รีวิว Sunshine Paradise รีสอร์ทที่ประจวบฯ (From Feb 2015)

ถ้าเที่ยวแล้วรีวิวเลย จะไม่ใช่ pompoko.me ตัวจริงค่ะ อันนั้นรับจ้างเขียนบอกเลย 555555555
จริงๆ อยากเขียนตั้งแต่กลับมาเลยทีเดียว แต่พอดี….. (อ้างอะไรก็ได้แล้วแหละ)
เอาล่ะ จะมารีวิวสั้นๆ พร้อมภาพเยอะๆ ค่ะ ไม่อยากให้อ่านแล้วเบื่อก่อน

ชื่อ
Sunshine Paradise ตอนแรกได้ยินชื่อนี่แบบคนคิดเค้าทำไมตั้งชื่อแบบนี้วะ ชื่อโคตร general

ภาพ
ภาพของรีวิวเหล่านี้ และรูปจากเพื่อนของน้องที่ทำงาน ทำให้เราอยากไป (จริงๆ ไปฟรีค่ะ ไปเอ้าติ้งกับทีม) จำนวน 10 กว่าคน
http://pantip.com/topic/32321300
http://familytripbykoy.blogspot.com/2014/10/sunshine-paradise-resort.html

เดินทาง 
ย้ำอีกครั้ง นี่ไม่ใช่หัวหิน ไม่ใช่ปราณ มันคือ ทับสะแก ถ้าอ่านแบบต่างชาติ ต้องอ่านว่า Tub-Scared อ่านปากนะคะ ทับ สแกร์ด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ข่า… นึกภาพตามนะคะ ภาคตะวันตก ประกอบด้วยจังหวัด ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ คือ อีกนิดนึงก็ชุมพรละค่ะคุณ
เราเดินทางด้วยรถตู้ค่ะ ล้อหมุน 8 โมงมั้ง แวะปั๊มสองปั๊ม แต่ก็ยังไม่ถึงค่ะ นั่งอ่านป้ายฝังลูกนิมิตรไปตามทางก็แล้ว ทำไมยังไม่ถึง มันไกลกว่าหัวหินและปราณเยอะค่ะ ขอให้อดทนแล้วจะพบความฟิน
ส่วนฝรั่งนั้น พนักงานบอกว่าฝรั่งชอบนั่งรถไฟจากหัวลำโพงมาลงสถานีบ้านกรูดค่ะ แล้วนั่งรถต่อมา (มีวิธีเดินทางในเว็บนะคะ เลือกวิธีตามสะดวก)

ที่พัก
บ้านหลังใหญ่เกือบสุด ที่มีห้องนอนใหญ่ 2 ห้อง มีโถงกลาง มีครัว มีพูลวิลล่าในตัว ติดชายหาดเลยค่ะ คือห้อง 2 Bedroom Beachfront Pool Villa มีเบาะให้พักผ่อนตากแดดให้เป็นหมูแดดเดียวกันไป

รีวิวห้อง คือ น้ำไหลเบานิดนึง แต่ห้องใหญ่มาก แอร์หนาวมาก นอนได้มากกว่า 10 คนแน่ๆ ทั้งหลัง
มีตู้เย็น ทีวี ไมโครเวฟ แต่ห้ามทำอาหารนะเธอว์ ส่วนอีกห้องนอน คือ หน้าต่างเหมือนล็อคเสีย เลยให้ช่างมาซ่อมค่ะ

น้องๆ คนอื่นจับฉลากได้บ้านหลังเล็ก ก็เลยอยู่ห่างจากทะเลนิดนึง เรียกว่าห้องแบบ Garden cottage (ดูรูปได้ในเว็บนางค่ะ)

อาหาร
ในราคานี้ รวมอาหารเช้าแล้วค่ะ มีอาหารเช้าให้เลือกระหว่าง ABF กับข้าวต้มทะเล เติมขนมปังได้เรื่อยๆ ดี๊ดี ขนมปังอร่อยมาก (เอ๊ะ นี่ต้องรีวิว?)
ส่วนอาหารเย็น ด้วยความที่ที่พักค่อนข้างไกล จึงอาศัยสั่งจากครัวของรีสอร์ทเอาค่ะ ราคาไม่น่าตกใจ รสชาติโอเคเลย เพื่อนสั่งผัดไทย เราสั่งข้าวผัดมั้ง

กิจกรรม
ทางรีสอร์ทมีเรือคายัคให้เล่นค่ะ เราเล่นครั้งแรก สนุกดี แล้วก็พูลวิลล่าก็ว่ายน้ำไปมา แล้วก็มีตึกกลางที่ด้านบนมีลานเล็กๆ ให้ทำกิจกรรมได้ตอนเย็น จริงๆ ควรอยู่เยอะกว่านี้นะ แต่เวลาไม่อำนวย

ข้อดี
ของจริงสวยเหมือนในรูป เป็นที่ๆ ลงรูปทีไร คนก็อยากไปตามทุกครั้ง มันดีจริงๆ พระอาทิตย์สาดแสงมาตลอดเว สมชื่อ Sunshine จีๆ
ออกแบบดีมาก
อาหารโอเค
พนักงานดี มีจิตใจใฝ่บริการ

ข้อเสีย
ไกลมาก เหนื่อยมากกว่าจะถึง ควรพักอย่างน้อย 2 คืน จะคุ้มเหนื่อยกว่านี้ แต่ก็เปลืองมากเช่นกัน
ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับทำเล แต่เมื่อเทียบกับดีไซน์และบริการ ก็โอเคนะคะ

Website: http://www.sunshineparadise-resort.com/ (ตอนนี้มีโปร early bird ด้วยนะคะ ถ้าจองล่วงหน้าอย่างต่ำ 2 เดือน จะได้ลด 10% แล้วถ้าอยู่นานก็จะลดอีก)

 

รีวิวที่พักแบบต่างๆ ในเกาหลี และรีวิวที่พักที่ใช้ Airbnb

มีเพื่อนเดี๊ยนมาถามเยอะมาก เวลาไปเกา (เกาหลีน่ะนะ) ว่าจะพักย่านไหน พักที่ไหน จองยังไง
เอางี้ตอนนี้หลังจากหลุดพ้นมาจากเพื่อนจินที่ชื่นชอบมยองดงมากเป็นชีวิตจิตใจ เดี๊ยนก็ลองเลือกที่พักและย่านใหม่ๆ ดูบ้าง เลยจัดมาเป็นรีวิว เผื่อหลายคนสนใจ และกำลังจะจองเพื่อไปเที่ยวเกาหลีกันนะคะ (เน้นเกาหลีนะ แต่มีแถมลอนดอนให้อีก 1)


ทำเล
ก่อนอื่นต้องเลือกย่านที่ชอบก่อน เพราะถ้าอยู่ผิดย่าน การเดินทางในทริปและการใช้ชีวิตจะลำบากและเสียเวลาค่ะ
ถ้าไม่เคยไปเลย จะเลือกยังไง เอางี้ โซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้จะมีสองฝั่งใหญ่ๆ แบ่งโดยแม่น้ำฮันค่ะ 

  • ฝั่งด้านบนของแม่น้ำ มีสถานที่พวกเมียงดง(หรือมยองดง ที่คนไทยชอบไปช้อปปิ้งเครื่องสำอาง), ทงแดมุน (ตลาดค้าแฟชั่นปลีกและส่ง), อินซาดง (ถนนวัฒนธรรม), อิแทวอน (ที่เที่ยวกลางคืนและต่างชาติอาศัย), ฮงอิกและอีฮวา (ย่านมหาลัย) เป็นต้น เอาแต่ที่เด่นๆ ที่คนไทยน่าจะรู้จักมานะคะ
  • ฝั่งล่าง จะเป็นฝั่งที่ดูไฮโซกว่า (ตามความคิดเราเองนะ) คือ ส่วนใหญ่เป็นออฟฟิศ บริษัทห้างร้าน จะมีย่านคังนัม (โอปป้ากังนัมสไตล์ ก็ดูดีมีระดับ คนทำงานหรือคนรวยๆ ก็อาศัย), อัปกูจอง (เป็น subset ของคังนัมอีกที เป็นย่านของร้านค้าและห้างหรู), กาโรซูกิล (ถนนที่มีต้นแปะก้วยและร้านคูลๆ ชิคๆ คนสวยๆ หล่อๆ ชอบเดิน), Coex, สวนสนุก Lotte, โอลิมปิคพาร์ค (ที่ชอบจัดคอนเสิร์ต)

ถ้าชอบช้อปปิ้งพวกเสื้อผ้าหรือเครื่องสำอาง แนะนำให้พักฝั่งบนค่ะ รถไฟฟ้าปิดดึกกว่า และค่าเดินทางไม่เยอะ เพราะย่านช้อปปิ้งก็อยู่ใกล้ๆ กันหมด ถ้าพักทงแดมุน เดินลงมาก็จะเจอคนแก่ๆ ถุยน้ำลายใส่บ้างไรบ้าง และคนจีนเยอะค่ะ เนื่องจากเป็นย่านค้าขายโนะ ไม่ค่อยเจริญหู เจริญตาแต่เดินไปช้อปปิ้งได้ตอนตี 2 แฮปปี้มากค่ะ แต่ถ้าชอบใช้ชีวิตกลางคืน เที่ยวคลับ ก็อยู่แถวคังนัม อัปกูจองได้ค่ะ จะมีบาร์ และผับดีๆ แต่มีอายุนิดนึงนะ
ถ้าผับเด็กๆ แนะนำย่านฮงอิกเลยจ้า…ย่านฮงอิกนี่เป็นย่านที่เด็กหนุ่มหน้าตาดี เดินกันให้ว่อนจนอิ่มผู้เกาเลยนะคะ ถ้าชอบย่านที่เดินลงมาก็เจอคนหล่อเลย ก็แนะนำ เอะ จริงๆ ฮงอิกมีดีอีกอย่างนะคะ คือ สามารถนั่งรถไฟจากสถานีใต้ดินไปสนามบินได้เลย ทั้งกิมโป และอินชอน อีกย่านที่มาใหม่ คือ ชินชน (Sinchon) ค่ะ ย่านมหาลัย ถัดจากฮงอิกอีกสถานีเดียว ห้างร้านก็เยอะดี เด็กมหาลัยเดินกันขวักไขว่ค่ะ

ประเภทของที่พัก
เมื่อเลือกย่านได้แล้วก็มาเลือกแบบที่พักที่ชอบกันค่ะ จะมีทั้งแบบดอร์ม (Dorm) แยกเพศหรือผสม, Hostel, Guesthouse และ โรงแรม
1. ดอร์ม (หอ)
คือห้องที่จะมีเตียงสองชั้น (Bunk bed) ไรงี้เหมือนหอพักน่ะค่ะ หลายคนกลัวเรื่องความเป็นส่วนตัว หรือห้องน้ำห้องท่า หรือแบบไม่สะอาด นอนไม่สบายงี้ แต่ถ้าไปคนเดียวหรือกับเพื่อนแค่ 2-3 คน ก็นอนดอร์มก็ได้นะคะ ยิ่งเยอะเรายิ่งครองห้องค่ะ บางที่ดอร์มมีห้องน้ำในตัวด้วยค่ะ (ให้ดูคำว่า ensuite ค่ะ แปลว่าห้องน้ำในตัว) ลองเลือกดูนะ ส่วนตัวถ้าไปคนเดียว พักดอร์มนี่จะประหยัดเงินมากค่ะ เคยพักที่ Bong House ย่าน Hyehwa คืนละ 500 บาทไทย! (รีวิวด้านล่าง) ราคาดอร์มรวมก็จะประมาณ 600-800 บาท ราคาดอร์มหญิงล้วนก็คืนละ 700-900 บาทไม่เกินนี้ ขึ้นอยู่กับย่านและสภาพดอร์ม แต่ที่พักที่กำลังจะไปรอบมีนา 2015 นี่อยู่นอก city center นะ แต่ตกคนละ 1200 บาทต่อคนต่อคืน เอาอะไรมาแพง (โอเค เราไม่บ่น) เดี๋ยวมาแปะรีวิวเพิ่มหลังจากกลับมานะ
ส่วนการใช้ห้องน้ำรวม บางที่คือเจอแต่คนต่างชาติ (ชาติตะวันตก) ซึ่งค่อนข้างคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในดอร์มและค่อนข้างรักษาความสะอาด แล้วดอร์มอ่ะค่ะจะให้ความรู้สึกเหมือนบ้านหรือมหาลัยด้วย เพราะจะมีแอดมินประจำคอยช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำด้านต่างๆ ดีไม่ดีก็พากันไปแดกเหล้าด้วยกันค่ะ

2. Hostel 
คือตามรากศัพท์มันคือบ้านที่มี Host หรือเจ้าบ้านดูแลนะคะ Hostel ก็อาจจะรวมห้องแบบ Dorm ไปด้วยหรือมีห้องส่วนตัว ศัพท์ของเกาหลีก็มีแบ่งประเภทของ Hostel เหล่านี้เหมือนกันนะ คือ โกชีวอน (고시원) กับฮาซุกจิบ-하숙집 (Homestay) ดูความแตกต่างได้จากลิงค์นี้ โกชีวอนเหมาะสำหรับคนที่มาอยู่เป็นระยะเวลานานหน่อยค่ะ เช่น เดือนนึงขึ้นไป คำว่า โกชี แปลว่า สอบ ก็คือที่มาของที่พักแบบนี้คือ เป็นที่พักที่เอาไว้สำหรับนักเรียนที่มารอสอบหรือรอเข้าเรียนมหาลัย จะอาศัยเป็นเดือนๆ ราคา 200,000-400,000 วอนต่อเดือน แต่ที่จะเล็กมากนะคะ มีห้องน้ำ ทีวีส่วนตัวค่ะ มีห้องอาหารส่วนกลางให้กินมาม่า ขนมปังตอนเช้า ดูเพิ่มได้ที่นี่

ส่วนที่พักแบบฮาซุกจิบ จะเป็นสไตล์โบราณเหมือนในซีรีส์เรื่อง Reply 1994 น่ะค่ะ คือเป็นบ้านพักที่ให้นักเรียนอาศัยอยู่ แต่อาจุมม่าประจำบ้านจะดูแลเหมือนลูก มีข้าวให้ทั้งเช้าและเย็น มีการเรียกมากินข้าวไรงี้ ว้ายยยย ใครอยากสัมผัสชีริตเกาหลีอย่างแท้จริง ลองฝึกภาษาเกาหลี ราคาประมาณ 270,000-300,000 วอน ก็ลองพักแบบนี้ดูนะคะ มีคนรีวิวไว้เยอะเลย คลิกอ่านต่อที่ลิงค์นี้ พอพูดถึงเรื่อง Reply 1994 กระทู้นี้เค้ามีเกร็ดมาเล่าเยอะดี ตามไปอ่านพลัน

ห้องของโกชีวอนจะเล็กกว่าฮาซุกจิบเล็กน้อยค่ะ แต่รูหนูพอกัน เพื่อนมาเยี่ยมไม่ได้นะ เข้าห้องได้คนเดียว 55555
คนที่สนใจอยากพักแบบฮาซุกจิบ หรือโกชีวอน ค้นหาบ้านที่ชอบได้เลยที่เว็บ http://www.habang.co.kr/ นะจ๊ะ

3. เกสเฮ้าส์ (Guest house)
ที่เกาหลีจะมีที่พักที่ดีกว่าดอร์มและ Hostel แต่ยังไม่ถึงระดับโรงแรมค่ะ คือ เกสเฮ้าส์ค่ะ เกสเฮ้าส์บางส่วนจะเป็นส่วนหนึ่งของตึกสูง หรือเอาตึกแถวธรรมดามาดัดแปลงซอยห้องค่ะ ห้องก็ค่อนข้างเล็กแต่ก็ใหญ่กว่ามาตรฐานฮ่องกงนะคะ ใหญ่กว่าโกชีวอนและฮาซุกจิบ แต่ไม่ใหญ่เท่าโรงแรม งงมะ คือแบบเปิดกระเป๋าเดินทางไซส์ 28 นิ้วมาก็เต็มห้องเลยประมาณนั้น คนไทยนิยมพักแบบนี้มาก เพราะราคาไม่แพงเกินไป ทำเลโอเค ราคาจะประมาณ 900-1500 ต่อคนต่อคืนค่ะ แพงกว่านี้ ขอแนะนำให้นอนโรงแรมนะคะ มันแพงไป บางที่คือลักษณะเป็นเกสเฮ้าส์แต่ชื่อว่า Hotel ก็มีค่ะ

4. โรงแรม
คำว่าโรงแรมในโซล ก็คือส่วนใหญ่เป็นเชนโรงแรมที่คุ้นกัน เช่น ibis, renaissance, shilla, Grand Hyatt, Ramada และโรงแรมขนาดย่อยอีกมากมาย ส่วนใหญ่จะขนาด 3 ดาวอัพ พออัพเกรดให้นอนโรงแรมความคาดหวังคือห้องกว้าง ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำชิมิคะ ก็แล้วแต่อีกค่ะ บางโรงแรมเป็นบูทีคโฮเตลด้วย สวยและรวยมากค่ะ เช่น Snow Hotel ที่คังนัมค่ะ บางที่ต้องซื้ออาหารเช้าเพิ่มนะคะ ไม่ได้อยู่ในแพคเกจ ส่วนตัวเคยนอนเรเนซองส์ค่ะ กลางใจเมืองเลย เดี๋ยวเพื่อนจะไปพัก ibis gangnam เดี๋ยวจะฝากรีวิวให้นะคะ ส่วน ibis เมียงดง มีคุณยุ่งชะมัดฯ รีวิวแล้วในทู้นี้ ทำเลดีมากค่ะ มีอีกโรงแรมกลางเมียงดง คือ Savoy กลางกว่านี้ก็อีทูดี้เมียงดงแล้วค่ะ ถ้าชอบย่านเมียงดงมีอีกหลายโรงแรมนะคะ เช่น Metro Hotel, Seoul Royal Hotel เป็นต้น


ช่องทางการจอง
เอาล่ะถ้าเลือกแบบที่ชอบได้แล้วก็หาที่พักได้เลยค่ะ ถ้าชอบแบบที่ 1-3 แนะนำเว็บ booking.com ค่ะ ซึ่งจะดีกว่า agoda เล็กน้อยตรงที่ cancel ไม่เสียตังค์ ไม่เหมือน agoda หรือ expedia แต่ทางเจ้าของโรงแรมก็โอดครวญมา ว่าไม่อยากรับแขกจาก booking.com เลย มันชอบจองที่พักแล้วไม่มาจริง เสียโอกาสทำมาหากินหมด
ถ้าชอบแบบ Hostel ไปเลย นอนดอร์มก็ลองเข้า Hostelbookers.com หรือ Hostelworld ก็ได้ค่ะ หรือจะลองหาเยอะๆ แล้วเข้าเว็บทางการของแต่ละโฮสเตลก็ได้ เช่น kimcheeguesthouse.com, Theja.co.kr แต่ถ้าชอบแบบโรงแรมก็ลองเทียบราคาดูหลายๆ เจ้า บวก fee แล้ว บวกโน่นนี่นั่นแล้วรับได้มั้ย มีส่วนลดไรมั้ย ตามปกตินะคะ

ที่จะแนะนำอีกแบบที่กำลังมาแรงในหมู่คนชอบเที่ยวคือ airbnb ค่ะ วิธีการสมัครก็ง่ายมาก ใช้ Log in Facebook ของคุณสมัครได้เลยที่เว็บ airbnb.com แล้วในการใช้งานครั้งแรกจะมีส่วนลด หรือให้เพื่อนที่เคยสมัครแล้วส่ง invitation ให้ก็ได้ ซึ่งตอนนี้มีโปรโมชั่นอยู่คือ ทั้งคนเชิญและคุณถูกเชิญจะได้รับส่วนลด 816 บาทไทย ในการใช้งานครั้งแรก และถ้าเพื่อนได้ใช้งาน airbnb ก็จะได้เครดิตเงินคืนมาเป็นส่วนลดครั้งต่อไป เรียกว่าเป็นแชร์ลูกโซ่นั่นเองค่ะ
ส่วนตัวเคยใช้บริการตอนทริปเกาช่วงตุลาปีที่แล้วค่ะ คืออยากกระแดะพักแถวกังนัมบ้างค่ะ อยากลองดูความไฮโซบ้าง เลยเลือกแบบ Duplex apartment สำหรับ 4 คนไป ซึ่งใกล้ทางออกสถานีรถใต้ดินแค่ 1-2 นาทีเท่านั้นค่ะ เจ้าของจะมาเจอเราแค่วันแรก อาจจะมีทักทายเล็กน้อย ถ้าเราคุ้นเคยกับสถานที่แล้วก็จะไม่พูดไรมากมาย ส่วนใหญ่จะ nice นะคะ ถ้าสงสัย หรืออยากให้แนะนำที่เที่ยว Host เหล่านี้ก็สามารถบอกได้ค่ะ ส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษได้ด้วย
วิธีการติดต่อเจ้าของที่พัก ทางเว็บจะมีระบบข้อความให้ได้ซักถาม และมีอัตราการตอบกลับให้ด้วยว่าเจ้าของที่พักตอบกลับเร็วมากน้อยแค่ไหน เพื่อความมั่นใจและตัดสินใจเร็วขึ้นค่ะ
การเลือกที่พัก แนะนำนิดนึง คือการที่เจ้าของที่พักเปิดให้บริการ ก็หมายถึงเค้ามีห้องว่างตกแต่งพร้อม แต่ไม่มีคนอยู่มาให้เราเช่าชั่วคราว บางห้องก็อาจจะอยู่รวมกับคนอื่นๆ บางห้องคืออพาร์ทเมนท์ห้องแยกในตึกนั้น ซึ่งผู้เช่าคนอื่นเค้าก็เป็นส่วนตัวกัน ดังนั้นการเปิดเผยเลขที่บ้าน หรือที่อยู่ในเว็บ จึงไม่สามารถค่ะเพราะ Airbnb เคยโดนแคมเปญต่อต้านจากผู้เช่าใน New york มาแล้ว เรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้เช่ารายอื่นๆ จึงเป็นเหตุให้เราต้องตกลงจ่ายเงินก่อน เจ้าของห้องจึงจะส่งรายละเอียดและวิธีการไปที่พักมาให้ บางเจ้าคือไปรับที่สนามบินเลยจ้า หรือมีไข่ไวไฟให้ใช้ฟรี หรือมีโน่นนี่นั่น ดึงดูดคนเช่า ขึ้นอยู่กับการดีลค่ะ บางที่คืออาศัยร่วมกับเจ้าของ บางที่คือเจ้าของอยู่อีกที่เลย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรานะคะ ยังไม่เคยพักแบบมีเจ้าของอยู่ด้วยค่ะ


Airbnb
เรามารีวิวห้องที่พักที่คังนัมให้เล็กน้อยนะคะ ทำเลดีงาม facility ครบ อันได้แก่ เครื่องดูดฝุ่น เครื่องซักผ้า ที่ปิ้งขนมปัง ไมโครเวฟ ห้องน้ำและ amenity เช่น แชมพู ครีมอาบน้ำ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ทิชชู ทีวีและเคเบิล แอร์คอนฯ พัดลมเผื่อร้อน หมอนผ้าห่ม ร่ม คือ เหมือนบ้านหลังหนึ่งเลยอ่ะค่ะ คือรู้สึกเหมือนบ้านและเป็นส่วนตัว ไม่มีโฮสต์มาเผือกมาคุยเจ๊าะแจ๊ะด้วยค่ะ คือดีจ์ คือไม่ชอบสร้างมิตรไง สร้างแต่ศัตรู 5555

แต่ข้อสังเกตในการจอง airbnb เวลาเปรียบเทียบ นอกจากทำเล ราคา และรีวิวจากผู้ใช้บริการแล้ว ยังมีค่าทำความสะอาดด้วย ซึ่งจะแตกต่างกัน แต่บวกกันแล้วแพงกว่ากัน ต้องดูดีๆ และจะมีค่าธรรมเนียมของ airbnb เองด้วยค่ะ อยากให้เลือกจากทำเล, ราคาและความช่วยเหลือของเจ้าของที่พักในการตอบคำถามที่เราสงสัยนะคะ ตอนขามาพอดีเรานั่งแท็กซี่ป้ายดำจากแอร์พอร์ตมาค่ะ เจอทั้งค่าทางด่วน ทั้งค่ารถติด แพงเลยเชียว ดีที่มีสปอนเซอร์ค่ะ ซื้อความสบายนะคะ ขากลับก็สบายค่ะ หน้าตึกที่พักมี airport bus เลย มาทุก 15 นาที ฟิ้ววววว ค่ารถ 12,000 วอนต่อคนค่ะ ตอนนี้ที่พักนี้ เราหาไม่เจอแล้วนะคะ แต่เจอที่พักใกล้ๆ แทน ที่ๆ เคยพักอยู่ Gangnam Station exit 12 นะคะ
Airbnb-Gangnam1
ภาพภายในห้องถ่ายจากชั้นสองค่ะ

แถมรีวิวเกสเฮ้าส์ไปด้วยเลยแล้วกันค่ะ อีก 2 ที่ ที่แรกเราไปตอน พ.ค. 2014 นะคะ ชื่อ Hi5 Hostel อยู่สถานีจงกัก (Jonggak station) exit 7 เดินมา 100 เมตร ในตรอก ถึงเลยค่ะ ไม่มีลิฟท์ มี 4 ชั้น มีอาหารเช้าแบบหากินเองให้ชั้นใต้ดินค่ะ ห้องน้ำส่วนตัว แต่ค่อนข้างเล็กนะคะ ไม่มีเตียงแต่เป็นฟูกค่ะ ราคาประมาณคนละ 1000 บาทค่ะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินอินซาดง, ทงแดมุน เพราะติดรถไฟฟ้าใต้ดินสีน้ำเงินเข้ม สาย 1 ดูรูปห้องเพิ่มที่ http://hi5hostel.byus.net/
ส่วนอยากจองที่นี่ คลิกเลยจ้า เจ้าของใจดี (ตาบงจาก Bong House นั่นเอง) พูดอังกฤษได้ดี แต่ไม่รู้ได้ส่วนลดมั้ยนะคะ คิคิคิ

Hi5

เกสเฮ้าส์ที่ 2 ที่ไปคือเปิดใหม่ช่วงนั้นพอดีค่ะ เราไปตอน ก.ค. 2014 พักที่โรงแรม (เกสเฮ้าส์) ชื่อ Hotel Gaon ทงแดมุนค่ะ อยู่ซอยเดียวกับเกสเฮ้าส์ที่ชื่อ Hotel Tong ค่ะ อันนี้เดาเอานะ ว่าเจ้าของเดียวกัน เพราะมันสไตล์คล้ายกันมาก คาดว่า (อีก) ว่าเจ้าของเป็นคนจีนเพราะขนาดรีเซปชั่นก็ไม่พูดเกา ไม่พูดอิ๊ง แต่พูดจีน วอตดาฟัค…. โรงแรมไม่มีลิฟท์อีกเช่นเคย แต่มีเตียง ที่นอนนุ่มมาก หมอนนุ่มมาก แต่ที่ว่างในห้องขนาด 3 คน คือกางกระเป๋า 28 นิ้วแทบไม่พอนะคะ กางได้ทีละ 1-2 อัน แล้วต้องผลัดกัน ห้องน้ำกว้างนะคะ มี amenity พร้อม และมีไดร์เป่าผม แต่ไม่มีอาหารเช้าให้นะคะ มีแต่กาแฟซองและน้ำเปล่ากดฟรี
อ่อ ที่เกาหลี เกสเฮ้าส์ส่วนใหญ่มีน้ำให้กดฟรีนะคะ (ตามห้างร้านก็กดฟรีเช่นกัน) โรงแรมนี้เดินลัดไปทงแดมุนขายส่งใกล้มากค่ะ ในซอยทางเดินอาจจะดูเปลี่ยวแต่ไม่มีอาชญากรรมนะคะ แต่รอบๆ โรงแรมอาจจะไม่ค่อยมีหนุ่มหน้าตาดีให้กินเท่าไหร่ค่ะ มีแต่คุณตาคุณยายแก่ๆ เดิน ฮือออออ สงสาร ตอนมา airport bus จะจอดซอยใกล้ๆ รร.ค่ะ ลากกระเป๋ามา 2 ซอย แต่ตอนกลับ ต้องขึ้น airport bus ตรงเกาะกลางถนนค่ะ คือจริงๆ โรงแรมก็ดีค่ะ ทำเลก็ดี แต่พอดีเกลียดแอดมิน ถ้าใครอยากใช้ชีวิตกับคนจีน ก็เชิญจองได้ค่ะ ลิงค์นี้
Hotel gaon

photo 3  photo 2  photo 1

และสำหรับทริปกระยาจก ไปคนเดียวหรือสองคนแบบไม่ซีเรียสมาก นอนไม่กี่ชั่วโมง ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ แนะนำ Bong House ค่ะ เจ้าของเดียวกับ Hi5 จะรีวิวแบบดอร์มนะคะ เราเป็นดอร์มรวมเพศ ไมใช่ร่วมเพศนะคะ! จะเจอรูมเมทหลากหลายชาติ ส่วนใหญ่จะผู้ชายยุโรป หุ่นดี แต่ไม่ค่อยอาบน้ำ เอ๊ะ กูรู้ได้ไง ส่วนมากจะอยู่ระยะยาวเพื่อรอเรียนต่อมหาลัยค่ะ หรือพวกแบ็คแพ็คมาค้นหาชีวิตก่อนเรียนมหาลัย โชคดีเจอคนมีมารยาทก็ดีค่ะ โชคไม่ดีเจอคนนอนกรน หรือนิสัยน่ารำคาญก็ซวยไป (ยังดีไม่ค่อยเจอ) ราคาต่อคืนประมาณ 600 บาทไทยเท่านั้นค่ะ ห้องน้ำรวม มีขนมปังทาแยมให้ตอนเช้า เก็บตอน 11 โมง ที่จำได้เพราะคนดูแลเก็บขนมปังไปซ่อน วันนั้นตื่นสาย หิวโซมากค่ะ เจ็บ รูปในห้องไม่แย่นะคะ แต่ไม่ได้ถ่ายมา เพราะจะมีหน้ารูมเมทด้วย ติดมาจะดูไม่ดีค่ะ ห้องมันรุงรังด้วยค่ะ เราของเยอะแขวนโน่นนี่นั่นเยอะไปหมด แต่สะอาดนะ ของไม่เคยหาย และไม่มีอาชญากรรมใดๆ ค่ะ ถ้าโอกาสดีและเป็นคนเฟรนด์ลี่พอ จะมีเพื่อนไปกินเหล้าด้วยทุกคืนค่ะ แต่พอดีเป็นติ่งไม่สนใจ 5555
photo 2 photo 1

แถมให้สำหรับทริปลอนดอนค่ะ ไปแค่สองวันแถมจนด้วย เลยเลือกพัก Hostel เช่นกัน น้องบอกว่าถ้าชอบช้อปปิ้งในเมืองหน่อย ให้เลือกแถวๆ สถานี Victoria เพราะเป็นสถานีที่เชื่อมต่อกับสนามบินได้เลย ซึ่งเราเลือกสถานี tube (พูดแบบคนอังกิด) ชื่อ Pimlico ที่ถัดมาจาก Victoria 1 สถานี ชื่อ Travel Joy hostel ค่ะ รีวิวในเว็บดีงามมาก ทั้งสตาฟและมีอาหารเช้าให้ด้วยในราคาถูกมากๆ คืนละ 35 ปอนด์เองค่ะ แต่ก็นะ ห้องน้ำรวม ต้องทำใจ เราเลือกดอร์มแบบ 8 เตียง พื้นที่ตรงกลางน้อยกว่าของ Bong House ที่เกาหลีนะคะ กางกระเป๋าแล้วแทบไม่มีที่เลย แต่อาหารเช้าคือออมเลตทำสด ขนมปัง น้ำผลไม้ ผลไม้สด กาแฟ ดีงามจริงๆ ค่ะ แล้วถ้าหิวมาตอนกลางคืน ข้างล่างเป็นผับสั่งอาหารได้ โดยเฉพาะมีอาหารไทยจากแม่ครัวไทย เดี๋ยวมารีวิวทั้งทริปลอนดอนอีกที ตอนกูว่างนะคะ อันนี้เน้นที่พักเนาะ

photo 1

photo 2
ผับด้านล่างค่ะ

เอาล่ะค่ะ วันนี้เป็นอันจบค่ะ เลือกได้ตามอัธยาศัย อยากปรึกก็มาปรึกได้ค่ะ สัสดี

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง Day4: ช้อปปิ้งคังนัม แวะดู DDP

กว่าจะกลับมาเขียนต่อจาก Day3 ก็เกือบลืมไปแล้ว ต้องระลึกชาติอีก เพลียจ์ เวลากลับมาเขียนทีหลัง มันชอบลืมรายละเอียดไปนะคะ บางทีต้องอาศัยดูจากรูปเอา แล้วเรียงตามลำดับเวลา ไม่ดีเลย นิสัยดองบล็อกมาอีกแล้ว

วันนี้เป็นวันสบายๆ ค่ะ เพราะร่างพังจากเมื่อวานที่วิ่งรอกไปจินเฮและปูซานแล้ว เลยพักผ่อนด้วยการไปช้อปปิ้งที่สถานีใต้ดินคังนัม Gangnam station
ถ้าใครเคยไปทงแดมุน หรือเมียงดง ก็จะพบว่ามันคือเสื้อผ้าแบบเดียวกันแหละ แต่ขายปลีกและราคาย่อมเยา เช่น ตัวละ 5,000 วอน 10,000 วอน (ประมาณ 300 บาท) แต่บางร้านก็แปะไว้ทั้งราว 10,000 วอน จริงๆ ตอนจ่ายมันสับขาหลอกเป็น 20,000 วอนก็ต้องระวังกลโกงนะคะ

Shopping

ที่นี่เหมาะสำหรับชะนีชอบซื้อของถูกค่ะ ไม่เหมาะกับผู้ชายเท่าไหร่ ถึงจะมีส่วนของตึกที่อยู่ต่อไปอีกเยอะก็ตาม รองเท้า เสื้อน่ารักๆ เพียบ
มีร้านเครื่องสำอางด้วย พอดีวันนั้นไป ETUDE ลด 30% ทั้งร้านพอดี ก็เลยจัดเต็มค่ะ มี Nature’s republic ที่บีเอน่ารักสุดๆ บอกว่าอยากได้ปฏิทิน EXO นางก็จัดให้ค่ะ 55555 ถามว่าชอบใคร เสียดายลิปมันดีโอเหลืออันเดียว ที่นี่ตอนนั้นยังขายปลีกนะคะ พออีกเดือนนึงไป นางขายเป็นแพคค่า….กลัวบางคนขายไม่หมดสินะ หึหึ

shopping-1

DDP

ddp3

ก่อนหน้านั้นเราไปที่ DDP มาค่ะ หรือที่เรียกว่า Dongdaemun Design Plaza (ลงสถานี Dongdaemun Design and Cultural park) เป็นคล้ายๆ มิวเซียมที่รวมเอางานออกแบบเก๋ๆ ของดีไซเนอร์เกาหลีเอามาออกนิทรรศการกันค่ะ บางโซนต้องเสียค่าเข้านะคะ เลยไม่เข้า แต่ที่เราไป เพราะมันคือภารกิจติ่งค่ะ ไปซื้อ merchandise ของศิลปินที่ Stardium นั่นเอง เราซื้อเสื้อยืดโง่ๆ ที่มีเลขวันเกิดศิลปินมาค่ะ เพราะคิดว่าอย่างน้อย เค้าก็มีเงินจ้างศิลปินเรานะเว้ย ถ้าสินค้าขายดี เค้าจะได้จ้างลูกเราอีก ตอนหลังเลยรู้ว่า มันคือกิจการของ SM entertainment นี่แหละ ที่เอาสินค้ามาใส่ Value ของศิลปินลงไปแล้วขายแพงๆ หึ แต่กูก็ซื้อ….

DDP

stardium
ที่ DDP มีที่นั่งพักสำหรับผู้เข้าชม มีเก้าอี้ และเปียโนกลางห้องด้วยนะคะ มีปลั๊กให้เสียบชาร์จแบต มีตู้น้ำ (อันนี้มีทุกที่นะ) ห้องน้ำก็ดีค่ะ
เอิ่ม นี่คือ รีวิวห้องน้ำ ขอเชิญเพจรีวิวห้องน้ำสาธารณะค่ะ
DDP2
วันนี้ค่อนข้างยาวนานนะคะ แต่เราเขียนไม่ยาว เพราะไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่ เขียนเป็นไดอารี่ประจำวันบันทึกเหตุการณ์แทน
เพราะหลังจากช้อปที่คังนัมแล้ว เราก็ไปกินข้าวกับพี่เปรียวและเพื่อนพี่เปรียวค่ะ เป็นร้านเหล้าน่ะแหละ มีขาย”ชอน” (ของทอด) หอมมากๆๆๆๆ อร่อยด้วย กินซะหมดเกลี้ยงเลย เวลาฝนตก คนเกาหลีชอบกินเหล้ามอกกอลี (Moggoli) กันค่ะ เค้าว่ากัน แล้วกินคู่กับของทอดไรงี้ เหล้านี่เหมือนจะหวานๆ แต่เมาเร็วอยู่นะคะ ยังค่ะ กินข้าวเสร็จแล้วยังไม่จบ จริงๆ คนเกาหลีเค้าชอบต่อกันอีกหลายร้านก่อนจะจบการพบปะกัน แต่เราร่างพังแล้ว ต้องไปทงแดมุนด้วยสิ เลยกลับหอก่อน

Food-1

ภารกิจยามค่ำคืนเริ่มแล้วค่ะ ที่ทงแดมุนขายส่ง 5555 ก็แยกกันช้อปตามสไตล์แต่ละคนนะคะ แต่บางร้านชอบขายส่งอ่ะค่ะ เลยซื้อยากหน่อย ไปกินร้านเพิงข้างๆ ทงแดมุนด้วย ได้อารมณ์มาก…. กินโอเด้ง ของทอดกับโซจูค่ะ แก้หนาว เอิ่ม ไม่ได้กินนะ แต่พี่ที่กินคือร้อนไปหมด แหะๆ

food-2

เที่ยวตามสันดานกรุ๊ปเลือด

ปกติไปเที่ยวกับหลายคน หลายเชื้อชาตินะคะ แต่ช่วงนึงก็เที่ยวกับเพื่อนกลุ่มเดิมๆ รู้เช่นเห็นชาติกันมาหมด มาช่วงหลังๆ ลองเปลี่ยนกลุ่มเพื่อนดูบ้าง เลยได้ค้นพบอะไรบางอย่างของการเที่ยวร่วมกันของคนแต่ละกรุ๊ปเลือดค่ะ

ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ ทำไมเพื่อนเราทำแบบนี้ ทำไมคนนี้ทำแบบนั้น พอมาถามๆ กัน เลยพอจะ assumeได้ว่า อาจมาจากกรุ๊ปเลือดส่วนหนึ่ง สันดานการเลี้ยงดูส่วนหนึ่ง สภาพแวดล้อมส่วนหนึ่ง ประสบการณ์ส่วนตัวด้วยค่ะ ขออนุมานตามที่เคยได้เที่ยวด้วยกันมาดังนี้ค่ะ

กรุ๊ป A – หลังๆ เจอกรุ๊ปนี้เยอะสุด ไม่รู้ทำไม อาจเพราะกรุ๊ปนี้เป็นกรุ๊ปที่โคตรเป๊ะ เวลาทำงานนะคะ พวกนางจะละเอียดมาก เป๊ะมาก จนน่ารำคาญ ลามมาถึงการเที่ยวด้วย บอกเลยว่าใครมีกรุ๊ปเอในทริป สบายไป 3 ชาติ ปล่อยนางหาข้อมูลไปค่ะ อย่าขัดนางค่ะ นางทำการบ้านมานะคะ เวลาหลงนางจะมีเซ้นส์ค่ะ ส่วนใหญ่คือนางจะไปในที่ๆ นางรู้จัก คุ้นเคย เชื่อนางค่ะ อย่าเถียง คนแบบกรุ๊ปเอ คือ แค่บอกว่าเวลานี้ๆๆๆ จะไปเที่ยวกันนะ (ต้องบอกล่วงหน้าซัก 1 เดือนนะ) อีก 30 นาทีต่อมา นางจองตั๋วเครื่องบิน ที่พักเทียบสามเจ้า พร้อมแพคเกจเที่ยวรูทต่างๆ ค่ะ เรียกว่าทำล่วงหน้ายังกะ year plan แถมกรุ๊ปนี้ ชอบอะไรที่มั่นใจ ชัวร์เท่านั้น ถึงได้ทำนะ ถ้าไม่ชัวร์ ไม่วางแผน นางจะเสียเซ้วนิดนึง ทริปล่าสุด เจอกรุ๊ปเอ ธาตุไฟ ปีมะโรง สายแข็งสัดหมาค่ะ เรียกว่าอะไรก็ทำร้ายเธอไม่ได้ ขนาดว่าจะตกเครื่องยังไม่ตกเลย นางแกร่งจริง เวลาไปเที่ยวกัน นางพร้อมค่ะ บอกว่าออกจากบ้าน 10 โมง คือนางแต่งหน้ารอ เสร็จเรียบร้อย แมทช์ชุดจากไทยไป ไม่มีมาเอ๊ะอ๊ะ แมทช์ชุดไปมา นางรู้ว่าต้องตื่นก่อนกี่นาที แล้วปลุกเพื่อนๆ ค่ะ แต่กรุ๊ปเอ เรื้อนๆ ก็มีค่ะ แต่ถึงเรื้อนยังไงก็ไม่เรื้อนเท่า บี ปกติแน่นอน

กรุ๊ป B – อุตส่าห์เกริ่นมาขนาดนี้ ต้องมาเจอกรุ๊ปบีกันค่ะ ทริปก่อนหน้านี้ ดวงมีอันต้องได้ไปกับกรุ๊ปบีค่า…… คุณพระ กูเจอสายแข็ง กรุ๊ปบี ธาตุลม ปีวอก ขุ่นพระ แผนเผินไม่เคยมี แพลนทริปไม่เคยทำ อยากไปไหนก็ไปจ้า เอางี้ จะไปเที่ยวต่างประเทศ (ถ้ามีเงินและเวลา) อยู่ๆ นางก็จองตั๋วไปจ้า แต่เห็นอย่างนี้ ก็เทียบราคา ทำการบ้านอยู่บ้าง แบบสถานการณ์บังคับให้ต้องทำชิป่ะ แล้วคิดดูว่า ถ้าเอตัวแรงมาเจอบีสายแข็ง ตัวเอคงกรี๊ด ทนไม่ไหว ทำให้หมดแน่ๆ เพราะทนความเรื้อนของบีไม่ได้ เดี๋ยวตั๋วหลุด เดี๋ยวราคาขึ้น เดี๋ยวที่พักเต็ม แต่แนะนำค่ะ ให้ปล่อยวาง ซักพักอีบีจะทนไม่ไหว จัดการเองหมดในวันเดียว (ถ้าให้มันทำก็ทำได้ค่ะ แต่มันเรื้อน ต้องจวนตัวจริงๆ ก่อนถึงทำ) เวลาไปเที่ยวนะคะ มันจะตื่นสายค่ะ นัดกันว่าล้อหมุน 10 โมง คือ ไม่มีอยู่จริงบนโลกค่ะ ออกจริงบ่ายโมง บอกว่านัดกันที่นั่น ที่นี่นะ นัด 6 โมง ไปถึง 2 ทุ่มค่ะ เก๋ๆ ถามว่ามันรู้สึกผิดมั้ย? ไม่…. แต่ก็เข้าใจเค้านะคะ การมาเลท ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ของนาง คงนึกภาพคนรอที่เป็นกรุ๊ปเอออกเนอะ ว่าจะกรี๊ดแค่ไหน แล้วเลือกอะไรก็พิรี้พิไรค่ะ ตามสไตล์กรุ๊ปที่มีความติสท์ในตัวสูง คนตลาดๆ แบบโอ ไม่เก็ต อันนี้บีจะเด่นมากในเรื่องของศิลปะ อีโม หรือความชิล ถ้าอยากไปแบบไม่ 6-7-8 ให้เลือกไปกับกรุ๊ปบีค่ะ บางวันไปที่ซ้ำๆ เพราะอยากชิล อยากคูล ถามว่าต้องเก็บสต็อปที่เป็นจุดถ่ายรูปมั้ย นางไม่ซีค่ะ ขอให้ได้ทำตามใจ แต่ไปกับกรุ๊ปบีมันสนุกเพราะมันไม่มีกรอบมากั้นค่ะ อยากทำไรทำ สนุกก็สนุกสุดๆ อยากซ้ำก็ซ้ำ ไม่ต้องแคร์ว่าเสียดายเวลา ก็ชั้นอยากทำนี่นา ใครจะทำไม ส่วนอาหารการกินก็ชอบค่ะ แต่พวกนางกินได้ไม่เยอะ เพราะระบบย่อยไม่ค่อยดี ต่างจากโอ ซึ่งชอบกินมากๆๆ แล้วสุดท้ายคือ โอก็ต้องจัดการที่อีบีอยากกินแต่กินไม่หมดค่ะ ช่วยพกยาแก้ย่อยไปด้วยนะคะกรุ๊ปบี

กรุ๊ป O – กรุ๊ปนี้ เป็นกรุ๊ปที่ไปไหนไปกัน อะไรก็ได้ จะออกมาจากกรุ๊ปนี้เยอะมาก คือกรุ๊ปบีก็อะไรก็ได้นะคะ แต่อะไรก็ได้ตามใจฉัน ส่วนโอคือ อะไรก็ได้ตามใจคนส่วนใหญ่ อะไรที่คนส่วนใหญ่ทำ ชั้นจะทำ ชั้นไม่อยากแหกกฎ อะไรที่เค้าว่าฮิต ขอลองหน่อยจิ เดี๋ยวไม่ครบ เดี๋ยวไม่ตามเทรนด์งี้ คือ กรุ๊ปนี้อะไรก็ได้จริงๆ ไปกับใครก็ได้ แต่ไม่อยากเป็นเฮดเท่าไหร่ เพราะสันดานส่วนตัวคือ ขี้เกียจน่ะ แต่ถ้าเป็นโอวันนาบีเอ หรือเราเรียกว่า โอเนิร์ด ก็จะทำการบ้านคล้ายๆ เอ แต่ไม่เป๊ะเท่า ถึงจะเป๊ะก็ไม่ได้ strict ขนาดเออ่ะค่ะ แบบหลวมๆ เวลาโอไปกับบี คงรู้นะคะว่าใครจะเป็นคนคุมเวลา หรือลากบีให้เข้ารูปเข้ารอย กรุ๊ปนี้เน้นกิน เน้นช้อป เน้นถ่ายรูป เอะ ก็เน้นหมด แต่กรุ๊ปโอไม่ชอบไปอะไรที่มันเข้าใจยากๆ นะคะ เช่นมิวเซียม วัด วังงี้ โอจะแบบถ่ายรูป เช็คอินแล้วถามว่า กินไรอ่ะ ไปไหนต่ออ่ะ ทันที เพราะมันเบื่อง่ายค่ะ มันชอบเที่ยวเก็บแต้มให้ได้เยอะค่ะ ถามว่ามีเวลาชื่นชมศิลปะมั้ย ไม่ใช่ป่ะ ต้องทำอะไรให้คุ้มที่สุดค่ะ พวกนี้จะนอยด์ว่าชั้นมาทั้งที เดี๋ยวไม่ครบ เสียดายตังค์ โอจะเป็นคนลังเลนิดนึง ทำไรก็ต้องถามเพื่อน ถามความเห็นของทุกคน ไม่กล้าเผด็จการ แต่ถ้าเพื่อนในทริปให้สิทธิ์ตัดสินใจ ก็จะดีมากๆ แต่โอมันก็มั่วๆ เบลอๆ อยู่นะ แต่ไม่เบลอเท่าบี เวลาตื่นก็จะเป็นคนตื่นท้ายๆ แต่ก็ทำไรช้าค่ะ สุดท้ายเสร็จพร้อมอีบี ซึ่งเรื้อนตื่นหลังสุด แต่ดันเสร็จก่อน

กรุ๊ป AB – เพิ่งเคยเจอไม่กี่คนนะคะ หลังจากที่เที่ยวมาหลายทริป กรุ๊ปนี้ไม่แคร์โลกค่ะ ว่าบีติสท์สุดแล้วชิมิ เจอเอบีเข้าไป นางไม่แคร์ค่ะ อยู่ๆ ก็เดินออกนอกเส้นทาง เพราะอยากถ่ายรูป หรือจะนั่งในร้านกาแฟเป็นชั่วโมงๆ นางก็ทำค่ะ พูดเลยว่าไม่แคร์โลก แต่ก็ดีค่ะ คือ ไม่แคร์ก็ไม่แคร์จริงๆ ไม่ใช่ว่าไม่แคร์แล้วแอบน้อยใจ คนกรุ๊ปนี้ นางไม่สนด้วย ฮ่าๆๆๆ อาจจะรวมความเนิร์ดของเอ และความชิวของบีเข้าด้วยกัน เลยครึ่งๆ กลางๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย 5555 แต่จะว่าไป ว่าโออะไรก็ได้แล้วนะ เอบี อะไรก็ได้เยอะกว่า คือ ไม่ซี จะทำอะไรก็ทำเลย นางรับได้หมด

ทั้งหมดนี้คือการอนุมานค่ะ ใครอยากค้าน ก็ช่วยมาโพสต์บอกกันด้วยนะ ว่าไม่เห็นจะตรงเลอ จะได้รู้ไว้ แนะนำว่า ไปเที่ยวด้วยกัน ก็หนักนิดเบาหน่อย อย่าเครียดมาก เรื่องเวลาหรือตารางแพลน แต่ก็อย่าเรื้อนเกินไปจนเที่ยวได้ไม่ครบค่ะ เวลาไม่พอใจอะไรก็บอกกันค่ะ จะได้เที่ยวด้วยกันแบบไม่ตะขิดตะขวงใจ และกลับมาด้วยความประทับใจนะจ๊ะ

Blood type trip

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง Day3: ไปปูซานและจินเฮ ดูดอกไม้บาน

IMG_0955

เรียกว่าเป็นทริปที่ทำอะไรแปลกใหม่กว่าที่เคยเยอะนะคะ หลายครั้งที่ผ่านมา ไม่นับครั้งแรกที่มากับทัวร์ ปกติเรามักใช้เวลากลางวันเดินมยองดง อัปกูจอง กาโรซู แล้วใช้ชีวิตค่ำคืนที่ทงแดมุน ฮงอิก เท่านั้น ครั้งนี้เพิ่งเคยมาตอนที่ดอกไม้บานค่ะ ปกติดอกบ๊วยจะบานช่วงต้นเมษาเป็นต้นไป จะบานไล่จากทางใต้ของเกาหลีขึ้นมาโซลค่ะ และที่จินเฮ (Jinhae) เมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ก็มีงานเทศกาลนี้โดยเฉพาะ โปรโมทกระหน่ำทาง KBS World ทีเดียว แล้วเมืองนี้สามารถนั่งรถต่อจากปูซานได้ค่ะ เราเลยกะจะแวะไปปูซานดูซักครั้ง ตอนแรกกะจะไปวันที่ 4 ของทริปค่ะ แต่เกิดเปลี่ยนแผน เพราะกลัวจะไปชนกับงานเทศกาลไรด้วย แล้วก็มีนัดด้วย เลยเลื่อนมาเร็วขึ้น (ข้อมูลของงานที่จินเฮ http://english.visitkorea.or.kr/enu/SI/SI_EN_3_2_1.jsp?cid=700520)

*** คำเตือน รูปกระหน่ำมาก เน็ตสามจีใครไม่พอ ขอให้โทรไปซื้อเพิ่ม หรือใช้ไวไฟจะเริ่ดมาก ***

ดอก cherry Blossom หรือดอกบ๊วย หรือดอกซากุระ ชาวเกาหลีเค้าเรียกว่า พอต-กต (벚꽃) นะคะ อย่าไปเรียกซากุระแบบญี่ปุ่นนะ อย่างน้อยเรียกว่า Cherry blossom ก็ยังดี ให้เกียรติเค้าหน่อย เค้ามีพยากรณ์เลยว่าจะบานกี่เปอร์เซ็นต์ที่ไหนยังไง ที่จินเฮ เริ่ม 1-10 เมษาค่ะ ส่วนที่ยออิโดของโซล จะบานช่วง 12-20 เมษาที่ผ่านมาค่ะ ใครไปเที่ยวเกาหลีปีหน้าก็อย่าลืมแวะไปนะ (ข้อมูลเพิ่มเติม http://english.visitkorea.or.kr/enu/SI/SI_EN_3_6.jsp?cid=957144) ** แต่ปีนี้บานเร็วกว่าเดิมอีก แถมพายุเข้า เพื่อนที่ไปยออิโดบอกว่า ร่วงหมดแล้ว ตอนสงกรานต์ค่ะ

แต่หนทางใช่ว่าจะง่ายค่ะ ถึงเราจะศึกษามาอย่างดีแล้วว่า มีรถไฟ KTX กี่รอบที่ไปปูซาน หรือไปจินเฮ แต่เราก็ชะล่าใจ คิดว่ามาซื้อได้เลยที่ Seoul station ปรากฎมาถึง ที่นั่งเต็มค่ะ ถอดใจละ กะจะไปวันอื่น แต่ก็เอาวะ ไหนๆ ก็แต่งมาเต็มละ ไปวันนี้แหละ แต่เราต้องจองตั๋ว KTX ทางออนไลน์แล้วปรินท์มาซื้อที่ Seoul station เท่านั้นค่ะ (จองตั๋วที่เว็บนี้ http://www.korail.com/en/) ถ้าจองมากกว่า 2 คนจะถูกลง ให้เลือกแบบ Saver ตกคนละ 60,400 วอนค่ะ เราไปเช้าเย็นกลับก็ซื้อวันเดียว เปรี้ยวได้หมด ยกเว้นรถใต้ดินกับบัสค่ะ พอจองเสร็จ อย่าคิดว่าทุกอย่างมันดิจิตอลนะคะ ที่นี่ยังต้องการกระดาษค่ะ ต้องไปปรินท์แล้วเซ็นค่ะ ถ้าจองตั้งแต่อยู่ไทยจะดีมาก ปรินท์ไปเลยค่ะ ตอนนั้นเราก็ใช้เน็ตในมือถือจองแม่งเลยตรงนั้น แล้วลงไปปรินท์ชั้น B2 ค่ะ แผ่นละ 1000 วอน แต่พนักงานนางเบลอ บอกชั้น 10,000 วอน เวนกำ (เทนเต๊าซั่น) คุยไปคุยมา ป้ายบอก 1,000 เอ่า นางพูดอังกิดผิดค่ะ เพลีย แล้วจากนั้นก็มาเซ็นและจ่ายบัตรเครดิตต่อหน้าพนักงานซื้อตั๋ว และสามารถออกตั๋วไปและกลับได้เลยค่ะ โดยเป็นตั๋วแบบ one day ค่ะ เราเลือกลง Busan และกลับจาก Masan ที่ใกล้จินเฮที่สุดค่ะ

IMG_2706

จองในมือถือก็ได้นะ

IMG_2763
นีด์ ยังมาเถียงชั้นอีกว่า 1 หมื่น ในรูป 1 พันนะยะ

Seoul station
มีร้านอาหารขายเอาไว้ซื้อกินบนรถได้นะคะ มีคิมบับ ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว (ห๊ะ) ขนมปัง ราเมน ค่ะ หรือจะซื้อเครื่องดื่มกินบนรถไฟก็ได้

เราใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงจาก Seoul station ถึงสถานี Busan (ปูซาน) นะคะ พอออกมาก็จะไปหาดแฮอุนแด (Haeundae Beach 해운대해수욕장) กัน ซึ่งดูจากรูปแล้วก็เฉยๆ นะ แต่ไหนๆ มาละก็ไปซะหน่อย นั่งรถบัสไปค่ะ หน้าสถานีรถไฟเลย หรือจะนั่งซับเวย์ก็ได้ ลงสถานีชื่อ HAEUNDAE แต่เดินไกลกว่า รสบัสคือ ถึงเลย นี่หัวเมืองใหญ่นะ มีรถใต้ดินเยอะเหอะ อิจฉาจุง อยากมีรถไฟความเร็วสูงไปเชียงใหม่ ภูเก็ต และเที่ยวในเมืองได้แบบนี้ นั่งมาประมาณ 30 นาทีก็ถึงหาดค่ะ เอ๊ะ นี่หาดทุ่งวัวแล่นป่ะเนี่ย ชุมพรยังสวยกว่า ฮ่าๆ แต่ก็ถ่ายรูปเก็บแล้วไปกินอาหารในย่านตลาดค่ะ

Busan
ถึง KTX สถานี Busan แล้ว….มีรถ City Tour Bus 2 สายนะคะ วนสองทาง มีรายละเอียดในเว็บ Busan ค่ะ

haeundae
ใช้รถบัสสะดวกกว่า ไม่ต้องเดินไกลค่ะ ลงปุ๊ป หาดปั๊ป ถามว่าสวยกว่าทุ่งวัวแล่นมะ

IMG_0900

เลือกร้านที่ดูมีแฟรนไชส์ แล้วสั่งเมนูที่เรากินเรียกว่า นักกึมแช 낙금새 เป็นหม้อไฟต้มยำปลาหมึก มีกุ้งจิ๋วนิดหน่อย กิมจิเครื่องเคียงกับสาหร่ายอร่อยเฟ่อ ข้าวในบาตรค่ะ ถูกละค่ะ เรียกว่าบาตรน่าจะเหมาะ หมดไปคนละ 10000 มั้ง จริงๆ ไม่รู้หรอกอะไร ชี้ๆ ตามคนอื่นไป 55

IMG_0890
ก่อนปลาหมึกจะสุก

IMG_0897
สุกแล้วไปไหน?

IMG_0898
อยากให้รู้ว่าอร่อยแม่ก

จากนั้นก็นั่งรถใต้ดินกลับมาท่ารถบัสระหว่างเมืองค่ะ อันนี้ใช้เวลาเยอะเหมือนกันนะคะ เกือบชั่วโมงแน่ะ
ไปที่ท่ารถตามรูปค่ะ แล้วก็…วิ่งดิเอ๋วิ่ง ซื้อตั๋วจินเฮ ราคา 5100 วอนค่ะ รอรถเหมือนเอกมัยงี้ พอรถออก ระหว่างทางดันเห็นดอกซากุระสวย ตอนนั้นก็เกือบ 4 โมงละ กลัวไปถึงค่ำ เลยคิดว่าจะลงกลางทางแล้วถ่ายรูปที่ปูซานนี่แหละ เดินไปคุยกับคนขับไม่เข้าใจ อยู่ๆ ก็มีนางฟ้าเกาหลีหน้าสวยที่พูดไทยได้ค่ะ (ฟลุคไปมั้ย?) มาช่วยคุย เลยถามนาง นางบอกอดทนเถอะ จินเฮสวยกว่าปูซานนะ เราเลยจ๋อย กลับไปนั่งที่ค่ะ สภาพคือ หลับเป็นตาย

jinhae

ประมาณ 1.30 ชม ก็ถึงจินเฮค่ะ จะเดินไปงานเทศกาลดอกไม้ก็ได้ หรือจะนั่งแท็กซี่ก็ได้ แต่ด้วยความมีงานไง รถเลยติดมากกกกกกกก สต็อปแรกของเราคือ สถานีรถไฟค่ะ เป็น landmark หนึ่งจุดที่ควรไปนะคะ สวยดีค่ะ แต่แนะนำว่าชะนีควรใส่รองเท้าพื้นเรียบมานะคะ เพราะทางรถไฟโรยด้วยหินหยาบใหญ่ เดินลำบากม๊าก ต้องเดินตามหมอนรองรถไฟแทน มีชะนีบางคนใช้ส้นสูงมาเลยจ้า กะมาสวยเต็มที่ บางคนก็มากับคู่รัก (กลอกตา//เบะปาก) มาถ่ายพรีเวดดิ้งหรอมึง? อิจฉาน่ะนะ คนเกาหลีมันชอบแสดงความรักแบบเปิดเผย เพลีย ได้รูปมาไม่เยอะมาก เพราะอยากไปอีกที่นึง คือ คลองค่ะ ทีนี้ก็ไปไม่ถูก เลยถามคนแถวนั้น เค้าก็ใจดีมากๆ (คนต่างจังหวัด เป็นมิตรมากๆ ค่ะ) ลุงแกเดินมาส่งที่ป้ายรถเมล์พร้อมบอกสายรถเมล์ด้วย แต่รถมันติดมาก รถเมล์ไม่ยอมมาซักที เลยโบกแท็กซี่ ปรากฎ รถวิ่งตรงๆ มาอีก 2-3 ป้ายก็ถึงงานค่ะ เป็นงานโชว์ไฟกับดอกบ๊วยตอนกลางคืน

Jinhae-pom  jinhae-pom2        IMG_0913-edit IMG_0914-edit
ควรมาถ่ายตอนรถไฟมานะคะ เป็นเรื่องท้าทายมาก พอดีรถไฟหมดแล้ว เลยไม่ได้ถ่ายค่ะ ถ่ายมาแต่รางและคน เอิ่ม
IMG_0915-edit IMG_0954-edit IMG_0956-edit IMG_0989 IMG_0992-edit IMG_0996-edit IMG_1000-edit IMG_1003-edit IMG_1004-edit IMG_1005-edit

แต่เราถ่ายรูปได้นิดหน่อยก็เริ่มพลบค่ำละค่ะ เราต้องเผื่อเวลาเดินทางไปสถานี Masan อีก 1ชั่วโมง ให้ทันรถค่ะ ไม่งั้นก็ต้องเปลี่ยนเที่ยวรถ ซึ่งยากละ เพราะเราไม่มีโทรศัพท์โทรไปเปลี่ยนหรือสอบถามคนแถวนั้นก็ไม่รู้เรื่องค่ะ แถมยังจะเนียนบอกว่าไปไม่ทันหรอก ค้างที่จินเฮมั้ยอีก (โอปป้า…ไม่เอาน่ะ) พอเรียกแท็กซี่ได้ก็ภาวนาว่าให้ทันรถไฟค่ะ ลงรถปุ๊ป ม้าเร็วขาสั้น วิ่งก่อนเลยจ้า ไปถึงเจอนกแก้ว (เอ่อ พนักงานต้อนรับ ยืนรอรับเราขึ้นรถไฟจ้า) พี่ๆ ขายาววิ่งตามมาทีหลัง ปล่อยคนขาสั้นสองคนวิ่งนำเลอ! ชอบตรงที่อ่านตั๋วก่อนว่า ชานชาลาอะไร รถเบอร์อะไร จะได้ไม่วิ่งผิดทาง (เหมือนตอนเราตกเครื่องคราวนั้น)

IMG_2857

พอกลับมาถึงโซล น้ำตาจิไหล อากาศก็หนาวมากๆ แล้วค่ะ เกือบเที่ยงคืน หากินหมูเกาหลีแถวบ้าน ที่เลือกหมู หรือเนื้อแล้วย่างเลย! อร่อยมาก (หรือกูหิว?) แล้วแยกย้ายกลับไปนอน ไม่ได้ไปขายส่งทงแดมุนอีกละ พักร่างก่อนละกันนะ หน้าโทรมฝุดๆ

IMG_2865

พรุ่งนี้ไปช้อปกัน!

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง DAY2: ทัวร์มหาลัย ไม่ไปไม่รู้

วันนี้เป็นการเริ่มต้นวันเบาๆ ด้วยการจะไปเที่ยวหมู่บ้านบุกชนฮานก (Bukchon Hanok Village) ค่ะ ซึ่งคิดว่าคนไม่เที่ยววัด เที่ยววังอย่างดิชั้นและเพื่อนจะไปกันหรอคะ? แต่ก็บอกแล้วว่าทริปเราติ่ง เพราะนั้นจุดหมายคือบ้านที่ใช้ถ่ายทำละครเรื่อง Personal taste ของพระเอกขวัญใจเพื่อนร่วมทริป คือ “อีมินโฮ” พระเอกเรื่อง The HEIRS (หยุดหัวใจนายไฮโซ) อ่ะค่ะ

เริ่มต้นวันด้วยข้าวต้ม (ไม่เคยกินเลยนะ แต่คิดว่าจืดตามสไตล์เกา) ซึ่งเราจัดหนัก ที่ร้านข้าวต้มต้นถนน Insadong ข้าวต้มใส่กิมจิ โปะชีส ชามใหญ่สะใจค่ะ ร้อนด้วย 5555

IMG_2619

001

IMG_0726

จากนั้นก็เดินข้ามจากอินซาดงมาที่บุกชนค่ะ ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าเดินไปแล้วจะมีศูนย์ท่องเที่ยวอยู่ ค่อยไปเอาแผนที่ตรงนั้นอีกที พอไปถึง เจ้าหน้าที่ก็ชี้ช่องมาค่ะ เดินไปร้อนไป แดดออก จั๊กเปียกแระ พอเข้าหมู่บ้านบุกชนฮานกก็จะมีเจ้าหน้าที่เสื้อแดงคอยให้คำแนะนำอีกทีค่ะ คนเยอะค่ะ แต่ก็สงบเงียบ สวยงาม เป็นบ้านของคนจริงๆ อาศัยอยู่ เพราะนั้นอย่ามาตลาดแตกค่ะ และอยู่ได้ถึง 6 โมงเย็นเท่านั้น

IMG_0744

Cheery Blossom - Edae
นี่แหละค่ะ หน้าบ้านที่ถ่ายทำ … เอ่อ


IMG_0765

IMG_0794

พอถ่ายรูปหน้าบ้านสมใจ ก็ไปต่อที่อีฮวา (Ehwa Woman University) ค่ะ พี่ในทริปบอกว่าจะไปถ่ายกับทางเข้า เค้าว่าฮวงจุ้ยดี เออ ไปก็ไป ไปเกาหลีมา 5 ครั้ง ไม่เคยไปเลย เพราะเพื่อนบอกว่าไม่มีไร (ซึ่งก็จริง เรารู้สึกเฉยๆ นะคะ ชอบฮงอิกมากกว่า) แต่ที่อีฮวา มีต้นซากุระให้เป็นพรอพอีกแล้วค่ะ จัดไปอีกหนึ่งช็อต

IMG_0806

IMG_0797

IMG_3278

Cheery Blossom - Edae

IMG_0824-crop

จากนั้นก็ไปกินหมูผัดเส้นบุกกัน (เรียกว่าไรหว่า?) ที่โน่นต้องสั่งตามจำนวนคนนะคะ จะมา 4 สั่ง 2 แล้วหารกันไม่ได้ แล้ว portion ของอาหารก็ใหญ่เฟ่อ แต่ก็กินหมดตลอดนะ ขั้นตอนคือ เค้าจะเอากระทะที่มีเครื่องปรุงมาแล้ว ตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นก็ผัดๆ แล้วปิดไฟจกกินตามสะดวก พอตอนท้าย ข้าวที่ให้มาตอนแรกจะเอาลงไปคลุกน้ำมันหมู ที่ละลายออกมาค่ะ เป็นอาหารอีกแบบหนึ่งด้วย

IMG_2703

IMG_0835

พอคาวแล้วก็ตามด้วยหวาน ชั้นบนของร้านเป็นร้านน้ำแข็งไส ที่เค้าเรียกว่า พัตบิงซู สั่งแบบมะม่วงและโอรีโอ้ค่ะ เกล็ดน้ำแข็งเป็นแบบเส้นๆ ไม่เหมือนที่น้องป๋องเคยพาไปกินจะละเอียดกว่านี้ค่ะ ก็อร่อยคนละแบบ

Oreo Bingsoo

คืนนี้ยังไม่จบค่ะ หลังจากแยกย้ายรีบกลับไปนอนเพราะพรุ่งนี้จะไปปูซาน และจินเฮ เพื่อดูซากุระ เดี๊ยนก็ได้รับสารจากเพื่อนคนเดิมจากไทยว่าให้ไปร้านกาแฟของพี่เท็ดดี้ วายจี ชื่อ Twosome STUDIO ค่ะ สรุปเลยละกันว่า กว่ากูจะหาเจอ ห่านจิก นี่กูจะหลงทุกที่เลยชิมะ ปกติมาคนเดียวไม่เคยหลงระเบิดขนาดนี้นะ นี่กูเบลอจริงๆ ชิป่ะแต่มาถึงแล้วก็ฟินนะ มีทั้งปลั๊กไฟ ที่นั่งทำเลดีให้มองบาริสต้าเด็ก กาแฟก็รสเข้มเชียะ กะจะให้ดีดถึงเช้า แต่สุดท้ายก็รีบกลับค่ะ เพราะพรุ่งนี้ไปทริปต่างจังหวัดดูดอกบ๊วยบาน

IMG_2733

IMG_0839

IMG_0842

Pom’s note: ตอนเราไป คนเค้าใส่กระโปรงสั้นไรงี้ เค้าจะใส่ถุงน่องนะ แต่บางทีก็เนียนมากจนนึกว่าขาจริง คือถ้าฤดูหนาว ใส่เลกกิ้งสีดำ ก็คงไม่แปลกอะไร แต่ตอนนี้อากาศมันเริ่มร้อนขึ้นแล้ว และคนก็ใส่เสื้อผ้าบางลงค่ะ แต่คนไทยส่วนใหญ่จะไม่ใส่เนอะ เปลือยขา คนเกาเปลือยขาก็มี เราก็เลยอยากลองซื้อถุงน่องมาลองใส่บ้างจ้า….ไงล่ะ รอบแรก ซื้อมาตั้ง 3000 วอน ใส่ออกมา นึกว่าจะไปเต้นบัลเล่ต์ว่ะ เสียเซ้วชิบหาย มันหนามาก ปลอมมาก เลยไปซื้อถุงน่องในเซเว่นมาเปลี่ยนเลย เออ บางเบาดี บางเบามาก จนเล็บเกี่ยวถุงน่องขาดง่ายมากเลย แต่ให้ความรู้สึกขาสวยเรียวขึ้นมา 30% มีแบบสีเบจอ่อน เบจเข้ม (คนเกาบางคนก็ใส่ถุงน่องดำกว่าตัวจริงนะ) แล้วก็สีดำไปเลย

ทริปเกาหลี ตะลุยติ่ง Take off : ออกเดินทาง

ตอนแรกที่จองตั๋วไป 3 วีคก่อนบิน ก็ประมาทนะ คิดว่าอะไรๆ ก็เตรียมทัน ปรากฎงานเข้าวีคสุดท้าย หอบขึ้นเลยค่ะ ดีที่เตรียมห่อของขวัญติ่งไปแล้วนะเนี่ย แล้วก็กระเป๋าเดินทางได้มาก่อนวันไป 2 วัน เพลีย… เสื้อผ้าก็ไม่ได้แมทช์ (คือแมทช์ไม่เป็นดีกว่า 5555) เลยยัดๆ เอาไปเผื่อ ซึ่งแม่งเป็นวิธีที่ผิดนะคะ ควรแมทช์ไปเลยว่าวันนี้จะสไตล์ไหน เพราะรู้แผนการเที่ยวล่วงหน้าแล้วนี่นา ดีที่ไม่เอาเสื้อโค้ทหนาออก เพราะคิดว่าไม่หนาวแล้ว เลยพกไปแล้วจะส่งไปรษณีย์กลับไทยเอาค่ะ เพื่อประหยัดน้ำหนัก

IMG_2491
พร้อมกัน ณ เคาน์เตอร์สายการบินเจจูแอร์ Row S เข้าประตู 8 เวลา 22.00-23.00 น. โดยพร้อมเพรียงกัน เช็คอินเที่ยวบิน 7C2206 กรุณานำสัมภาระจัดการให้เข้าที่และเช็คอินให้เรียบร้อย กระเป๋าโหลดได้ 20 กก. แครี่ขึ้นเครื่องได้ 10 กก. ขอให้เตรียมอุปกรณ์กันหนาวไว้ในกระเป๋าขึ้นเครื่องค่ะ

อย่างไรก็ดี ขอให้ทุกท่านแต่งกายพร้อมนอน หลังจากผ่านขั้นตอน ต.ม. ไทย ขอให้ท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งดิวตี้ฟรีให้เรียบร้อย หากเหนื่อยหรือหิวให้ไปแวะพักทานของว่างฟรีได้ที่ คิงพาวเวอร์เล้านจ์ หากท่านมีบัตรคิงพาวเวอร์อยู่แล้ว สามารถพาผู้ติดตามได้อีก 1 ท่าน เบอร์เกอร์คิงก็อร่อยไม่เบา สำหรับเกตฝั่งขวาค่ะ

เครื่องออก 01.40 น. ก็ว่าแย่ละ มาดีเลย์เป็น 02.05 อีก ถึงเกาหลีก็เกือบ 10 โมงละค่ะ ซึ่งมาถึงตอนเช้าไปเลยก็ดีนะคะ เพราะว่ากว่าโรงแรมจะให้เช็คอินก็บ่ายสองนะ ต้องหาที่ไปเพื่อรอเก็บของที่ห้องอีก หรือส่วนใหญ่กรุ๊ปทัวร์จะพาออกนอกเมืองไปซอรักซานงี้ เกาะนามิงี้ เพื่อใช้เวลาช่วงเช้าให้หมดค่ะ

พอลงเครื่องก็ต้องเช่าไข่ (ไข่คือ Wifi router) ปกติเราเช่ามือถือไอโฟนนะ เพราะว่าจะได้โทรหากันได้ยามฉุกเฉิน แต่ทริปนี้ดูแล้วเช่าไข่จะถูกกว่าเลยอยากลองด้วยค่ะ ไปเช่าที่บูท LG U+ ถ้าเช่าเกิน 7 วันจะตกวันละ 5000 วอน บวก vat เป็น 5500 วอน หลายรอบที่ผ่านมา เราจองเครื่องไอโฟนของ Olleh ค่ะ เวลาใช้ก็ปล่อย Hot spot เอา แล้วถ้าอยากค้น Google หรือรถไฟฟ้า ก็ใช้เครื่องที่เช่ามาได้เลย แถมโทรหาเพื่อนได้ด้วยเผื่อหลง แต่ถ้าเปิด unlimited data ต่อวันคือ 5,000 วอน บวกค่าเช่าวันละ 1,350 วอนก็ดูแพงกว่าการเช่าไข่นะคะ คราวนี้เราเลยอยากลองของใหม่บ้าง ข้อเสียของของเครื่อง wifi router นี่มีอายุแบตแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้นนะคะ ต้องพกที่ชาร์จไป ถ้าจะใช้ทั้งวันทั้งคืน หรือปิดๆ เปิดๆ แต่เราไม่ชอบ ปิดๆ เปิดๆ เพราะบางทีเราพลาดอะไรไปตอนปิดอ่ะ เช่น เมลสำคัญไรงี้ แต่ถ้าไปกันหลายคน ผลัดกันเปิดก็ดีค่ะ จะได้ยืดอายุหน่อย สำหรับเราคราวหน้าไปไม่ถึง 7 วัน คงเช่าโทรศัพท์เอาดีกว่าค่ะ น่าจะเหมาะกับเรามากกว่า
(ข้อมูลเพิ่มเติมของ
SK http://www.skroaming.com/main.asp
Olleh จองได้ แต่เรตแพงกว่านิดหน่อยค่ะ แต่เราเคยใช้บริการแล้วจะได้เรต 1,350 วอนนะ http://roaming.kt.com/renewal/eng/main.asp?channel=#none
LG U+ อันนี้ไม่ต้องจองค่ะ เราใช้อันนี้แหละ ดูรายละเอียดที่ http://www.uplus.co.kr/cmg/engl/ouse/peos/RetrievePeOsRooming.hpi?mid=4338)
แผนที่ แต่มันอยู่ใกล้ๆ กัน
roaming-SK
SK telecom
LGU LGU-Rental
LG U+
layerPop_20140403
บริการใหม่ของทาง Olleh ค่ะ

จากนั้นเราไปรับเวลคัมดริ้งค์ เป็นนมกล้วยหรือลิโพเกาหลีที่ร้านมินิมาร์ท พร้อมเติมตังค์ T-money ค่ะ ถ้าใครยังไม่มีก็ซื้อเลย เพราะสะดวกมาก จ่ายได้เกือบทุกอย่าง เหมาะกับเวลาเมาๆ นั่งแท็กซี่แล้วแท็กซี่จะเนียนโกงเงิน ก็จ่ายแม่งด้วย t-money ค่ะ ไม่มีตัดเกินเงินแน่นอน 5555
IMG_2494 IMG_2495 IMG_2496
เลือกค่ะ ละลานตา

IMG_0684
ใช้บัตรทีมันนี่จ่ายได้นะคะ ไม่ต้องซื้อตั๋วตามตู้ด้านนอก แล้วเราชอบขึ้น airport bus มากกว่า เพราะมีอาจอชี่ช่วยยกกระเป๋าขึ้นลงให้
พร้อมติดแท็กให้ด้วยนะ เหมือนตอนขึ้นเครื่อง

IMG_0685
รถบัสของเกาหลี จะมีเสียงบอกชื่อป้ายก่อนลง แล้วถ้าใครจะลงก็กดออดนะคะ
IMG_0686
รถแอร์พอร์ตบัส ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยด้วยนะ มีนิตยสาร

เรานั่งรถบัส 6011 ถึงป้าย hyehwa (มหาลัย Sungkyunkwan) ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง แดดดีมากๆ อากาศเหมือนติดแอร์ ฟิน…. อาบน้ำเปลี่ยนชุด

IMG_2515 IMG_2526
บรรยากาศแถวบ้าน (หอ) ค่ะ หนึ่งในภารกิจคือ ชิมกาแฟทุกเจ้าในเกาหลี

มากินข้าวที่ห้างชินเซเก ใกล้นัมแดมุนค่ะ เป็นห้างเก่าแก่นะ ในฟู้ดคอร์ทก็มีแต่ป้าๆ แม่ๆ พาลูกมาเดินเล่น คนเกาหลีรวยๆ นี่แม่งว่างจริงๆ ว่ะ แม่ๆ เอาลูกมาคุยกันงี้ อาจุมม่าที่ดูดีหน่อยมานั่งเมาท์งี้ เออ อย่าให้กูรวยบ้างนะ ….(ใช้หนี้ก่อนป่ะ) บนฟู้ดคอร์ท ชั้น 11 ก็มีต้นบ๊วยค่ะ ให้ซ้อมถ่ายรูปได้ บรรยากาศก็ดีค่ะ ลมตีเบาๆ จากนั้นเ  ราก็นั่งรถบัสไปนัมซาน หรือ N SEOUL Tower เพื่อให้พี่ในทริปอีกคนได้สัมผัสจุดท่องเที่ยวหลักๆ ในโซลก่อนค่ะ สำหรับวันแรก ส่วนน้องอีกคนฟิตค่ะ นางวิ่งขึ้นนัมซาน ทางลาดเอียงเหี้ยๆ ใจว่ะ

IMG_0689 IMG_2529
ข้าวห่อไข่

IMG_0691

IMG_0703 IMG_2555
บรรยากาศและหน้ากู

IMG_0705  IMG_0708 IMG_0710 IMG_0712 IMG_0717  IMG_2566
บรรยากาศที่ N Seoul Tower นัมซานค่ะ

IMG_0718
พ่อค้าแซ่บนะ

ทีนี้ตอนกลับคือจุดพีคค่ะ เพื่อนแชทมาบอกจากไทยว่าเด็กๆ ของดิชั้นเข้าตึกค่ะ (การเข้าตึกของศิลปินคือโอกาสที่ติ่งจะได้เห็นระยะประชิดนะคะ) ทีนี้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวค่ะ ลงจากเขา พี่ในทริปก็บอกว่าวิ่งสิวิ่ง ไปเลยแกไม่ต้องมาเมียงดงละ เราก็ดันชะล่าใจ (เพลียตัวเอง) กลับไปเก็บของที่หอก่อนค่ะ ต๊ายตาย กลัวหนาว กลับไปเอาโค้ทห่อร่างดีกว่า อากาศตอนกลางวันมันดีจริงนะคะ แต่พอแดดร่มลมตกเท่านั้นแหละ หนาวเลย กลัวจะแข็งตาย รอนานไม่ไหว เฮ้ย เด็กเพิ่งเข้าตอน 6 โมง อาจจะซ้อมหลายชั่วโมงก็ได้ ปรากฎกว่าจะหลงทาง กว่าจะได้แผนที่ติ่ง ซี่งพูดเลยว่าหลงชิบหาย แล้วมันมืดค่ะ ถนนหลังอัปกูจองตรงนั้นค่อนข้างเปลี่ยว เราเลยเดินอ้อมริมถนนใหญ่ (อัปกูจอง ต่อเนื่องชองดัม) แล้วเลี้ยวตรงสี่แยกค่ะ เข้าซอย doosandaero ค่ะ google map ไม่ช่วยอะไรค่ะ แค่ข่าวร้ายตอนขึ้นมาจากสถานีก็แค่เด็กๆ ออกไปแล้ว เราเลยเดินเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมาย เอิ่ม ก็คิดซะว่ามาศึกษาเส้นทางละกัน กว่าจะถึง คุณเอ๊ย….ลึกสัดหมาเห่า เหนื่อยก็เหนื่อย หนาวก็หนาว โค้ตคือไม่ช่วยอะไร ไวไฟก็แบตหมด พาวเวอร์แบงค์ก็หมด ดีที่เจอเน็ตฟรี ชื่อ iptime ต่ออายุเป็นระยะ ส่วนใหญ่สัญญาณจะแรงแถวบ้านคนค่ะ ระหว่างทางเพื่อนคนเดิม (บอกชื่อเลยดีมะ?) ก็ส่งแผนที่ติ่งมาให้ เอาล่ะค่ะ กูจะเดินวนแม่งทุกบริษัทเลยค่ะ ตั้งแต่ JYP CUBE FNC SM TOWN เจอติ่งหลายสิบคนยังรออยู่หน้าตึก ไม่รู้ว่ารอใครนะคะ แต่เมนเรากลับบ้านแว้ว แง….วืดๆๆ เอาวะ ไม่ได้เจอไม่เป็นไร นี่แค่วันแรก เราเอาท้องอิ่มก่อนดีกว่า

ติ่งคะ นี่คือแผนที่ของเราทำเองนะ เซฟไปเดินตามได้เลย แต่ตอนกลางคืนมันน่ากลัวนะคะ เดินระวังๆ ด้วยค่ะ

SM TOWN MAP-final
IMG_2598  IMG_2600

ดังนั้น ที่หมายต่อไปก็คือ กินหมูย่างเกาหลี ผัก 30 ชนิดค่ะ แถวอัปกูจองแหละ จุดนี้มิสชัตดาวน์ กวนมึนเบลอ ก็หลงอีกแล้วค่ะ เพราะคนที่ไปก่อนบอกให้นั่งรถเมล์สาย 145 แต่เราถามคนแถวนั้นว่าสายไหนไปที่นี่บ้าง นางบอก 143 เออ… สวัสดี กูหลง สุดท้าย วิธีง่ายสุดในการไปถึงที่หมายคือ ให้เพื่อนที่ถึงแล้วถ่ายนามบัตรมาค่ะ แล้วเราก็โบกแท็กซี่ให้อาจอชี่ (คุณลุง) ซิ่งไปเล้ย ชอบที่แท็กซี่มี GPS ทุกคันนะคะ แล้วที่อยู่ของร้านค้า สถานที่ โรงแรมแม่งเป๊ะมาก ตอนแรกจะคีย์ว่า Seoul เขตอะไร ถนนอะไร บ้านเลขที่เท่าไหร่ อย่างเป๊ะอ่ะ ถึงที่หมายสบายผิดกัน ขอกินก่อนล่ะค่ะ คืนนี้ร่างพัง จัดไปคนละ 12,000 วอนเอง ถูกมาก เมื่อเทียบกับหมูสามชั้นทั้งเล้าในท้องและผักอร่อยๆ อีกมากมาย ไม่มีรูปนะ เพราะหิวจนลืมถ่าย ฮ่าๆๆๆๆๆ