[CR] รีวิว สักคิ้ว 6 มิติ

รีวิวนี้พี่มิชออกเงินเอง รีเสิชมาเองนะคะ หากไปทำตามแล้วดีไม่ดียังไง ไม่มีส่วนรู้เห็นนะ

คืองี้ อีการสักคิ้วถาวร 3 มิติ 6 มิตินี่ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยในวงการชะนีรักสวยรักงาม เมื่อก่อนคิดว่าเป็นเรื่องของคนแก่อ่ะ ที่แก่แล้วจะเห็นรอยสักเขียวๆ ที่คิ้วแล้วมันดูปลอมๆ จนกระทั่งมันใกล้ตัวมาเรื่อยๆ ทั้งเมคอัพที่รู้จักไปเรียนสักและเพื่อนร่วมงานไปสักก่อนคนแรก พี่มิชก็คิดนะ ว่ามีขนคิ้วอยู่บ้างแต่มันลำบากเวลาเขียน มันไม่ค่อยเท่ากัน แล้วไม่รู้จะเอาทรงไหน

นี่คือรูปคิ้วที่เดี๊ยนเขียนเองเวลาไปงาน แต่งหน้าไรงี้ค่ะ อยากคิ้วตรงๆ แบบชะนีเกาโนะ จะได้หน้าดูซอฟท์

แต่พอเพื่อนร่วมงานสัก จะมีช่วงแรกๆ ที่คิ้วจะเข้มม๊าก แต่พอมันจางก็เออ ดีแฮะ ที่ไม่ไปซักที เพราะค่าสักของเค้าแพงค่ะ ประมาณ 9 พันแน่ะ รูดก็ไม่ได้ เป็นการใช้เงินก้อนใหญ่สำหรับเรานิดนึงนะ

จนได้ไปเห็นรูปเพื่อนนิเทศค่ะ นางนึง เอ๊ะ ปกติคิ้วนางไม่สวยขนาดนี้ นี่ดูเข้ม เป็นรูปทรง เลยหลังไมค์ไปถามนางว่า สักคิ้วใช่ไหมแก ที่ไหน ยังไง เลยได้ร้านมาค่ะ ชื่อร้าน barehare  มีสองสาขาคือเอกมัยกับเซ็นทรัลลาดพร้าวค่ะนางบอกว่านางสักกับอาจารย์ เราเลยขอเข้าไปดูไอจีร้าน มีดาราไปทำหลายคน เออ ก็ทรงสวยดี แต่ออกแนวโค้งๆ แบบไทยอ่ะ

มีโปรโมชั่นตอนนั้นคือ 6 มิติ ราคา 5,900 บาท ผ่อนได้ 3 เดือนกับบัตรเครดิตกสิกรด้วย (มารู้ตอนจะจ่ายเงิน) ราคานี้รวมสัก 1 ครั้ง เติม 1 ครั้ง และแว็กซ์คิ้ว 1 ครั้ง ปกติถ้าแว็กซ์คิ้วเฉยๆ ครั้งละ 500 ค่ะ *มีโปรใหม่ๆ อัพเดทในไอจีร้านเค้าเด้อ

ตอนก่อนไปสักคิ้ว ควรเอาคิ้วแบบที่ขอบไปด้วยนะคะ แล้วส่วนใหญ่สีที่สักจะไม่ได้อ่อนมาก ถ้าทำสีผมมาอ่อน เวลาสักคิ้วจะทำให้สีมันตัดกับผม ถ้าไม่ชอบก็อย่าไปสักค่ะ เขียนไล้เอาตามสีผมสวยกว่า

ตอนจะสัก อยากได้แบบคิ้วซูยอง วง Girl’s generation ค่ะ สวยดี แต่ช่างบอกว่าโหนกคิ้วเราทำไม่ได้ เอาจริงๆ ตอนนั้นก็แอบเฟลนิดนึง เพราะอยากคิ้วเกาหลีไง แต่ร้านเค้ามาสไตล์นี้ ก็ลองดูค่ะ

ขั้นตอนหลังจากโทรนัดคิว ก็จะเข้าไปให้ช่างแว็กซ์คิ้วแล้วก็วาดคิ้วแบบที่ต้องการ ตอนนี้ถ้าจะเปลี่ยนทรงก็ยังทันอยู่ค่ะ แต่ถ้าลงเข็มแล้วเปลี่ยนไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ถูกใจก็ลองทำจนกว่าจะถูกใจ ซึ่งการเขียนคิ้วนี่ สีจะเข้มมากนะคะ อาจจะดูแล้วหลอก หรือดูน่ากลัว แต่สุดท้ายมันจะจางไปเองค่ะ ดูที่ทรงก่อนดีกว่าว่ารับกับหน้าไหม แนะนำให้ส่งไปให้เพื่อนช่วยดู หรือพาเพื่อนไปช่วยตัดสินใจก็ดี

IMG_7482

วันที่ไปสักคิ้วแบบนี้ค่ะ

พอได้ทรงแล้วก็จะทายาชาค่ะ แล้วแปะแวร็ปไว้ประมาณ 30 นาที ตอนที่ไป มีลูกค้ามาแทรกคิว ใช้เวลาค่อนข้างนานค่ะ รอนานมาก แถมยังมีข่าวระเบิดตรงพระพรหมด้วย บอกตรงๆ ว่าไม่กล้าบอกข่าวช่างเลย กลัวมือสั่น หรือรีบทำเพราะรีบกลับบ้านงี้

ตอนช่างลงเข็มบอกเลยว่าไม่เจ็บ หลายคนบอก กลัวเจ็บ เอิ่ม เค้ามียาชาค่ะลูก แล้วถ้ายาชาออกฤทธิ์ไม่ต้องกลัว ทีไปผ่าหน้าอย่างอื่นล่ะทำมาหมดแล้วไม่เห็นกลัวเลยลูก

เวลาช่างจะเริ่มสัก ควรดูว่าเป็นเข็มใหม่ เพื่อกันการติดเชื้อและความคมในการสักจะได้ไม่ช้ำค่ะ

ตอนสักจะได้ยินเสียงดัง “กึด กึด กึด” เหมือนเวลาวาดรูปเลยค่ะ ช่างสักจริงๆ 10 นาทีเองค่ะ แต่วันนั้นที่นานเพราะมีคิวแก้มาแทรกแล้วใช้เวลานานมาก ซึ่งราคาแก้สักคิ้วจะแพงกว่าสักใหม่นะคะ

พอสักเสร็จเค้าจะให้เจลอะโลมาทาค่ะ ห้ามโดนน้ำ 3 วัน แล้วทาเจลให้ชุ่มชึ้นเสมอ ให้แผลหายข้าที่สุด

ก่อนไปสักแนะนำให้บอกเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และแฟนไว้ก่อนนะคะ เนื่องจากช่วงสักสองวีคแรก คิ้วจะเข้มมาก เหมือน Frida ถ้าคนไม่เข้าใจก็อาจจะคิดว่าอีนี่คิ้วปลิง และทำให้เราเสียเซ้ว เราต้องมั่นค่ะ เพราะพอมันตกสะเก็ดจะจางกำลังดี

 

คลิกดูรูปแต่ละวันได้นะคะ

ส่วนใหญ่จะให้เข้ามาสักซ้ำพอผ่านไปซัก 1 เดือนค่ะ เพื่อเติมส่วนที่ขาดไป ซึ่งรอบนี้บอกเลยว่าเจ็บ แหะๆๆ ถึงจะมียาชาก็เหอะ เพราะเหมือนเอามีดกรีดลงไปบนแผลอ่ะค่ะ วิธีดูแลก็เหมือนเดิม คือ ห้ามโดนน้ำ 3 วัน และทาเจลอะโล จนกว่าจะหมด

 

ก่อนไปสักซ้ำรอบแรกนะคะ

ทีนี้พอแผลสมาน เราก็เหมือนเกิดมามีคิ้วแต่กำเนิดทีเดียว ธรรมชาติมาก ไม่ค่อยจางมาก แต่ก็ไม่เข้ม ทุกวันนี้แต่งหน้าไม่ค่อยเขียนคิ้วเลยค่ะ เพราะมันครบแล้ว

IMG_7507

หลังไปซ้ำรอบแรกมาค่ะ

ข้อแนะนำ

  • ศึกษาสไตล์คิ้วของแต่ละร้าน หรือดูรีวิวของคนที่เราชอบ แล้วเซฟรูปต้นแบบไป
  • บอกคนรอบข้างให้เข้าใจชีวิตหลังการสัก
  • การสักเป็นการเสริมสวยกึ่งถาวร ถ้าสักแล้วจะถอนตัวไม่ได้ ต้องรอจางประมาณ 2-3 ปี
  • ราคาสักคิ้วในปัจจุบันลดหลั่นกันตามฝีมือ ประสบการณ์ ชื่อเสียง เลือกที่ถูกก็อาจจะดีก็ได้ เลือกที่แพงก็อาจไม่ดี อยู่ที่ความชอบส่วนตัวด้วยค่ะ
  • ตรวจดูให้แน่ใจว่าร้านสะอาด มีสุขอนามัย และใช้ใบมีดใหม่ทุกครั้ง
  • เมื่อมีขนคิ้วงอกมานอกรอยสัก แนะนำให้ถอน หรือแว็กซ์

 

IMG_7509IMG_7511

คิ้วเหมือนธรรมชาติเค้าให้มาเนาะ เปล่าค่ะ เงินล้วนๆ

เอาจริงๆ สมัยก่อนที่แต่งหน้าไปสมัครงาน ไม่เคยเขียนคิ้วเลย ไม่รู้ว่ามันสำคัญ จนกระทั่งเวลาเราหน้าโล้น หรือไปเจอเพื่อนมีคิ้ว เราถึงเข้าใจแล้วว่า คิ้วมีความสำคัญ สร้างกรอบให้หน้าทีเดียว พอมีแล้วพบว่า แค่ทาตา หรือทาปากก็จบแล้วอ่ะ แล้วหน้าดูครบขึ้นเยอะเลย ขอโทษด้วยนะ ที่ไม่เคยใส่ใจอ่ะ

ข้อคิดวันนี้ : อยากมีอะไรก็มีได้ ถ้ามีเงินนะลูก ความสวยพ่อแม่ไม่ได้ให้ แต่เงินช่วยเราได้

 

รอบหน้า จะรีวิวขนตาถาวรนะคะ

Advertisements

[รีวิว] น้ำยาล้างจานที่ไม่ระคายเคืองผิว cococlean

เคยมั้ยคะ เวลาทำกับข้าวกินกับผู้ชแล้วแบบแบ่งหน้าที่กัน เช่น คนไหนทำกับข้าว อีกคนต้องล้างจาน
แล้วแบบพี่มิชไม่ชอบล้างจาน เพราะมันล้างแล้วไม่สบายมือ

ปกติเป็นคนชอบทำอาหารมากกว่าล้างจานอยู่แล้วค่ะ คือ พี่มิชเห็นหน้าตาแบบนี้ ก็ทำอาหารได้บ้าง แถมดูไม่น่าจะแพ้อะไรง่ายๆ แต่กลับแพ้พวกสารฟอกขาวต่างๆ หรือพวกฟองเยอะๆ เช่น แฟ้บ (ว้าย โบราณมาก เค้าเรียกผงซักฟอกไหม) หรือพวกน้ำยาล้างจานไรงี้ค่ะ พอล้างเสร็จจะต้องล้างน้ำเปล่าออกเยอะๆ ไม่งั้นมือจะแห้ง แล้วบางครั้งคือ คันยิบๆๆๆ ทั้งวัน คือ เกาจนแผลถลอกเลยอะ เหมือนคนเป็นหิด กินยาหมอมีแก้ฝีแก้หิดก็ไม่หาย ผู้ชก็เลยจำใจและเสนอตัวล้างจานให้ตลอดค่ะ ดัดจริตเนาะ (อนุญาตให้มองบนค่ะ)

พอมาที่ออฟฟิศ ถึงจะมีเครื่องล้างจานให้แล้วก็เหอะ แต่มันจะมีเวลาที่แม่บ้านเปิดเครื่องค่ะ พอเครื่องเปิดแล้วคือจบนะ ก็ต้องล้างเองอ่ะ ใครวางแก้วทิ้งไว้ให้แม่บ้านล้างจะโดนประณาม 3 ชาติ เพราะที่นี่อยากให้พนักงานช่วยเหลือตัวเองค่ะ แม่บ้านไม่ได้มีหน้าที่มาล้างให้พนักงานโนะ แล้วแบบที่ทำงานจะมีน้ำยาล้างจานยี่ห้ออื่น แล้วแต่เวรของแต่ละแผนกที่จะจัดซื้อมาแต่ละเดือน มันจะมียี่ห้อที่มิชแพ้มาก และยี่ห้อมิชแพ้น้อย และรวมทั้งประสิทธิภาพในการล้างด้วย

—- [ บริเวณแพนทรี่ของออฟฟิศค่ะ เครื่องล้างจานเราก็มีแต่เรามาไม่เคยทัน ] —

เอาตรงๆ ให้เรียงลำดับยี่ห้อน้ำยาล้างจานในตลาดตอนนี้ ที่ชอบและถูกจริตที่สุดคือ A ย่อว่า ทพ หลายคนไม่รู้จัก ขวดสีขาวน้ำเงิน เป็นน้ำยาใสๆ กลิ่นไม่ฉุนมาก ล้างแล้วกลิ่นไม่ติดที่จานและไม่คันมือ รองลงมาที่หาซื้อง่ายกว่าคือยี่ห้อ B ย่อว่า ลปอ (ย้ำว่า ต้องลปอ,นะ อีกสูตรมะนาวของเขา กลิ่นยังฉุนอยู่) อันนี้สรรพคุณคล้ายกัน แต่กลิ่นแรงกว่ายี่ห้อ Aเล็กน้อย ล้างคราบมันได้ดี รูดนิ้วแล้วดังเอี๊ยด ส่วนยี่ห้อที่ไม่ใคร่จะชอบคือ ยี่ห้อ C ค่ะ ย่อว่า ซล, แล้วเป็นไรไม่รู้นะ เวลาไปต่างที่ต่างถิ่นนะ จะต้องโดนยี่ห้อนี้ตลอด อาจเพราะราคาถูกสุดมั้งคะ แล้วข้อเสียที่ไม่ชอบคือ กลิ่นมันติดจานค่ะ กลิ่นเลมอนหอมชื่นใจ (หรา) โอเคล้างแล้วกลิ่นคาวหาย กลายเป็นกลิ่นน้ำยาล้างจานแทน เลยไม่รู้ว่าสะอาดป่าวอะ


— [ใช้ขวดแบบเติมค่ะ ด้านในไม่แน่ใจว่าของไร แม่ซื้อมา แหะๆ ]—

เวลาที่มือแห้งๆ หลังล้างจานก็ต้องทาแฮนด์ครีมทับอีก ดูซ้ำซ้อนนะคะ ทั้งต้องล้างจาน ทั้งต้องบำรุงมือ แล้วคือเป็นไรไม่รู้ ทาแฮนด์ครีมทีไร ต้องมีอันจับของกินแล้วไปล้างมือใหม่อีกละ 55555 วนลูป เพราะเดี๊ยนกินทั้งวัน

IMG_6224
— [ แฮนด์ครีมบนโต๊ะ ของฝากจากเพื่อนร่วมงานบ้าง ซื้อมาเองบ้าง เพราะล้างมือแล้วมือแห้งค่ะคุณ ]—

ทีนี้มีรุ่นน้องเอาน้ำยาล้างจานยี่ห้อ Cococlean (โคโค่คลีน) มาให้ ดูจากชื่อนี่คือต้องมีแรงบันดาลใจจากมะพร้าวแน่ๆ แต่ไม่ได้ทำมาจากน้ำมันมะพร้าวนะคะ เป็นสารทำความสะอาดจากมะพร้าว เพราะถ้าเป็นน้ำมันมะพร้าวอันนั้นคือจะมันแทน ตอนที่เอามานี่คือบับ มิชไม่ค่อยล้างจานเยอะๆ นะ แต่ลองดูหน่อยก็ได้ เผื่อจะดี เค้าบอกว่าไม่มีสารพวก LAS  ที่ทำให้มือแห้ง ในน้ำยาล้างมือทั่วไป แล้วก็สาร SLS ที่ทำให้รู้สึกระคายเคือง** ช่วงนี้ไม่ค่อยเป็นแม่ผีเรือน เอ๊ย แม่ศรีเรือน เลยมาลองวางไว้ที่ออฟฟิศดูละกัน อย่างน้อยเอาไว้ล้างแก้วหลังเลิกงาน

IMG_5964

—[มีแต่คนถามว่า Cococlean นี่กลิ่นมะพร้าวหรอ?]—

เอาจริงๆ เห็นขวดทีแรกนึกว่าน้ำผลไม้ แหม่…. สีน้ำเงินเขียวอ่อน ดู tropical มาก อยากจะกินค็อกเทล พอเปิดขวดออกมากดใช้ รู้สึกว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายมะนาว (ก็เค้าบอกว่ากลิ่น Lime french เนาะ) ไม่มีสี ไม่มีพาราเบน* พอล้างเสร็จเช็ดมือด้วยทิชชู ก็ไม่รู้สึกแห้งที่ปลายนิ้วนะ ไม่ต้องทาแฮนด์ครีมซ้ำ หรือไม่ต้องล้างมือด้วยโฟมล้างมือตามปกติเลย ถือว่าแง่การแพ้และไม่แห้งตึงนั้นผ่าน สำหรับกลิ่นที่ติดจานนั้นก็ไม่มี เพราะนั้นชนะยี่ห้อ C ไปได้ทุกข้อราบคาบ สามารถล้างขวดนมได้เลย แสดงว่าอ่อนโยนมาก ไม่ต้องซื้อน้ำยาล้างขวดนมแยกไปอีกสำหรับคุณแม่ที่มีลูกเล็ก

*พาราเบน คือ สารที่สังเคราะห์ขึ้นทางเคมี เพื่อใช้ในการรักษาสภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ให้ขึ้นรา หรือถูกแบคทีเรียเข้าไป ทำปฏิกิริยาจนผลิตภัณฑ์เกิดการแปรสภาพ (credit: http://www.sirichiva.com)
เนื่องจากพาราเบนส์ถือเป็นสารรบกวนฮอร์โมน แม้จะเป็นสารกันเสียที่ใช้ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์อย่างแบคทีเรียและเชื้อราได้ดี ได้รับการยอมรับว่าปลอดภัยที่จะผสมในผลิตภัณฑ์ทั้งอาหาร ยา และเครื่องสำอางทุกชนิด แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าหากใช้ไปนานในระยะเวลาต่อเนื่อง จะ ส่งผลเสียต่อร่างกายคนเราหรือไม่ (credit: http://www.consumerthai.org/)
สารกลุ่มพาราเบน (อังกฤษ: paraben) เป็นสารกันเสียที่มีราคาถูกจึงเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย แม้จะได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขให้ใส่ได้แต่ในปริมาณที่กำหนด นิยมใช้กับเครื่องสำอางประเภท แชมพู ครีมนวดผม ครีมบำรุงผิวหน้า ครีมทำความสะอาด ครีมสำหรับเล็บ น้ำยาดัดผมถาวร และ ยาสีฟัน Paraben ชนิดที่นิยมใช้ สารตัวนี้มีส่วนเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของผู้หญิง โดยเฉพาะ มะเร็งเต้านม เพราะร่างกายของเราสามาตรดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว เมื่อสารตัวนี้เข้าสู่ร่างกายจะทำงานเหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ร่างกายผลิต ทำให้ร่างกายทำงานไม่สมดุล (credit: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%99)

** อ่านจากในเว็บไซต์ของ Cococlean (Cococleanthailand.com) เกี่ยวกับ SLS ได้มาว่า SLS หรือ Sodium lauryl sulfate เป็นสารทำความสะอาดที่ทำให้มีฟองดีมากตัวหนึ่ง แต่ในทางการทดสอบของแพทย์ผิวหนังจะใช้สารตัวนี้ในการกระตุ้นให้เกิดการแพ้ เพราะมีการวิจัยกันค่อนข้างแพร่หลาย ว่า SLS ทำให้เกิดการแดงและระคายเคืองของผิวได้ ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นความอ่อนโยน และผลิตภัณฑ์ที่เป็นออแกนิคส์ต่างตื่นตัวในการ ตัดสาร SLS ออก บางคนอาจสับสนสาร SLS กับ Sodium laureth sulfate (SLES) ซึ่งเปรียบเสมือนญาติกับ SLS แต่ลบการระคายเคืองออกไป SLES จึงใช้กันอย่างแพร่หลายในทั้งแชมพู สบู่ และผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก

เอาล่ะข่า (ทำเสียงเอ็มซีมอเตอร์โชว์) เรามาล้างแก้วกันดีกว่าค่ะคุณผู้ชมคะ

IMG_5965

— [เรียกว่าวางเคียงบ่าเคียงไหล่กับอันเดิม]—

—[เมื่อก่อนมีแก้วประจำตัวค่ะ พอหายเข้าซัก 3 ใบ พี่มิชก็คิดว่าใช้แก้วออฟฟิศไปละกัน]—

แต่แค่ล้างถ้วยกาแฟยังไม่สาแก่ใจอีช้อย เดี๋ยวขอทำกับข้าวในกระทะแล้วล้างหน่อยซิ เอาแบบคราบน้ำมันสุดๆ  ผลคือ ใช้ปริมาณน้ำยาน้อยกว่าปกติที่เคยใช้ แต่สามารถขจัดคราบมันของกระทะได้หมดเลย เออ เก๋อ่ะ ผ.แซวว่าเทฟล่อนนี่ ก็ไม่มีไรติดกระทะอยู่แล้วจะพิสูจน์อะไรได้ แต่บางครั้งคนก็ล้างกระทะเทฟล่อนแล้วทิ้งความมันไว้นะคะ พอเราวางไว้ที่ซิ้งค์ล้างจานที่บ้าน พ่อชั้นคิดว่ามันคือน้ำยาล้างมือตัวใหม่แหงเลย ก็มันไม่คุ้นตา ไม่คุ้นยี่ห้อนี่นา แต่มั่นใจว่านางจะต้องชอบ เลยเอาไปให้นางลอง

IMG_6190

IMG_6192

IMG_6191

IMG_6195สรุปคือ ผลการทดลองทั้งประสิทธิภาพของการล้างจาน ขจัดความมันได้ดี โดยไม่เปลืองน้ำยา และที่สำคัญมือไม่แห้ง ไม่คันยิบๆ พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ควรค่าแก่การลงทุนซื้อมาให้แม่และผ.ใช้ในอนาคต แล้วเดี๊ยน”อาจจะ”ช่วยล้างจานมากขึ้นก็ได้ เพราะไม่มีข้ออ้างว่าล้างแล้วคันยิบๆ หรือแพ้น้ำยาล้างจานอีกต่อไป อาจใช้แทนน้ำยาล้างมือด้วยนะ เอ่า…งานเข้าล่ะสิชั้น ต่อไปสงสัยต้องเป็นคนล้างจานแทนซะแล้ว 555

ป.ล. หลังจากวางไว้ที่ออฟฟิศสองวัน มีคนมาถามว่า ซื้อน้ำยาล้างจานโคโค่คลีนที่ไหน เราก็บอกว่ากูร์เมต์ เดอะมอลล์ พารากอน เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ แล้วก็โฮมเฟรชมาร์ช ในเดอะมอล์ทุกสาขาไรงี้​หรือจะซื้อผ่านเว็บก็ได้ (โห ไฮเทคแม่ก เหมาะกับแม่บ้านไม่มีเวลาแบบฉัน) ที่นี่ http://cococleanthailand.com/

IMG_6187

IMG_5663—[แถมท้ายด้วยเมนูวิจิตรมากค่ะ มาม่าเกาหลีโปะไข่ (ไม่ค่อยเยิ้มแฮะ)]—

 

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง Day4: ช้อปปิ้งคังนัม แวะดู DDP

กว่าจะกลับมาเขียนต่อจาก Day3 ก็เกือบลืมไปแล้ว ต้องระลึกชาติอีก เพลียจ์ เวลากลับมาเขียนทีหลัง มันชอบลืมรายละเอียดไปนะคะ บางทีต้องอาศัยดูจากรูปเอา แล้วเรียงตามลำดับเวลา ไม่ดีเลย นิสัยดองบล็อกมาอีกแล้ว

วันนี้เป็นวันสบายๆ ค่ะ เพราะร่างพังจากเมื่อวานที่วิ่งรอกไปจินเฮและปูซานแล้ว เลยพักผ่อนด้วยการไปช้อปปิ้งที่สถานีใต้ดินคังนัม Gangnam station
ถ้าใครเคยไปทงแดมุน หรือเมียงดง ก็จะพบว่ามันคือเสื้อผ้าแบบเดียวกันแหละ แต่ขายปลีกและราคาย่อมเยา เช่น ตัวละ 5,000 วอน 10,000 วอน (ประมาณ 300 บาท) แต่บางร้านก็แปะไว้ทั้งราว 10,000 วอน จริงๆ ตอนจ่ายมันสับขาหลอกเป็น 20,000 วอนก็ต้องระวังกลโกงนะคะ

Shopping

ที่นี่เหมาะสำหรับชะนีชอบซื้อของถูกค่ะ ไม่เหมาะกับผู้ชายเท่าไหร่ ถึงจะมีส่วนของตึกที่อยู่ต่อไปอีกเยอะก็ตาม รองเท้า เสื้อน่ารักๆ เพียบ
มีร้านเครื่องสำอางด้วย พอดีวันนั้นไป ETUDE ลด 30% ทั้งร้านพอดี ก็เลยจัดเต็มค่ะ มี Nature’s republic ที่บีเอน่ารักสุดๆ บอกว่าอยากได้ปฏิทิน EXO นางก็จัดให้ค่ะ 55555 ถามว่าชอบใคร เสียดายลิปมันดีโอเหลืออันเดียว ที่นี่ตอนนั้นยังขายปลีกนะคะ พออีกเดือนนึงไป นางขายเป็นแพคค่า….กลัวบางคนขายไม่หมดสินะ หึหึ

shopping-1

DDP

ddp3

ก่อนหน้านั้นเราไปที่ DDP มาค่ะ หรือที่เรียกว่า Dongdaemun Design Plaza (ลงสถานี Dongdaemun Design and Cultural park) เป็นคล้ายๆ มิวเซียมที่รวมเอางานออกแบบเก๋ๆ ของดีไซเนอร์เกาหลีเอามาออกนิทรรศการกันค่ะ บางโซนต้องเสียค่าเข้านะคะ เลยไม่เข้า แต่ที่เราไป เพราะมันคือภารกิจติ่งค่ะ ไปซื้อ merchandise ของศิลปินที่ Stardium นั่นเอง เราซื้อเสื้อยืดโง่ๆ ที่มีเลขวันเกิดศิลปินมาค่ะ เพราะคิดว่าอย่างน้อย เค้าก็มีเงินจ้างศิลปินเรานะเว้ย ถ้าสินค้าขายดี เค้าจะได้จ้างลูกเราอีก ตอนหลังเลยรู้ว่า มันคือกิจการของ SM entertainment นี่แหละ ที่เอาสินค้ามาใส่ Value ของศิลปินลงไปแล้วขายแพงๆ หึ แต่กูก็ซื้อ….

DDP

stardium
ที่ DDP มีที่นั่งพักสำหรับผู้เข้าชม มีเก้าอี้ และเปียโนกลางห้องด้วยนะคะ มีปลั๊กให้เสียบชาร์จแบต มีตู้น้ำ (อันนี้มีทุกที่นะ) ห้องน้ำก็ดีค่ะ
เอิ่ม นี่คือ รีวิวห้องน้ำ ขอเชิญเพจรีวิวห้องน้ำสาธารณะค่ะ
DDP2
วันนี้ค่อนข้างยาวนานนะคะ แต่เราเขียนไม่ยาว เพราะไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่ เขียนเป็นไดอารี่ประจำวันบันทึกเหตุการณ์แทน
เพราะหลังจากช้อปที่คังนัมแล้ว เราก็ไปกินข้าวกับพี่เปรียวและเพื่อนพี่เปรียวค่ะ เป็นร้านเหล้าน่ะแหละ มีขาย”ชอน” (ของทอด) หอมมากๆๆๆๆ อร่อยด้วย กินซะหมดเกลี้ยงเลย เวลาฝนตก คนเกาหลีชอบกินเหล้ามอกกอลี (Moggoli) กันค่ะ เค้าว่ากัน แล้วกินคู่กับของทอดไรงี้ เหล้านี่เหมือนจะหวานๆ แต่เมาเร็วอยู่นะคะ ยังค่ะ กินข้าวเสร็จแล้วยังไม่จบ จริงๆ คนเกาหลีเค้าชอบต่อกันอีกหลายร้านก่อนจะจบการพบปะกัน แต่เราร่างพังแล้ว ต้องไปทงแดมุนด้วยสิ เลยกลับหอก่อน

Food-1

ภารกิจยามค่ำคืนเริ่มแล้วค่ะ ที่ทงแดมุนขายส่ง 5555 ก็แยกกันช้อปตามสไตล์แต่ละคนนะคะ แต่บางร้านชอบขายส่งอ่ะค่ะ เลยซื้อยากหน่อย ไปกินร้านเพิงข้างๆ ทงแดมุนด้วย ได้อารมณ์มาก…. กินโอเด้ง ของทอดกับโซจูค่ะ แก้หนาว เอิ่ม ไม่ได้กินนะ แต่พี่ที่กินคือร้อนไปหมด แหะๆ

food-2

เที่ยวตามสันดานกรุ๊ปเลือด

ปกติไปเที่ยวกับหลายคน หลายเชื้อชาตินะคะ แต่ช่วงนึงก็เที่ยวกับเพื่อนกลุ่มเดิมๆ รู้เช่นเห็นชาติกันมาหมด มาช่วงหลังๆ ลองเปลี่ยนกลุ่มเพื่อนดูบ้าง เลยได้ค้นพบอะไรบางอย่างของการเที่ยวร่วมกันของคนแต่ละกรุ๊ปเลือดค่ะ

ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ ทำไมเพื่อนเราทำแบบนี้ ทำไมคนนี้ทำแบบนั้น พอมาถามๆ กัน เลยพอจะ assumeได้ว่า อาจมาจากกรุ๊ปเลือดส่วนหนึ่ง สันดานการเลี้ยงดูส่วนหนึ่ง สภาพแวดล้อมส่วนหนึ่ง ประสบการณ์ส่วนตัวด้วยค่ะ ขออนุมานตามที่เคยได้เที่ยวด้วยกันมาดังนี้ค่ะ

กรุ๊ป A – หลังๆ เจอกรุ๊ปนี้เยอะสุด ไม่รู้ทำไม อาจเพราะกรุ๊ปนี้เป็นกรุ๊ปที่โคตรเป๊ะ เวลาทำงานนะคะ พวกนางจะละเอียดมาก เป๊ะมาก จนน่ารำคาญ ลามมาถึงการเที่ยวด้วย บอกเลยว่าใครมีกรุ๊ปเอในทริป สบายไป 3 ชาติ ปล่อยนางหาข้อมูลไปค่ะ อย่าขัดนางค่ะ นางทำการบ้านมานะคะ เวลาหลงนางจะมีเซ้นส์ค่ะ ส่วนใหญ่คือนางจะไปในที่ๆ นางรู้จัก คุ้นเคย เชื่อนางค่ะ อย่าเถียง คนแบบกรุ๊ปเอ คือ แค่บอกว่าเวลานี้ๆๆๆ จะไปเที่ยวกันนะ (ต้องบอกล่วงหน้าซัก 1 เดือนนะ) อีก 30 นาทีต่อมา นางจองตั๋วเครื่องบิน ที่พักเทียบสามเจ้า พร้อมแพคเกจเที่ยวรูทต่างๆ ค่ะ เรียกว่าทำล่วงหน้ายังกะ year plan แถมกรุ๊ปนี้ ชอบอะไรที่มั่นใจ ชัวร์เท่านั้น ถึงได้ทำนะ ถ้าไม่ชัวร์ ไม่วางแผน นางจะเสียเซ้วนิดนึง ทริปล่าสุด เจอกรุ๊ปเอ ธาตุไฟ ปีมะโรง สายแข็งสัดหมาค่ะ เรียกว่าอะไรก็ทำร้ายเธอไม่ได้ ขนาดว่าจะตกเครื่องยังไม่ตกเลย นางแกร่งจริง เวลาไปเที่ยวกัน นางพร้อมค่ะ บอกว่าออกจากบ้าน 10 โมง คือนางแต่งหน้ารอ เสร็จเรียบร้อย แมทช์ชุดจากไทยไป ไม่มีมาเอ๊ะอ๊ะ แมทช์ชุดไปมา นางรู้ว่าต้องตื่นก่อนกี่นาที แล้วปลุกเพื่อนๆ ค่ะ แต่กรุ๊ปเอ เรื้อนๆ ก็มีค่ะ แต่ถึงเรื้อนยังไงก็ไม่เรื้อนเท่า บี ปกติแน่นอน

กรุ๊ป B – อุตส่าห์เกริ่นมาขนาดนี้ ต้องมาเจอกรุ๊ปบีกันค่ะ ทริปก่อนหน้านี้ ดวงมีอันต้องได้ไปกับกรุ๊ปบีค่า…… คุณพระ กูเจอสายแข็ง กรุ๊ปบี ธาตุลม ปีวอก ขุ่นพระ แผนเผินไม่เคยมี แพลนทริปไม่เคยทำ อยากไปไหนก็ไปจ้า เอางี้ จะไปเที่ยวต่างประเทศ (ถ้ามีเงินและเวลา) อยู่ๆ นางก็จองตั๋วไปจ้า แต่เห็นอย่างนี้ ก็เทียบราคา ทำการบ้านอยู่บ้าง แบบสถานการณ์บังคับให้ต้องทำชิป่ะ แล้วคิดดูว่า ถ้าเอตัวแรงมาเจอบีสายแข็ง ตัวเอคงกรี๊ด ทนไม่ไหว ทำให้หมดแน่ๆ เพราะทนความเรื้อนของบีไม่ได้ เดี๋ยวตั๋วหลุด เดี๋ยวราคาขึ้น เดี๋ยวที่พักเต็ม แต่แนะนำค่ะ ให้ปล่อยวาง ซักพักอีบีจะทนไม่ไหว จัดการเองหมดในวันเดียว (ถ้าให้มันทำก็ทำได้ค่ะ แต่มันเรื้อน ต้องจวนตัวจริงๆ ก่อนถึงทำ) เวลาไปเที่ยวนะคะ มันจะตื่นสายค่ะ นัดกันว่าล้อหมุน 10 โมง คือ ไม่มีอยู่จริงบนโลกค่ะ ออกจริงบ่ายโมง บอกว่านัดกันที่นั่น ที่นี่นะ นัด 6 โมง ไปถึง 2 ทุ่มค่ะ เก๋ๆ ถามว่ามันรู้สึกผิดมั้ย? ไม่…. แต่ก็เข้าใจเค้านะคะ การมาเลท ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ของนาง คงนึกภาพคนรอที่เป็นกรุ๊ปเอออกเนอะ ว่าจะกรี๊ดแค่ไหน แล้วเลือกอะไรก็พิรี้พิไรค่ะ ตามสไตล์กรุ๊ปที่มีความติสท์ในตัวสูง คนตลาดๆ แบบโอ ไม่เก็ต อันนี้บีจะเด่นมากในเรื่องของศิลปะ อีโม หรือความชิล ถ้าอยากไปแบบไม่ 6-7-8 ให้เลือกไปกับกรุ๊ปบีค่ะ บางวันไปที่ซ้ำๆ เพราะอยากชิล อยากคูล ถามว่าต้องเก็บสต็อปที่เป็นจุดถ่ายรูปมั้ย นางไม่ซีค่ะ ขอให้ได้ทำตามใจ แต่ไปกับกรุ๊ปบีมันสนุกเพราะมันไม่มีกรอบมากั้นค่ะ อยากทำไรทำ สนุกก็สนุกสุดๆ อยากซ้ำก็ซ้ำ ไม่ต้องแคร์ว่าเสียดายเวลา ก็ชั้นอยากทำนี่นา ใครจะทำไม ส่วนอาหารการกินก็ชอบค่ะ แต่พวกนางกินได้ไม่เยอะ เพราะระบบย่อยไม่ค่อยดี ต่างจากโอ ซึ่งชอบกินมากๆๆ แล้วสุดท้ายคือ โอก็ต้องจัดการที่อีบีอยากกินแต่กินไม่หมดค่ะ ช่วยพกยาแก้ย่อยไปด้วยนะคะกรุ๊ปบี

กรุ๊ป O – กรุ๊ปนี้ เป็นกรุ๊ปที่ไปไหนไปกัน อะไรก็ได้ จะออกมาจากกรุ๊ปนี้เยอะมาก คือกรุ๊ปบีก็อะไรก็ได้นะคะ แต่อะไรก็ได้ตามใจฉัน ส่วนโอคือ อะไรก็ได้ตามใจคนส่วนใหญ่ อะไรที่คนส่วนใหญ่ทำ ชั้นจะทำ ชั้นไม่อยากแหกกฎ อะไรที่เค้าว่าฮิต ขอลองหน่อยจิ เดี๋ยวไม่ครบ เดี๋ยวไม่ตามเทรนด์งี้ คือ กรุ๊ปนี้อะไรก็ได้จริงๆ ไปกับใครก็ได้ แต่ไม่อยากเป็นเฮดเท่าไหร่ เพราะสันดานส่วนตัวคือ ขี้เกียจน่ะ แต่ถ้าเป็นโอวันนาบีเอ หรือเราเรียกว่า โอเนิร์ด ก็จะทำการบ้านคล้ายๆ เอ แต่ไม่เป๊ะเท่า ถึงจะเป๊ะก็ไม่ได้ strict ขนาดเออ่ะค่ะ แบบหลวมๆ เวลาโอไปกับบี คงรู้นะคะว่าใครจะเป็นคนคุมเวลา หรือลากบีให้เข้ารูปเข้ารอย กรุ๊ปนี้เน้นกิน เน้นช้อป เน้นถ่ายรูป เอะ ก็เน้นหมด แต่กรุ๊ปโอไม่ชอบไปอะไรที่มันเข้าใจยากๆ นะคะ เช่นมิวเซียม วัด วังงี้ โอจะแบบถ่ายรูป เช็คอินแล้วถามว่า กินไรอ่ะ ไปไหนต่ออ่ะ ทันที เพราะมันเบื่อง่ายค่ะ มันชอบเที่ยวเก็บแต้มให้ได้เยอะค่ะ ถามว่ามีเวลาชื่นชมศิลปะมั้ย ไม่ใช่ป่ะ ต้องทำอะไรให้คุ้มที่สุดค่ะ พวกนี้จะนอยด์ว่าชั้นมาทั้งที เดี๋ยวไม่ครบ เสียดายตังค์ โอจะเป็นคนลังเลนิดนึง ทำไรก็ต้องถามเพื่อน ถามความเห็นของทุกคน ไม่กล้าเผด็จการ แต่ถ้าเพื่อนในทริปให้สิทธิ์ตัดสินใจ ก็จะดีมากๆ แต่โอมันก็มั่วๆ เบลอๆ อยู่นะ แต่ไม่เบลอเท่าบี เวลาตื่นก็จะเป็นคนตื่นท้ายๆ แต่ก็ทำไรช้าค่ะ สุดท้ายเสร็จพร้อมอีบี ซึ่งเรื้อนตื่นหลังสุด แต่ดันเสร็จก่อน

กรุ๊ป AB – เพิ่งเคยเจอไม่กี่คนนะคะ หลังจากที่เที่ยวมาหลายทริป กรุ๊ปนี้ไม่แคร์โลกค่ะ ว่าบีติสท์สุดแล้วชิมิ เจอเอบีเข้าไป นางไม่แคร์ค่ะ อยู่ๆ ก็เดินออกนอกเส้นทาง เพราะอยากถ่ายรูป หรือจะนั่งในร้านกาแฟเป็นชั่วโมงๆ นางก็ทำค่ะ พูดเลยว่าไม่แคร์โลก แต่ก็ดีค่ะ คือ ไม่แคร์ก็ไม่แคร์จริงๆ ไม่ใช่ว่าไม่แคร์แล้วแอบน้อยใจ คนกรุ๊ปนี้ นางไม่สนด้วย ฮ่าๆๆๆ อาจจะรวมความเนิร์ดของเอ และความชิวของบีเข้าด้วยกัน เลยครึ่งๆ กลางๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย 5555 แต่จะว่าไป ว่าโออะไรก็ได้แล้วนะ เอบี อะไรก็ได้เยอะกว่า คือ ไม่ซี จะทำอะไรก็ทำเลย นางรับได้หมด

ทั้งหมดนี้คือการอนุมานค่ะ ใครอยากค้าน ก็ช่วยมาโพสต์บอกกันด้วยนะ ว่าไม่เห็นจะตรงเลอ จะได้รู้ไว้ แนะนำว่า ไปเที่ยวด้วยกัน ก็หนักนิดเบาหน่อย อย่าเครียดมาก เรื่องเวลาหรือตารางแพลน แต่ก็อย่าเรื้อนเกินไปจนเที่ยวได้ไม่ครบค่ะ เวลาไม่พอใจอะไรก็บอกกันค่ะ จะได้เที่ยวด้วยกันแบบไม่ตะขิดตะขวงใจ และกลับมาด้วยความประทับใจนะจ๊ะ

Blood type trip

รีวิวยืดผมแบบวอลลุ่ม : Volume hair straighten technique review

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านทุกท่านคะ

หลังจากเวียนว่ายตายเกิดใน exteen มาจนถึงวันที่บล็อกร้าง เอ๊ย เข้าไม่ได้แล้ว เราเลยขอเปิดบล็อกใหม่มาพรั่งพรูเวิ่นเว้อให้มันสะใจกว่าเขียนสเตตัสในเฟสบุ๊คนะคะ

ขี้เกียจจะด่าระบบบล็อกที่เก่าละค่ะ เรามาเริ่มต้นกันใหม่ที่นี่เนาะ

ขอประเดิมบล็อกแรกจากเรื่องล่าสัดกันก่อน คือ เพิ่งไปยืดผมมาค่า สมัยก่อนยืดผมจะเรียกกันว่ายืดผมถาวร หรือรีบอนดิ้งกันใช่มั้ยคะ ตอนนี้มันมีอีกศัพท์มาใหม่แล้วค่ะ มันคือ การยืดผมแบบวอลลุ่ม (Volume) หรือถ้าอ่านแบบเมกันต้องอ่านว่า วอยุ่ม หรือถ้าอ่านแบบเกาหลีก็ บอลุ่ม โอ๊ย จะอ่านหลายภาษาทำไมคะ เอาเป็นว่ายืดแบบยกโคน ปลายโค้งละกันค่ะ

จริงๆ สนใจการยืดแบบวอลลุ่มแมจิกตั้งแต่รุ่นน้องมาแนะนำการทำผมในเกาหลีให้ฟังเมื่อหลายปีที่แล้ว และได้อ่านกระทู้ของน้องแอร์ที่ไปยืดผมปลายโค้งที่เกาหลีมา อยากทำมากๆๆ แต่พอไปเกาหลีจริงๆ แล้ว ผมดี๊ดี ไม่ชี้แห้งฟู แถมตรงสวยงาม เลยไม่อยากเสียเงินประมาณ 3 พันทำที่เกาค่ะ งกด้วยแหละ กลัวคุยกับอาจุมม่าไม่รู้เรื่อง

ข้ามมาที่ไทยค่ะ 3 ปีให้หลัง มันก็เข้ามาไทยค่ะเรียกชื่อเดียวกันเลย บางที่เรียกยืดวอลลุ่ม บางที่เรียก แมจิกวอลลุ่ม/วอลลุ่มแมจิก น้ำยามีหลายเกรดค่ะ ทั้งชิเซโด ชวาสคอฟ และน้ำยาญี่ปุ่น วิธีการมันก็คือเอาน้ำยาตัวนี้ทาไปบนผมที่เซ็ตไว้ (ไดร์ไว้ตามทรง) มันทำได้ทั้งดัดและยืดค่ะ เพราะฉะนั้น ถ้าคนไหนอยากยืดโคนดัดปลายก็ใช้น้ำยาตัวเดียวกัน

เราค้นคว้า เสาะหาร้านที่ทำมาหลายวีคเลยค่ะ (แบบอยากได้ของถูกใจและถูกราคา) เลือกมา 5 ร้านที่มีชื่อด้านนี้ค่ะ คือ

1. Hair Atelier by Ador ทองหล่อซอย 25 ช่างญี่ปุ่น ชื่อ ยูตะซัง เค้าว่าหล่อกัน ก็แบบเจป๊อปอ่ะนะคะ มีโปรโมชั่นด้วย คือ ดัด+ตัด+ทรีทเมนท์ หรือ ยืด+ตัด+ทรีทเมนท์ ทุกความยาว 4,170 บาทค่ะ น้องอีกคนซื้อดีลทำทรีทเมนท์และตัดไว้ที่ ensogo ราคา 1,990 เท่านั้น อันนี้มีพอร์ตยืดผมเยอะอยู่ค่ะ แต่มีรีวิวของท่านนึงบอกว่า ราคาโปรนี้ ถ้าเป็นยืดโคนดัดปลาย จะบวกไปอีก 1,500 เวลาตกลงกับช่าง คุยกันดีๆ นะคะ เดี๋ยวบวกไปมาแล้วแพง (http://a-dor.net/ http://www.facebook.com/HairAtelierADOR)

2. More Hair ตึกไทม์สแควร์ ช่างเกาหลี ชื่อซอฮยอน (อ่านง่ายๆว่า ซอ ยอน) ราคาผมยาวครึ่งหลังประมาณ 5,000 ค่าตัด 700 ค่ะ อันนี้เพื่อนร่วมงานไปทำมา สวยอยู่ รีวิวของท่านอื่นๆ ก็สวยค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะยืดโคนดัดปลาย ดูรีวิวของท่านนี้ได้ค่ะ (www.facebook.com/MoreHairShopTimeSquare)

3. Kudos by Tarakorn แถวเลียบทางด่วนค่ะ มีโปรโมชั่นด้วยนะคะ มีน้ำยาสองอย่างค่ะ ร้านนี้ค่อนข้างฮอตค่ะ ต้องจองคิวก่อนค่ะ (www.facebook.com/Kudossalon) ไปดูคุณพี่ท่านนี้รีวิวในจีบันกันนะคะ http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=162544

4. Prestige Hair ที่ทองหล่อและสยามค่ะ ราคาเริ่มต้นไม่ต่างจากร้านอื่นๆ นะคะ แต่ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาเยอะเรื่องทำผมราคาเป็นหมื่น และทำผมลูกค้าทั่วไปไม่ค่อยดี ต้องไปแก้ อันนี้เพื่อนร่วมงานเราที่เคยไปดัดที่นี่บอกเองเลย คุณพระเสียค่าทำผมเป็นหมื่น คุณพระ(อีกที) (http://www.prestige-hair.com/ http://www.facebook.com/pages/Prestige-Hair/460723497341816)

5. Park & Bomb อันนี้น้องที่ออฟฟิศไปทำมา ลอนสวยมาก แต่น้องดัดปลาย ผมเส้นใหญ่ ผมเยอะ และยาวค่ะ น้องไปทำตอนมีโปร สวยดี แต่ไม่อยู่ในช้อยส์เรา เพราะไม่ค่อยเห็นพอร์ตยืดผมค่ะ แล้วก็ค่อนข้างแพง (เฟสบุ๊คจะแยกเป็นสาขาอ่ะค่ะ เอาของสยามมา ดัดสวย https://www.facebook.com/parkandsiam)

เอาล่ะ เราตัดช้อยส์เหลือแค่ข้อ 1 กับ 2 แล้วค่ะ เพราะสนนราคาใกล้เคียงกัน จริงๆ นัดกับ More hair ไว้แล้ว แต่วีคนั้นป่วยพอดี เลยไม่ได้ไปทำ แล้วก็หาข้อมูลเรื่อยๆ จนเริ่มมั่นใจในยูตะซังและจะยืดเท่านั้น เลยตัดสินใจไปข้อแรกค่ะ โทรนัดเรียบร้อยที่เบอร์ตามเว็บ เป็นช่างญี่ปุ่นทุกท่านค่ะ แต่ผู้ช่วยคนไทย อยู่ที่ซอยทองหล่อ 25 ตรงข้ามร้านอาหารญี่ปุ่นค่ะ ตรงทางโค้งๆ น่ะแหละค่ะ จอดรถเล้ย ใช้เวลาทำประมาณ 3 ชั่วโมง นะคะ โทรนัดก่อนก็ดีค่ะ

สภาพผมตอนเราไปก็คือปลายผมเสียมาก เป็นไม้กวาด จากการทำสีแบบ Ombre ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จึงอยากตัดปลายออกประมาณ 10-15 ซม ค่ะ แล้วยูตะซังก็เล็มผมเราแล้วไดร์ลมม้วนด้วยมือเบาๆ จากด้านหลัง อุ๊ต่ะ ยังกะทำเสร็จแล้วเลยค่ะ เพราะข้างบนเรียบ ข้างล่างลอนสวยงามเหมือนคนดัดปลายผมเลย (ตอนนั้นคิดเลย กูจะมายืดผมทำไมว้า ผมแบบนี้ก็สวยดีแล้ว แค่ซอยให้เข้าทรงเอง) ช่างผู้ชายน้องเก้งถามว่านี่ดัดมานานยัง อ่อ ผมธรรมชาติค่ะ

image_3
ผมก่อนทำ ปลายผมเยี่ยงไม้กวาด

image_7
ยูตะซังซอยผมเบาๆ แต่ผมเราหยิกเอง

จากนั้นยูตะก็ถามว่า จะเอาแบบยืดหรือยืดโคนดัดปลาย เรามโนในใจว่า ดัดปลายจะลอนแบบที่ยูไดร์ให้มั้ยล่ะ นางบอกว่าเหมือน แต่ถ้ายืด มันอาจจะไม่ม้วนขนาดนี้นะ เราเลยตัดสินใจบอกว่า งั้นยืดโคนดัดปลายก็ได้ถ้าช่างเห็นว่าดี หลังจากนั้นผู้ช่วยก็มาลงน้ำยาค่ะ ลงครึ่งหัวก่อน เพราะจะยืดโคนใช่ม้า เราก็ไลน์ถามเพื่อนร่วมงานแก็งค์ชะนีทีเดียวว่า แกๆ ชั้นจะดัดปลายนะ โน่นนี่นั่น ทันใดนั้นมีเพื่อนร่วมงานเตือนเราว่า พี่ป้อม…ถ้าเป็นคนไม่มีเวลาไดร์ผมก่อนออกจากบ้าน ไม่แนะนำ เพราะมันจะเหมือนพุดเดิ้ลมาก อัยยะ ผมของน้องเค้าก็เป็นหยักศก ฟู เหมือนเราด้วย ภาพเก่าในปี 2008 ที่เราดัดผมแล้วเป็นมหันภัยมันย้อนกลับมาทันใด ผมเราฟูมาก ไม่มีเวลาจัดทรงให้ลอนสวยด้วยซ้ำ หน้าก็ใหญ่ โอ๊ย นรก แล้วก็รีบบอกผู้ช่วยว่า เปลี่ยนใจทันมั้ยคะ ฮืออออ นางบอกเดี๋ยวบอกช่างให้นะคะ ยูตะซังเลยมาที่ผมแล้วอนุมัติ (มั้ง) สรุปคือ ยืดทั้งหัวค่ะ เฮ้อ

image_1
ตอนไดร์หลังตัดก่อนลงน้ำยาค่ะ

หลังจากชะโลมน้ำยาแล้วก็ทิ้งไว้ซักพักนึง ยืดแบบนี้ไม่มีแผ่นพลาสติกมาดามเหมือนสมัยรีบอนดิ้งนะคะ อุ๊ต่ะ เกิดทันกันมั้ยคะ? อาร์ตแฮร์สยามเป็นโรงงานรีบอนดิ้งหลายคนคงจำได้ สมัยนั้นเรารีบอนที่ร้านออกัส หน้ารามค่ะ อร๊าย อดีตมั่กๆ ผมตรงลีบติดหัว เค้าว่าฮิตกันค่า….ฟีดแบ็คจากคนใกล้ตัว บอกว่าผมแข็งยังกะไม้กวาด สยอง ผมธรรมชาติแต่ไม่เสียดีกว่านะ ฮ่าๆๆๆๆๆ
image_2
เป่าลมหลังยืดเสร็จ

จากนั้น ก็ล้างออกค่ะ แล้วมารีดผม ผู้ช่วยน้องเก้งบอกว่าอาจจะร้อนหน่อยนะคะ เป็นการใช้ความร้อนล็อคผมค่ะ จะดัด หรือจะยืดน่าจะเป็นช่วงนี้ล่ะค่ะ เพราะถ้าดัดก็จะใช้โรลไฟฟ้าให้ความร้อนกับลอน เหมือนดัดดิจิตอลนี่เอง ช่างจะใช้ที่รีดผมแบบเลอซาช่ามารีดตั้งแต่โคนเลยค่ะแล้วตวัดปลายให้โค้ง (ไปๆ มาๆ ก็เหมือนผมดัดปลายเบาๆ นะคะ) ทีนี้ มีอีกครึ่งหัว ช่างญี่ปุ่นผู้หญิงมาช่วยค่ะ นางใช้วิธีอีกแบบคือ หนีบตรงก่อน แล้วตวัดปลายทีหลัง เราก็นอยด์สิคะ ทำไมน้องเก้งตวัดปลายเลยทุกปอยผม กลัวลอนไม่เท่ากัน เอ๊ะ ได้ข่าวกูยืด จะนอยด์ทำไม พอทำเสร็จก็ทาน้ำยาล็อคค่ะ แล้วไปล้างออก ไดร์ผมเซ็ตผม น้องบอกว่าวิธีดูแล 24 ชั่วโมงแรกห้ามสระผม แต่ยังโดนน้ำได้ ดีกว่าสมัยรีบอนดิ้งเยอะค่ะ อันนั้นห้ามสระผม 3 วันหัวเน่าเหนียวมาก แล้วก็ห้ามมัดผม ติดกิ๊บไรงี้ตามปกติ ใช้เวลาทำรวมรอทุกอย่างแล้วไม่เกิน 3 ชั่วโมงค่ะ ไม่ทรมานเหมือนตอนทำรีบอนดิ้งเลย สมัยนั้นนี่แทบจะใช้ชีวิตในร้านทำผม ยืดอะไรตั้ง 5 ชั่วโมง เสียเวลาทำมาหากินมากๆ ออกจากร้านตัวเบาเลยค่ะ จ่ายบัตรเครดิตได้นะคะ เราซื้อน้ำมันใส่ปลายผมมาด้วยค่ะ เพราะอยากบำรุงบ้าง

image_5 image_6
น้องไดร์ม้วน เซ็ตแล้วย้อม เอ๊ย เซ็ตก่อนออกจากร้าน

พอสระครั้งแรกพบว่าชีวิตง่ายขึ้น 45% ค่ะ ลงน้ำมันปลายผมนิดหน่อยแล้วออกจากบ้านได้เลย ผมค่อยๆ แห้ง มันสวยตรงลอนปลายผมนะคะ คือ เป็นคนผมหยักศกอยู่แล้ว และรู้สึกดีใจที่บอกช่างทันว่ายืดค่ะ เพราะเราไม่น่าจะเหมาะกับทรงพุดเดิ้ลฟูเท่าไหร่ มันสยองมาก พูดเลอ แต่โคนผมค่อนข้างมันเร็ว อยู่ได้สองวันก็ต้องสระแล้วค่ะ แต่ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะมันไม่ต้องรอไดร์ สระแล้วหัวเปียกขับรถออกจากบ้านเลย แล้วเดี๋ยวจะทำสีตอนครบ 1 สัปดาห์ค่ะ ทำเองนี่แหละค่ะ กับ ลิเซ่ (อ่านยากจุง) เดี๋ยวเอามาให้ดูอีก

image_9 image_8 photo
หลังสระผม 30 นาที

image
หลังสระผมจนแห้งสนิท ฟูนิดๆ ตามธรรมชาติ(ลงโทษ)

ตอนนี้ แฮปปี้มากค่ะ ยูตะซังซอยผมเก่งนะคะ

จริงๆ เราอยากรีวิวทำผมแบบ Ombre ที่ทำปีที่แล้วที่ซาลอนเดอแบร์นะคะ แต่ว่ามันก็ค่อนข้างนานแล้ว ผมก็ตัดออกหมดแล้ว ฮ่าๆๆๆ ปีที่แล้วอยากลองอะไรที่อยากทำให้สุดๆ น่ะค่ะ ไม่อยากพลาดเพราะไม่กล้า ไงล่ะ ผมเสียต้องบำรุงเป็นปีเลย สะใจไปเลย คือผมอ่อนแออยู่แล้วนะคะ แต่ช่างทำดีค่ะ ถ้าชอบทำสีต้องพี่แป๊ะเลยค่ะ

ส่วนร้านอื่นๆ ที่เราว่าโอเคสำหรับการดัด ก็มี Salon de Bear แถวพัฒนาการ, ร้านวาซาบิ, พี่ดวง ร้าน AKRU ค่ะ ยังไงลองอ่านรีวิวเยอะๆ สอบถามทางร้านจนกว่าจะแน่ใจดีกว่าค่ะ หรือถามเพื่อนๆ ที่ทำมาว่าทำที่ไหน ถ้าชอบสไตล์นั้นๆ นะ และอย่าลืมเช็ค ensogo อยู่เสมอ เพราะหลายร้านที่ทำผมดีๆ ก็มีดีลราคาถูกใจสำหรับสาวๆ มาล่อใจเสมอค่ะ จะได้ผมสวยและไม่เสียตังค์เยอะนะคะ