้าตึกแล้วกัน ผลไม้ไทยน่าจะถูกใจคนเกาหลีเนาะ (ตอนนั้นไม่รู้จริงๆ ว่าเด็กๆ มันชอบขนมกรอบๆ นิ เด๊กเด็กอ่ะ) ตอนเราเดินไปตึก (ตอนนั้นเหมือนเพื่อนบอกแล้วว่าเด็กเข้า) คราวนี้เราจะไม่อ้อยอิ่งแล้วค่ะ รีบเดินไป แผนที่ก็รู้แล้ว ชิวมาก พอไปถึงก็กะจะรอซัก 1 ชั่วโมง (สำหรับเรานานมากนะ เราไม่ชอบรออะไรจริงๆ) ตอนแรกจะกลับตั้งแต่ 15 นาทีแรกละ แต่เพื่อนในกรุ๊ปติ่งห้ามไว้ บอกว่ารอเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้ว ปรากฎ รอแค่ 20 นาทีกว่าๆ เด็กๆ ก็ออกมาค่ะ คือ EXO-K ออกมาทั้งกรุ๊ปเลย โอ้ แม่เจ้า……. พูดไม่เป็นภาษาคนแล้วจุดนั้น เมเนมาลากคอเด็กคนนึงออกไปจากทางด้วย แล้วเสียงดังมาก โวยวาย ด่าทอสุดๆ ฮือ….อย่าโหดเลยโอปป้า

sm town
ก่อนออก
เราก็แบบเอาไงดีวะ ของที่เอามาฝากเนี่ย ไม่อยากแบกกลับแล้วนะเว้ย เอาวะ ระหว่างที่เค้าเหมือนรอไรซักอย่าง เราก็เดินไปหาเมเนเจอร์แบบสุภาพ (แต่กูแต่งตัวสก๊อยแสด) ยื่นถุงให้ พร้อมบอกว่า “เมเนเจอร์ชิ ดีโอชิ ซอนมุล” ภาษาเกาหลีกระท่อนกระแท่นจากเด็กหลังห้อง นางถามย้ำ “ดีโอ?” เราตอบ “เน่….ดีโอชิ แทกุกซารัมแพนอีเยโย” (ค่ะ ให้คุณดีโอนะ เป็นแฟนคลับจากไทยแลนด์จ้า) นางก็รับถุงแล้วยื่นเข้าไปในรถค่ะ คุณพระ…..โอเคอ่ะ จะเอาไปทิ้งไปทำไรก็เชิญละ กูฟินละ กูจบ กูโอเค เออ จะร้องไห้เลยตอนนั้น พูดตง……สรุปคือ วันนั้น หลังจากน้องๆ ออกจากตึก เราก็เดินยิ้มไม่หุบออกมาจากตึกเลยค่ะ เหมือนคนบ้า เดินออกมาหน้าอัปกูจองแล้วยังไม่หยุดใจสั่นเลยอ่ะ ครุคริ

DO-140404
DO-140404-2

จะเดินเร็วไปไหนแก…. ตัวก็เล็ก ชั้นแคพแทบไม่ทัน

คือ โคตรฟินอ่ะ ในที่สุดเราก็ได้เจอกันใกล้ที่สุดเท่าที่ดีกรีความติ่งเราจะพาไปเจอนะ น้องตัวเล็กมาก ไม่มีออร่าได้อีก คือแบบคนออร่าสุดๆ จะเป็นชานยอลนะคะ รองมาแบคฮยอน เซฮุน ส่วนไค กับจุนมยอน ดูยากมาก ปิดหน้าอ่ะ ดูคลิปได้ที่ไอจีเรา (@pompoko35) คือตอนนั้นเพิ่งชอบได้ไม่นาน ก็คลั่งชิบหายแล้ว นี่แบบไม่คิดว่าจะได้เจอ (แต่หวังฝุดๆ ว่าจะเจอ) แล้วได้เจอ มันแบบ…เพิ่มดีกรีติ่งเรามากๆ ค่ะ 55555 กลับมาก็ขายบ้าน ขายรถ เตรียมเป็นสาวก EXO เต็มที่เลย

เทคนิคการติ่งหน้าตึกที่เพื่อนสอนไว้คือ
1. หาทำเลดีๆ ที่รถต้องมาจอด
2. ถ้าผูกมิตรได้ให้คุยกับติ่ง แต่ปกติ ติ่งญี่ปุ่นจะไม่ชอบคุย ติ่งเกาหลีมากันเป็นแกงค์ ติ่งไทยเป็นแกงค์เสียงดังก็มี ติ่งเมกาใต้ก็มา พูดเลยว่ามาคนเดียวแอบจะเปลี่ยว แต่เอาเถอะ ถามไปเลย อย่าได้อาย
3. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ถ้าคิดจะปักหลักนาน ให้พกแบตสำรอง น้ำดื่ม ขนม ถ้ามีเพื่อนไปด้วย ให้เพื่อนช่วยส่งเสบียง
4. หาทีมงาน (ถ้ามี) ทีมงานของเรามีหน้าที่คือ หาเสบียง ถ่ายรูป ถ่ายคลิปเป็น second source กันขาดกันเหลือให้เรา เพื่อนที่อดทนรอกับเรานี่ต้องอดทนมากนะคะ
5. เวลาถ่ายตอนออกมาจากตึก ควรถ่ายเป็นคลิป แล้วเอามาแคพเอา เพราะมันเร็วมาก บางคนก้าว 2 ก้าวถึงรถแล้ว คือ ไม่ถึง 5 วิ อะที่เราจะได้เห็นเค้า
6. เวลารอ อย่าไปกรี๊ดมาก บางทีมโนว่ามาขึ้นลิฟท์ ติ่งก็กรี๊ดละ เอิ่ม อย่ากรี๊ดสิแก ศิลปินเค้าตกใจ มึงติ่งกันเงียบๆ ไม่ได้หรอวะ
7. ถ้าเมเนเจอร์ออกมาไล่ แปลว่าใกล้เวลาออกแล้ว เตรียมอุปกรณ์เลยจ้า
8. ถ้ารถมาจอด หลีกทางให้รถจอด อย่าไปเคาะกระจก หรือส่องดูเลยแก น่าเกลียด
9. ติดตามข่าวจากซาแซงให้ไว ไม่รู้สายเค้ามายังไง ไม่เคยทันตอนเข้าตึก แต่เรากะเวลาออกตึกไม่ได้ บางทีคนเค้าก็รอหลายชั่วโมง
10. ต้องเสียเวลาจากการได้เที่ยวมาเฝ้าหน้าตึกนะ ถ้าไม่คิดจะเสียดายเวลา ก็นั่งไปเลยจ้า ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าไม่เคยมาเที่ยวเกาหลี แล้วจะมานั่งเฝ้าแต่หน้าตึก พี่ว่ามันน่าเสียดายนะ ออกไปใช้ชีวิตดีกว่า
11. เวลาศิลปินออกมา อย่าเข้าไป approach เพราะจะโดนเมเนเจอร์ลากคอเอานะคะ ศิลปินที่นี่ไม่ค่อยมีโมเม้นท์รับของเท่าที่อื่นอะ รอแก่กว่านี้ก่อนเถอะ แทบจะยื่นมือมาเอง (คุ้นๆ เนาะ)

นี่ด์ วันนี้สาระไม่ค่อยมี คือแค่อยากอวดว่าได้ไปติ่งหน้าตึกน่ะนะ 55555
ตอนดึกก็ไปเปลี่ยนชุด ออกไปคลับค่ะ (เคยพูดว่าออกไปผับ คนเกาหลีตกใจ เพราะผับของเค้าคือ อโคจร โลกีย์มากๆ) พอดีมีคนรู้จักของพี่เปรียวเป็นดีเจที่คลับนี้ชื่อ Van Guard ค่ะ แถวโรงแรมฝั่งคังนัม เราก็แต่งชุดอย่างเกาะอก ส้นสูงไปเลยเนาะ ปรากฎ ไปเจอคนในคลับใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์มางี้ รมณ์เสีย เพลงก็ไม่ใช่สไตล์อ่ะค่ะ บุหรี่สูบเต็มไปหมด ป้าจะเป็นลม เกือบจะกลับละ พอดีเจอดีเจเลิกงานพอดี เลยขอถ่ายรูป หืม….เด็กหนุ่มอายุ 20 นี่มันตัวแน่นดีจริงๆ อุ่ย…..หลุดอะไรออกไปนะเรา 55555555 กลับบ้านดีกว่า

vanguard

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง Day3: ไปปูซานและจินเฮ ดูดอกไม้บาน

IMG_0955

เรียกว่าเป็นทริปที่ทำอะไรแปลกใหม่กว่าที่เคยเยอะนะคะ หลายครั้งที่ผ่านมา ไม่นับครั้งแรกที่มากับทัวร์ ปกติเรามักใช้เวลากลางวันเดินมยองดง อัปกูจอง กาโรซู แล้วใช้ชีวิตค่ำคืนที่ทงแดมุน ฮงอิก เท่านั้น ครั้งนี้เพิ่งเคยมาตอนที่ดอกไม้บานค่ะ ปกติดอกบ๊วยจะบานช่วงต้นเมษาเป็นต้นไป จะบานไล่จากทางใต้ของเกาหลีขึ้นมาโซลค่ะ และที่จินเฮ (Jinhae) เมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ก็มีงานเทศกาลนี้โดยเฉพาะ โปรโมทกระหน่ำทาง KBS World ทีเดียว แล้วเมืองนี้สามารถนั่งรถต่อจากปูซานได้ค่ะ เราเลยกะจะแวะไปปูซานดูซักครั้ง ตอนแรกกะจะไปวันที่ 4 ของทริปค่ะ แต่เกิดเปลี่ยนแผน เพราะกลัวจะไปชนกับงานเทศกาลไรด้วย แล้วก็มีนัดด้วย เลยเลื่อนมาเร็วขึ้น (ข้อมูลของงานที่จินเฮ http://english.visitkorea.or.kr/enu/SI/SI_EN_3_2_1.jsp?cid=700520)

*** คำเตือน รูปกระหน่ำมาก เน็ตสามจีใครไม่พอ ขอให้โทรไปซื้อเพิ่ม หรือใช้ไวไฟจะเริ่ดมาก ***

ดอก cherry Blossom หรือดอกบ๊วย หรือดอกซากุระ ชาวเกาหลีเค้าเรียกว่า พอต-กต (벚꽃) นะคะ อย่าไปเรียกซากุระแบบญี่ปุ่นนะ อย่างน้อยเรียกว่า Cherry blossom ก็ยังดี ให้เกียรติเค้าหน่อย เค้ามีพยากรณ์เลยว่าจะบานกี่เปอร์เซ็นต์ที่ไหนยังไง ที่จินเฮ เริ่ม 1-10 เมษาค่ะ ส่วนที่ยออิโดของโซล จะบานช่วง 12-20 เมษาที่ผ่านมาค่ะ ใครไปเที่ยวเกาหลีปีหน้าก็อย่าลืมแวะไปนะ (ข้อมูลเพิ่มเติม http://english.visitkorea.or.kr/enu/SI/SI_EN_3_6.jsp?cid=957144) ** แต่ปีนี้บานเร็วกว่าเดิมอีก แถมพายุเข้า เพื่อนที่ไปยออิโดบอกว่า ร่วงหมดแล้ว ตอนสงกรานต์ค่ะ

แต่หนทางใช่ว่าจะง่ายค่ะ ถึงเราจะศึกษามาอย่างดีแล้วว่า มีรถไฟ KTX กี่รอบที่ไปปูซาน หรือไปจินเฮ แต่เราก็ชะล่าใจ คิดว่ามาซื้อได้เลยที่ Seoul station ปรากฎมาถึง ที่นั่งเต็มค่ะ ถอดใจละ กะจะไปวันอื่น แต่ก็เอาวะ ไหนๆ ก็แต่งมาเต็มละ ไปวันนี้แหละ แต่เราต้องจองตั๋ว KTX ทางออนไลน์แล้วปรินท์มาซื้อที่ Seoul station เท่านั้นค่ะ (จองตั๋วที่เว็บนี้ http://www.korail.com/en/) ถ้าจองมากกว่า 2 คนจะถูกลง ให้เลือกแบบ Saver ตกคนละ 60,400 วอนค่ะ เราไปเช้าเย็นกลับก็ซื้อวันเดียว เปรี้ยวได้หมด ยกเว้นรถใต้ดินกับบัสค่ะ พอจองเสร็จ อย่าคิดว่าทุกอย่างมันดิจิตอลนะคะ ที่นี่ยังต้องการกระดาษค่ะ ต้องไปปรินท์แล้วเซ็นค่ะ ถ้าจองตั้งแต่อยู่ไทยจะดีมาก ปรินท์ไปเลยค่ะ ตอนนั้นเราก็ใช้เน็ตในมือถือจองแม่งเลยตรงนั้น แล้วลงไปปรินท์ชั้น B2 ค่ะ แผ่นละ 1000 วอน แต่พนักงานนางเบลอ บอกชั้น 10,000 วอน เวนกำ (เทนเต๊าซั่น) คุยไปคุยมา ป้ายบอก 1,000 เอ่า นางพูดอังกิดผิดค่ะ เพลีย แล้วจากนั้นก็มาเซ็นและจ่ายบัตรเครดิตต่อหน้าพนักงานซื้อตั๋ว และสามารถออกตั๋วไปและกลับได้เลยค่ะ โดยเป็นตั๋วแบบ one day ค่ะ เราเลือกลง Busan และกลับจาก Masan ที่ใกล้จินเฮที่สุดค่ะ

IMG_2706

จองในมือถือก็ได้นะ

IMG_2763
นีด์ ยังมาเถียงชั้นอีกว่า 1 หมื่น ในรูป 1 พันนะยะ

Seoul station
มีร้านอาหารขายเอาไว้ซื้อกินบนรถได้นะคะ มีคิมบับ ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว (ห๊ะ) ขนมปัง ราเมน ค่ะ หรือจะซื้อเครื่องดื่มกินบนรถไฟก็ได้

เราใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงจาก Seoul station ถึงสถานี Busan (ปูซาน) นะคะ พอออกมาก็จะไปหาดแฮอุนแด (Haeundae Beach 해운대해수욕장) กัน ซึ่งดูจากรูปแล้วก็เฉยๆ นะ แต่ไหนๆ มาละก็ไปซะหน่อย นั่งรถบัสไปค่ะ หน้าสถานีรถไฟเลย หรือจะนั่งซับเวย์ก็ได้ ลงสถานีชื่อ HAEUNDAE แต่เดินไกลกว่า รสบัสคือ ถึงเลย นี่หัวเมืองใหญ่นะ มีรถใต้ดินเยอะเหอะ อิจฉาจุง อยากมีรถไฟความเร็วสูงไปเชียงใหม่ ภูเก็ต และเที่ยวในเมืองได้แบบนี้ นั่งมาประมาณ 30 นาทีก็ถึงหาดค่ะ เอ๊ะ นี่หาดทุ่งวัวแล่นป่ะเนี่ย ชุมพรยังสวยกว่า ฮ่าๆ แต่ก็ถ่ายรูปเก็บแล้วไปกินอาหารในย่านตลาดค่ะ

Busan
ถึง KTX สถานี Busan แล้ว….มีรถ City Tour Bus 2 สายนะคะ วนสองทาง มีรายละเอียดในเว็บ Busan ค่ะ

haeundae
ใช้รถบัสสะดวกกว่า ไม่ต้องเดินไกลค่ะ ลงปุ๊ป หาดปั๊ป ถามว่าสวยกว่าทุ่งวัวแล่นมะ

IMG_0900

เลือกร้านที่ดูมีแฟรนไชส์ แล้วสั่งเมนูที่เรากินเรียกว่า นักกึมแช 낙금새 เป็นหม้อไฟต้มยำปลาหมึก มีกุ้งจิ๋วนิดหน่อย กิมจิเครื่องเคียงกับสาหร่ายอร่อยเฟ่อ ข้าวในบาตรค่ะ ถูกละค่ะ เรียกว่าบาตรน่าจะเหมาะ หมดไปคนละ 10000 มั้ง จริงๆ ไม่รู้หรอกอะไร ชี้ๆ ตามคนอื่นไป 55

IMG_0890
ก่อนปลาหมึกจะสุก

IMG_0897
สุกแล้วไปไหน?

IMG_0898
อยากให้รู้ว่าอร่อยแม่ก

จากนั้นก็นั่งรถใต้ดินกลับมาท่ารถบัสระหว่างเมืองค่ะ อันนี้ใช้เวลาเยอะเหมือนกันนะคะ เกือบชั่วโมงแน่ะ
ไปที่ท่ารถตามรูปค่ะ แล้วก็…วิ่งดิเอ๋วิ่ง ซื้อตั๋วจินเฮ ราคา 5100 วอนค่ะ รอรถเหมือนเอกมัยงี้ พอรถออก ระหว่างทางดันเห็นดอกซากุระสวย ตอนนั้นก็เกือบ 4 โมงละ กลัวไปถึงค่ำ เลยคิดว่าจะลงกลางทางแล้วถ่ายรูปที่ปูซานนี่แหละ เดินไปคุยกับคนขับไม่เข้าใจ อยู่ๆ ก็มีนางฟ้าเกาหลีหน้าสวยที่พูดไทยได้ค่ะ (ฟลุคไปมั้ย?) มาช่วยคุย เลยถามนาง นางบอกอดทนเถอะ จินเฮสวยกว่าปูซานนะ เราเลยจ๋อย กลับไปนั่งที่ค่ะ สภาพคือ หลับเป็นตาย

jinhae

ประมาณ 1.30 ชม ก็ถึงจินเฮค่ะ จะเดินไปงานเทศกาลดอกไม้ก็ได้ หรือจะนั่งแท็กซี่ก็ได้ แต่ด้วยความมีงานไง รถเลยติดมากกกกกกกก สต็อปแรกของเราคือ สถานีรถไฟค่ะ เป็น landmark หนึ่งจุดที่ควรไปนะคะ สวยดีค่ะ แต่แนะนำว่าชะนีควรใส่รองเท้าพื้นเรียบมานะคะ เพราะทางรถไฟโรยด้วยหินหยาบใหญ่ เดินลำบากม๊าก ต้องเดินตามหมอนรองรถไฟแทน มีชะนีบางคนใช้ส้นสูงมาเลยจ้า กะมาสวยเต็มที่ บางคนก็มากับคู่รัก (กลอกตา//เบะปาก) มาถ่ายพรีเวดดิ้งหรอมึง? อิจฉาน่ะนะ คนเกาหลีมันชอบแสดงความรักแบบเปิดเผย เพลีย ได้รูปมาไม่เยอะมาก เพราะอยากไปอีกที่นึง คือ คลองค่ะ ทีนี้ก็ไปไม่ถูก เลยถามคนแถวนั้น เค้าก็ใจดีมากๆ (คนต่างจังหวัด เป็นมิตรมากๆ ค่ะ) ลุงแกเดินมาส่งที่ป้ายรถเมล์พร้อมบอกสายรถเมล์ด้วย แต่รถมันติดมาก รถเมล์ไม่ยอมมาซักที เลยโบกแท็กซี่ ปรากฎ รถวิ่งตรงๆ มาอีก 2-3 ป้ายก็ถึงงานค่ะ เป็นงานโชว์ไฟกับดอกบ๊วยตอนกลางคืน

Jinhae-pom  jinhae-pom2        IMG_0913-edit IMG_0914-edit
ควรมาถ่ายตอนรถไฟมานะคะ เป็นเรื่องท้าทายมาก พอดีรถไฟหมดแล้ว เลยไม่ได้ถ่ายค่ะ ถ่ายมาแต่รางและคน เอิ่ม
IMG_0915-edit IMG_0954-edit IMG_0956-edit IMG_0989 IMG_0992-edit IMG_0996-edit IMG_1000-edit IMG_1003-edit IMG_1004-edit IMG_1005-edit

แต่เราถ่ายรูปได้นิดหน่อยก็เริ่มพลบค่ำละค่ะ เราต้องเผื่อเวลาเดินทางไปสถานี Masan อีก 1ชั่วโมง ให้ทันรถค่ะ ไม่งั้นก็ต้องเปลี่ยนเที่ยวรถ ซึ่งยากละ เพราะเราไม่มีโทรศัพท์โทรไปเปลี่ยนหรือสอบถามคนแถวนั้นก็ไม่รู้เรื่องค่ะ แถมยังจะเนียนบอกว่าไปไม่ทันหรอก ค้างที่จินเฮมั้ยอีก (โอปป้า…ไม่เอาน่ะ) พอเรียกแท็กซี่ได้ก็ภาวนาว่าให้ทันรถไฟค่ะ ลงรถปุ๊ป ม้าเร็วขาสั้น วิ่งก่อนเลยจ้า ไปถึงเจอนกแก้ว (เอ่อ พนักงานต้อนรับ ยืนรอรับเราขึ้นรถไฟจ้า) พี่ๆ ขายาววิ่งตามมาทีหลัง ปล่อยคนขาสั้นสองคนวิ่งนำเลอ! ชอบตรงที่อ่านตั๋วก่อนว่า ชานชาลาอะไร รถเบอร์อะไร จะได้ไม่วิ่งผิดทาง (เหมือนตอนเราตกเครื่องคราวนั้น)

IMG_2857

พอกลับมาถึงโซล น้ำตาจิไหล อากาศก็หนาวมากๆ แล้วค่ะ เกือบเที่ยงคืน หากินหมูเกาหลีแถวบ้าน ที่เลือกหมู หรือเนื้อแล้วย่างเลย! อร่อยมาก (หรือกูหิว?) แล้วแยกย้ายกลับไปนอน ไม่ได้ไปขายส่งทงแดมุนอีกละ พักร่างก่อนละกันนะ หน้าโทรมฝุดๆ

IMG_2865

พรุ่งนี้ไปช้อปกัน!

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง DAY2: ทัวร์มหาลัย ไม่ไปไม่รู้

วันนี้เป็นการเริ่มต้นวันเบาๆ ด้วยการจะไปเที่ยวหมู่บ้านบุกชนฮานก (Bukchon Hanok Village) ค่ะ ซึ่งคิดว่าคนไม่เที่ยววัด เที่ยววังอย่างดิชั้นและเพื่อนจะไปกันหรอคะ? แต่ก็บอกแล้วว่าทริปเราติ่ง เพราะนั้นจุดหมายคือบ้านที่ใช้ถ่ายทำละครเรื่อง Personal taste ของพระเอกขวัญใจเพื่อนร่วมทริป คือ “อีมินโฮ” พระเอกเรื่อง The HEIRS (หยุดหัวใจนายไฮโซ) อ่ะค่ะ

เริ่มต้นวันด้วยข้าวต้ม (ไม่เคยกินเลยนะ แต่คิดว่าจืดตามสไตล์เกา) ซึ่งเราจัดหนัก ที่ร้านข้าวต้มต้นถนน Insadong ข้าวต้มใส่กิมจิ โปะชีส ชามใหญ่สะใจค่ะ ร้อนด้วย 5555

IMG_2619

001

IMG_0726

จากนั้นก็เดินข้ามจากอินซาดงมาที่บุกชนค่ะ ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าเดินไปแล้วจะมีศูนย์ท่องเที่ยวอยู่ ค่อยไปเอาแผนที่ตรงนั้นอีกที พอไปถึง เจ้าหน้าที่ก็ชี้ช่องมาค่ะ เดินไปร้อนไป แดดออก จั๊กเปียกแระ พอเข้าหมู่บ้านบุกชนฮานกก็จะมีเจ้าหน้าที่เสื้อแดงคอยให้คำแนะนำอีกทีค่ะ คนเยอะค่ะ แต่ก็สงบเงียบ สวยงาม เป็นบ้านของคนจริงๆ อาศัยอยู่ เพราะนั้นอย่ามาตลาดแตกค่ะ และอยู่ได้ถึง 6 โมงเย็นเท่านั้น

IMG_0744

Cheery Blossom - Edae
นี่แหละค่ะ หน้าบ้านที่ถ่ายทำ … เอ่อ


IMG_0765

IMG_0794

พอถ่ายรูปหน้าบ้านสมใจ ก็ไปต่อที่อีฮวา (Ehwa Woman University) ค่ะ พี่ในทริปบอกว่าจะไปถ่ายกับทางเข้า เค้าว่าฮวงจุ้ยดี เออ ไปก็ไป ไปเกาหลีมา 5 ครั้ง ไม่เคยไปเลย เพราะเพื่อนบอกว่าไม่มีไร (ซึ่งก็จริง เรารู้สึกเฉยๆ นะคะ ชอบฮงอิกมากกว่า) แต่ที่อีฮวา มีต้นซากุระให้เป็นพรอพอีกแล้วค่ะ จัดไปอีกหนึ่งช็อต

IMG_0806

IMG_0797

IMG_3278

Cheery Blossom - Edae

IMG_0824-crop

จากนั้นก็ไปกินหมูผัดเส้นบุกกัน (เรียกว่าไรหว่า?) ที่โน่นต้องสั่งตามจำนวนคนนะคะ จะมา 4 สั่ง 2 แล้วหารกันไม่ได้ แล้ว portion ของอาหารก็ใหญ่เฟ่อ แต่ก็กินหมดตลอดนะ ขั้นตอนคือ เค้าจะเอากระทะที่มีเครื่องปรุงมาแล้ว ตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นก็ผัดๆ แล้วปิดไฟจกกินตามสะดวก พอตอนท้าย ข้าวที่ให้มาตอนแรกจะเอาลงไปคลุกน้ำมันหมู ที่ละลายออกมาค่ะ เป็นอาหารอีกแบบหนึ่งด้วย

IMG_2703

IMG_0835

พอคาวแล้วก็ตามด้วยหวาน ชั้นบนของร้านเป็นร้านน้ำแข็งไส ที่เค้าเรียกว่า พัตบิงซู สั่งแบบมะม่วงและโอรีโอ้ค่ะ เกล็ดน้ำแข็งเป็นแบบเส้นๆ ไม่เหมือนที่น้องป๋องเคยพาไปกินจะละเอียดกว่านี้ค่ะ ก็อร่อยคนละแบบ

Oreo Bingsoo

คืนนี้ยังไม่จบค่ะ หลังจากแยกย้ายรีบกลับไปนอนเพราะพรุ่งนี้จะไปปูซาน และจินเฮ เพื่อดูซากุระ เดี๊ยนก็ได้รับสารจากเพื่อนคนเดิมจากไทยว่าให้ไปร้านกาแฟของพี่เท็ดดี้ วายจี ชื่อ Twosome STUDIO ค่ะ สรุปเลยละกันว่า กว่ากูจะหาเจอ ห่านจิก นี่กูจะหลงทุกที่เลยชิมะ ปกติมาคนเดียวไม่เคยหลงระเบิดขนาดนี้นะ นี่กูเบลอจริงๆ ชิป่ะแต่มาถึงแล้วก็ฟินนะ มีทั้งปลั๊กไฟ ที่นั่งทำเลดีให้มองบาริสต้าเด็ก กาแฟก็รสเข้มเชียะ กะจะให้ดีดถึงเช้า แต่สุดท้ายก็รีบกลับค่ะ เพราะพรุ่งนี้ไปทริปต่างจังหวัดดูดอกบ๊วยบาน

IMG_2733

IMG_0839

IMG_0842

Pom’s note: ตอนเราไป คนเค้าใส่กระโปรงสั้นไรงี้ เค้าจะใส่ถุงน่องนะ แต่บางทีก็เนียนมากจนนึกว่าขาจริง คือถ้าฤดูหนาว ใส่เลกกิ้งสีดำ ก็คงไม่แปลกอะไร แต่ตอนนี้อากาศมันเริ่มร้อนขึ้นแล้ว และคนก็ใส่เสื้อผ้าบางลงค่ะ แต่คนไทยส่วนใหญ่จะไม่ใส่เนอะ เปลือยขา คนเกาเปลือยขาก็มี เราก็เลยอยากลองซื้อถุงน่องมาลองใส่บ้างจ้า….ไงล่ะ รอบแรก ซื้อมาตั้ง 3000 วอน ใส่ออกมา นึกว่าจะไปเต้นบัลเล่ต์ว่ะ เสียเซ้วชิบหาย มันหนามาก ปลอมมาก เลยไปซื้อถุงน่องในเซเว่นมาเปลี่ยนเลย เออ บางเบาดี บางเบามาก จนเล็บเกี่ยวถุงน่องขาดง่ายมากเลย แต่ให้ความรู้สึกขาสวยเรียวขึ้นมา 30% มีแบบสีเบจอ่อน เบจเข้ม (คนเกาบางคนก็ใส่ถุงน่องดำกว่าตัวจริงนะ) แล้วก็สีดำไปเลย

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง Take off : ออกเดินทาง

ตอนแรกที่จองตั๋วไป 3 วีคก่อนบิน ก็ประมาทนะ คิดว่าอะไรๆ ก็เตรียมทัน ปรากฎงานเข้าวีคสุดท้าย หอบขึ้นเลยค่ะ ดีที่เตรียมห่อของขวัญติ่งไปแล้วนะเนี่ย แล้วก็กระเป๋าเดินทางได้มาก่อนวันไป 2 วัน เพลีย… เสื้อผ้าก็ไม่ได้แมทช์ (คือแมทช์ไม่เป็นดีกว่า 5555) เลยยัดๆ เอาไปเผื่อ ซึ่งแม่งเป็นวิธีที่ผิดนะคะ ควรแมทช์ไปเลยว่าวันนี้จะสไตล์ไหน เพราะรู้แผนการเที่ยวล่วงหน้าแล้วนี่นา ดีที่ไม่เอาเสื้อโค้ทหนาออก เพราะคิดว่าไม่หนาวแล้ว เลยพกไปแล้วจะส่งไปรษณีย์กลับไทยเอาค่ะ เพื่อประหยัดน้ำหนัก

IMG_2491
พร้อมกัน ณ เคาน์เตอร์สายการบินเจจูแอร์ Row S เข้าประตู 8 เวลา 22.00-23.00 น. โดยพร้อมเพรียงกัน เช็คอินเที่ยวบิน 7C2206 กรุณานำสัมภาระจัดการให้เข้าที่และเช็คอินให้เรียบร้อย กระเป๋าโหลดได้ 20 กก. แครี่ขึ้นเครื่องได้ 10 กก. ขอให้เตรียมอุปกรณ์กันหนาวไว้ในกระเป๋าขึ้นเครื่องค่ะ

อย่างไรก็ดี ขอให้ทุกท่านแต่งกายพร้อมนอน หลังจากผ่านขั้นตอน ต.ม. ไทย ขอให้ท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งดิวตี้ฟรีให้เรียบร้อย หากเหนื่อยหรือหิวให้ไปแวะพักทานของว่างฟรีได้ที่ คิงพาวเวอร์เล้านจ์ หากท่านมีบัตรคิงพาวเวอร์อยู่แล้ว สามารถพาผู้ติดตามได้อีก 1 ท่าน เบอร์เกอร์คิงก็อร่อยไม่เบา สำหรับเกตฝั่งขวาค่ะ

เครื่องออก 01.40 น. ก็ว่าแย่ละ มาดีเลย์เป็น 02.05 อีก ถึงเกาหลีก็เกือบ 10 โมงละค่ะ ซึ่งมาถึงตอนเช้าไปเลยก็ดีนะคะ เพราะว่ากว่าโรงแรมจะให้เช็คอินก็บ่ายสองนะ ต้องหาที่ไปเพื่อรอเก็บของที่ห้องอีก หรือส่วนใหญ่กรุ๊ปทัวร์จะพาออกนอกเมืองไปซอรักซานงี้ เกาะนามิงี้ เพื่อใช้เวลาช่วงเช้าให้หมดค่ะ

พอลงเครื่องก็ต้องเช่าไข่ (ไข่คือ Wifi router) ปกติเราเช่ามือถือไอโฟนนะ เพราะว่าจะได้โทรหากันได้ยามฉุกเฉิน แต่ทริปนี้ดูแล้วเช่าไข่จะถูกกว่าเลยอยากลองด้วยค่ะ ไปเช่าที่บูท LG U+ ถ้าเช่าเกิน 7 วันจะตกวันละ 5000 วอน บวก vat เป็น 5500 วอน หลายรอบที่ผ่านมา เราจองเครื่องไอโฟนของ Olleh ค่ะ เวลาใช้ก็ปล่อย Hot spot เอา แล้วถ้าอยากค้น Google หรือรถไฟฟ้า ก็ใช้เครื่องที่เช่ามาได้เลย แถมโทรหาเพื่อนได้ด้วยเผื่อหลง แต่ถ้าเปิด unlimited data ต่อวันคือ 5,000 วอน บวกค่าเช่าวันละ 1,350 วอนก็ดูแพงกว่าการเช่าไข่นะคะ คราวนี้เราเลยอยากลองของใหม่บ้าง ข้อเสียของของเครื่อง wifi router นี่มีอายุแบตแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้นนะคะ ต้องพกที่ชาร์จไป ถ้าจะใช้ทั้งวันทั้งคืน หรือปิดๆ เปิดๆ แต่เราไม่ชอบ ปิดๆ เปิดๆ เพราะบางทีเราพลาดอะไรไปตอนปิดอ่ะ เช่น เมลสำคัญไรงี้ แต่ถ้าไปกันหลายคน ผลัดกันเปิดก็ดีค่ะ จะได้ยืดอายุหน่อย สำหรับเราคราวหน้าไปไม่ถึง 7 วัน คงเช่าโทรศัพท์เอาดีกว่าค่ะ น่าจะเหมาะกับเรามากกว่า
(ข้อมูลเพิ่มเติมของ
SK http://www.skroaming.com/main.asp
Olleh จองได้ แต่เรตแพงกว่านิดหน่อยค่ะ แต่เราเคยใช้บริการแล้วจะได้เรต 1,350 วอนนะ http://roaming.kt.com/renewal/eng/main.asp?channel=#none
LG U+ อันนี้ไม่ต้องจองค่ะ เราใช้อันนี้แหละ ดูรายละเอียดที่ http://www.uplus.co.kr/cmg/engl/ouse/peos/RetrievePeOsRooming.hpi?mid=4338)
แผนที่ แต่มันอยู่ใกล้ๆ กัน
roaming-SK
SK telecom
LGU LGU-Rental
LG U+
layerPop_20140403
บริการใหม่ของทาง Olleh ค่ะ

จากนั้นเราไปรับเวลคัมดริ้งค์ เป็นนมกล้วยหรือลิโพเกาหลีที่ร้านมินิมาร์ท พร้อมเติมตังค์ T-money ค่ะ ถ้าใครยังไม่มีก็ซื้อเลย เพราะสะดวกมาก จ่ายได้เกือบทุกอย่าง เหมาะกับเวลาเมาๆ นั่งแท็กซี่แล้วแท็กซี่จะเนียนโกงเงิน ก็จ่ายแม่งด้วย t-money ค่ะ ไม่มีตัดเกินเงินแน่นอน 5555
IMG_2494 IMG_2495 IMG_2496
เลือกค่ะ ละลานตา

IMG_0684
ใช้บัตรทีมันนี่จ่ายได้นะคะ ไม่ต้องซื้อตั๋วตามตู้ด้านนอก แล้วเราชอบขึ้น airport bus มากกว่า เพราะมีอาจอชี่ช่วยยกกระเป๋าขึ้นลงให้
พร้อมติดแท็กให้ด้วยนะ เหมือนตอนขึ้นเครื่อง

IMG_0685
รถบัสของเกาหลี จะมีเสียงบอกชื่อป้ายก่อนลง แล้วถ้าใครจะลงก็กดออดนะคะ
IMG_0686
รถแอร์พอร์ตบัส ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยด้วยนะ มีนิตยสาร

เรานั่งรถบัส 6011 ถึงป้าย hyehwa (มหาลัย Sungkyunkwan) ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง แดดดีมากๆ อากาศเหมือนติดแอร์ ฟิน…. อาบน้ำเปลี่ยนชุด

IMG_2515 IMG_2526
บรรยากาศแถวบ้าน (หอ) ค่ะ หนึ่งในภารกิจคือ ชิมกาแฟทุกเจ้าในเกาหลี

มากินข้าวที่ห้างชินเซเก ใกล้นัมแดมุนค่ะ เป็นห้างเก่าแก่นะ ในฟู้ดคอร์ทก็มีแต่ป้าๆ แม่ๆ พาลูกมาเดินเล่น คนเกาหลีรวยๆ นี่แม่งว่างจริงๆ ว่ะ แม่ๆ เอาลูกมาคุยกันงี้ อาจุมม่าที่ดูดีหน่อยมานั่งเมาท์งี้ เออ อย่าให้กูรวยบ้างนะ ….(ใช้หนี้ก่อนป่ะ) บนฟู้ดคอร์ท ชั้น 11 ก็มีต้นบ๊วยค่ะ ให้ซ้อมถ่ายรูปได้ บรรยากาศก็ดีค่ะ ลมตีเบาๆ จากนั้นเ  ราก็นั่งรถบัสไปนัมซาน หรือ N SEOUL Tower เพื่อให้พี่ในทริปอีกคนได้สัมผัสจุดท่องเที่ยวหลักๆ ในโซลก่อนค่ะ สำหรับวันแรก ส่วนน้องอีกคนฟิตค่ะ นางวิ่งขึ้นนัมซาน ทางลาดเอียงเหี้ยๆ ใจว่ะ

IMG_0689 IMG_2529
ข้าวห่อไข่

IMG_0691

IMG_0703 IMG_2555
บรรยากาศและหน้ากู

IMG_0705  IMG_0708 IMG_0710 IMG_0712 IMG_0717  IMG_2566
บรรยากาศที่ N Seoul Tower นัมซานค่ะ

IMG_0718
พ่อค้าแซ่บนะ

ทีนี้ตอนกลับคือจุดพีคค่ะ เพื่อนแชทมาบอกจากไทยว่าเด็กๆ ของดิชั้นเข้าตึกค่ะ (การเข้าตึกของศิลปินคือโอกาสที่ติ่งจะได้เห็นระยะประชิดนะคะ) ทีนี้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวค่ะ ลงจากเขา พี่ในทริปก็บอกว่าวิ่งสิวิ่ง ไปเลยแกไม่ต้องมาเมียงดงละ เราก็ดันชะล่าใจ (เพลียตัวเอง) กลับไปเก็บของที่หอก่อนค่ะ ต๊ายตาย กลัวหนาว กลับไปเอาโค้ทห่อร่างดีกว่า อากาศตอนกลางวันมันดีจริงนะคะ แต่พอแดดร่มลมตกเท่านั้นแหละ หนาวเลย กลัวจะแข็งตาย รอนานไม่ไหว เฮ้ย เด็กเพิ่งเข้าตอน 6 โมง อาจจะซ้อมหลายชั่วโมงก็ได้ ปรากฎกว่าจะหลงทาง กว่าจะได้แผนที่ติ่ง ซี่งพูดเลยว่าหลงชิบหาย แล้วมันมืดค่ะ ถนนหลังอัปกูจองตรงนั้นค่อนข้างเปลี่ยว เราเลยเดินอ้อมริมถนนใหญ่ (อัปกูจอง ต่อเนื่องชองดัม) แล้วเลี้ยวตรงสี่แยกค่ะ เข้าซอย doosandaero ค่ะ google map ไม่ช่วยอะไรค่ะ แค่ข่าวร้ายตอนขึ้นมาจากสถานีก็แค่เด็กๆ ออกไปแล้ว เราเลยเดินเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมาย เอิ่ม ก็คิดซะว่ามาศึกษาเส้นทางละกัน กว่าจะถึง คุณเอ๊ย….ลึกสัดหมาเห่า เหนื่อยก็เหนื่อย หนาวก็หนาว โค้ตคือไม่ช่วยอะไร ไวไฟก็แบตหมด พาวเวอร์แบงค์ก็หมด ดีที่เจอเน็ตฟรี ชื่อ iptime ต่ออายุเป็นระยะ ส่วนใหญ่สัญญาณจะแรงแถวบ้านคนค่ะ ระหว่างทางเพื่อนคนเดิม (บอกชื่อเลยดีมะ?) ก็ส่งแผนที่ติ่งมาให้ เอาล่ะค่ะ กูจะเดินวนแม่งทุกบริษัทเลยค่ะ ตั้งแต่ JYP CUBE FNC SM TOWN เจอติ่งหลายสิบคนยังรออยู่หน้าตึก ไม่รู้ว่ารอใครนะคะ แต่เมนเรากลับบ้านแว้ว แง….วืดๆๆ เอาวะ ไม่ได้เจอไม่เป็นไร นี่แค่วันแรก เราเอาท้องอิ่มก่อนดีกว่า

ติ่งคะ นี่คือแผนที่ของเราทำเองนะ เซฟไปเดินตามได้เลย แต่ตอนกลางคืนมันน่ากลัวนะคะ เดินระวังๆ ด้วยค่ะ

SM TOWN MAP-final
IMG_2598  IMG_2600

ดังนั้น ที่หมายต่อไปก็คือ กินหมูย่างเกาหลี ผัก 30 ชนิดค่ะ แถวอัปกูจองแหละ จุดนี้มิสชัตดาวน์ กวนมึนเบลอ ก็หลงอีกแล้วค่ะ เพราะคนที่ไปก่อนบอกให้นั่งรถเมล์สาย 145 แต่เราถามคนแถวนั้นว่าสายไหนไปที่นี่บ้าง นางบอก 143 เออ… สวัสดี กูหลง สุดท้าย วิธีง่ายสุดในการไปถึงที่หมายคือ ให้เพื่อนที่ถึงแล้วถ่ายนามบัตรมาค่ะ แล้วเราก็โบกแท็กซี่ให้อาจอชี่ (คุณลุง) ซิ่งไปเล้ย ชอบที่แท็กซี่มี GPS ทุกคันนะคะ แล้วที่อยู่ของร้านค้า สถานที่ โรงแรมแม่งเป๊ะมาก ตอนแรกจะคีย์ว่า Seoul เขตอะไร ถนนอะไร บ้านเลขที่เท่าไหร่ อย่างเป๊ะอ่ะ ถึงที่หมายสบายผิดกัน ขอกินก่อนล่ะค่ะ คืนนี้ร่างพัง จัดไปคนละ 12,000 วอนเอง ถูกมาก เมื่อเทียบกับหมูสามชั้นทั้งเล้าในท้องและผักอร่อยๆ อีกมากมาย ไม่มีรูปนะ เพราะหิวจนลืมถ่าย ฮ่าๆๆๆๆๆ